ความเห็นชาวพุทธ ยันไม่เสื่อมศรัทธามองเป็นเรื่องบุคคลกรณีวงการสงฆ์ฉาว
ฉะเชิงเทรา – ความเห็นชาวพุทธ ยันไม่เสื่อมศรัทธามองปัญหาเป็นเรื่องของตัวบุคคล กรณีวงการสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่อื้อฉาวต่อเนื่องหลายวัด บอกยังศรัทธาหลวงพ่อโสธรเหมือนเดิม พร้อมเต็มใจเดินทางมาทำบุญ ขณะบางรายปฏิเสธออกความเห็น บางรายขอให้แยกแยะการกระทำ ระบุอยู่ที่ตัวบุคคล แต่สิ่งที่น่าระอาคือเหลือบรอบวัดโสธรมากกว่า หลังคนต่างถิ่นถูกโบกพารถไปจอดก่อนร้องขอแกรมขู่บังคับให้ช่วยซื้อเครื่องบูชาสร้างความเดือดร้อนรำคาญที่อาจกระทบต่อการท่องเที่ยว
วันที่ 10 ก.ค.68 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้สอบถามความคิดเห็นจากพุทธศาสนิกชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวทำบุญภายในวัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถึงกรณีเกิดเรื่องอื้อฉาวที่กระทบต่อวงการสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ในหลายวัดอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดยังมีคลิปเกี่ยวโยงมาจนถึงระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ด้วยจาก น.ส.จรัสศรี ฉัตรโรจนสกุล อายุ 73 ปี ชาว อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้ระบุว่า ได้ทราบถึงความอื้อฉาวในวงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นจากทางสื่อเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ทราบว่าพระสงฆ์ซึ่งเป็นถึงระดับพระชั้นผู้ใหญ่แล้วคิดอย่างไร
โดยในวันนี้หลานๆ ได้ชวนมาทำบุญยังที่วัดโสธร ซึ่งเป็นวัดที่อยากจะเดินทางมาทำบุญอยู่ก่อนหน้าแล้ว เพราะไม่ได้เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรนานหลายปีแล้ว และเพิ่งทราบว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสในวัดแห่งนี้ เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นด้วยเมื่อวานนี้เอง แต่ไม่ได้คิดอะไรเพราะตั้งใจที่จะมาทำบุญต่อองค์หลวงพ่อโสธรตามความศรัทธาเหมือนเดิม น.ส.จรัสศรี กล่าว
ขณะที่ผู้มาแสวงบุญบางรายระบุว่า เราเป็นชาวพุทธและยังคงนับถือเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตามพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมีกระแสข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ตาม เพราะไม่ได้ยึดติดอยู่ที่ตัวบุคคล ส่วนบางรายที่ได้เดินทางมาทำบุญในวัดโสธรเช่นเดียวกัน กล่าวอีกว่า ได้เดินทางมาทำบุญตามวิถีความศรัทธาของชาวพุทธ ที่มีต่อหลวงพ่อโสธร ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นให้เขาไปว่ากันตามข้อเท็จจริงและกระบวนของพวกเขา
ส่วนด้านนางนนลนีย์ บุญวราพิสิทธิ์ อายุ 52 ปี ชาว อ.บ่านไผ่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากเรื่องความอื้อฉาวที่เกิดขึ้นของคนในวงการพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อความศรัทธา และยังคงนับถือหลวงพ่อโสธรเหมือนเดิม เราเป็นชาวพุทธต้องรู้จักมีเหตุผลในการแยกแยะคนไหนดีไม่ดี แม้จะมีข่าวเสียหายเกิดขึ้นกับพระสงฆ์ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเสื่อมศรัทธาลงไปเลย ส่วนพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดแห่งนี้ ได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวนั้นด้วย ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของท่าน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร
กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าศาสนาของเราจะเสื่อมลง แต่เป็นความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล ส่วนพระสงฆ์รูปอื่นๆ ยังไม่เสื่อมและศาสนาก็ไม่ได้เสื่อม เพราะอยู่ที่ตัวบุคคลไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา ขอให้เรามั่นใจในพระพุทธศาสนาที่สอนให้เราทำดีได้ดี หากทำไม่ดีก็ได้ไม่ดี อย่างเช่นพระสงฆ์ที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เพราะเขาทำไม่ดีจึงได้ไม่ดี
ส่วนผู้หญิงที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพระแล้วทำให้เกิดเป็นปัญหาแบบนี้ ไม่ทราบว่าเขาคิดอะไร แต่อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของเขาหรือไม่ เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ขอให้เรามองมาที่ตัวเราเอง เพราะเราจะไปแก้ไขที่คนอื่นคงไม่ได้ เมื่อเขาเป็นแบบนั้นก็เป็นเรื่องของเขาส่วนตัวเราขอให้มุ่งทำแต่ความดีไว้ และแก้ที่ความคิดของเราเอง ที่ตัวของเราเองเท่านั้น อย่างเช่นการเดินทางมาทำบุญยังที่วัดโสธรในวันนี้ ได้มาประสบปัญหาพบเจอกับกลุ่มโบกรถเรียกให้ไปจอด และถูกร้องขอแกรมบังคับให้ช่วยซื้อดอกไม้พวงมาลัยเครื่องบูชาพระที่บริเวณวงเวียนก้อนเมฆ ด้านหลัง มรภ.ราชนครินทร์
ซึ่งเป็นการเรียกให้ซื้อแบบทวงบุญคุณว่า “ช่วยหาที่จอดรถให้แล้ว ทำไมจึงไม่ช่วยซื้อดอกไม้บ้าง” ซึ่งผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นสาวทอมผิวคล้ำ เมื่อถูกเรียกให้ไปจอดแล้วกลายเป็นบุญคุณต่อกัน ตนจึงคิดว่างั้นไม่จอดก็ได้ จึงได้ขับรถออกมาจอดยังที่ลานจอดรถชายน้ำภายในวัด ซึ่งครั้งแรกนั้นได้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่พอได้เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อโสธรภายในพระอุโบสถหลังใหญ่แล้ว ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “ให้อภัยเขาไปเถอะ” ซึ่งเป็นการแก้สิ่งขุ่นมัวที่อยู่ภายในใจเราเอง และเป็นการแก้ที่ดีที่สุดตามความรู้สึกของเรา
และทำให้มองได้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์นั้น เป็นเรื่องของทางโลกที่ต้องปล่อยวางให้ผ่านไป อย่าไปยึดติดมาก ขอให้มองว่าอันไหนดีไม่ดีขอให้แยกแยะเท่านั้นเอง และเชื่อว่าด้วยบารมีแห่งองค์หลวงพ่อโสธร สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจะไม่มีอะไรมากระทบต่อท่านได้ นางนนลนีย์ กล่าว