โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือน คนไทย เก็บเงินสดไว้เยอะๆ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เปราะบางขั้นสุด

Thaiger

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 05.45 น. • Thaiger ข่าวไทย

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เปราะบางขั้นสุด หอการค้าหั่นจีดีพี เหลือ 1.7% แนะธุรกิจ-ประชาชนเก็บเงินสดรับมือ

สัญญาณเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 กำลังอยู่ในภาวะน่ากังวลหนัก หลังจากนายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่นที่ 3 ของเครือสหพัฒน์ ส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปราะบางขั้นสูงสุด แนะให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการบริหารสภาพคล่อง เก็บรักษาเงินสดไว้ในมือให้มากที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในระยะต่อจากนี้

คำเตือนดังกล่าวสอดรับกับข้อมูลจากหอการค้าไทย ที่เพิ่งประกาศปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2568 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ระดับ 3% เหลือเพียง 1.7% เท่านั้น โดยหอการค้าไทยระบุชัดว่า เศรษฐกิจไทยเวลานี้กำลังถูกปัจจัยเสี่ยงรอบด้านรุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกาศกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่กำลังใกล้ถึงเส้นตาย, ความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่นในภูมิภาคตะวันออกกลาง, ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่ยังขาดเสถียรภาพชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจีดีพีที่ลดลงมาอยู่ที่ 1.7% ดังกล่าว เป็นตัวเลขที่คำนวณจากสถานการณ์ที่ยังไม่เลวร้ายที่สุด หากแต่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ ดำเนินไปในทิศทางที่เลวร้ายลง เช่น การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ นายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา ทำให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจถูกเบิกจ่ายได้เพียง 25%, สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทยสูงถึง 25-30% และความสัมพันธ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึงเครียดถึงขั้นต้องปิดด่านการค้าตลอดทั้งปี สถานการณ์เศรษฐกิจไทยอาจเข้าสู่ภาวะที่ย่ำแย่จนจีดีพีขยายตัวได้เพียงแค่ 0.9% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบหลายปี และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อทุกภาคส่วนของประเทศ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและธุรกิจต่างจับตาอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ภาคธุรกิจเตรียมแผนรับมือรัดกุมรอบคอบ ควบคุมค่าใช้จ่าย รักษาสภาพคล่อง ประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจให้ดี ในขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ควรวางแผนการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าจะเลวร้ายลงต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลังนี้

ขณะที่ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกครึ่งปีแรก 2025 ธนาคารโลก ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เหลือ 2.3% จากเดิมที่ตั้งไว้ 2.7% เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนการค้าและนโยบายซื้อขายที่ไม่แน่นอน องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการโตที่ 2.4% ในปี 2025 IMF ยังมองว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ประมาณ 3.2–3.3% แต่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

วิกฤตเศรษฐกิจโลกถูกคุกคามจากความไม่แน่นอนด้านการค้า (เช่น สงครามภาษีของสหรัฐฯ และจีน), ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ตะวันออกกลาง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูง ตลาดหุ้นโลกยังฟื้นตัว แม้มีแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง WTO ชี้ว่าแม้การค้าสินค้าช่วงต้นปีขยายตัวอาจเป็นแค่ชั่วคราว เนื่องจากคำสั่งซื้อส่งออกที่อ่อนแรงขึ้น

ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง ธนาคารโลกคาดว่า หากสงครามการค้าไม่ยุติ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีระหว่างประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตต่ำกว่า 2.3% IMF และ OECD มองว่า GDP ปี 2025 จะอยู่ในช่วง 2.9–3.3%

ธนาคารต่างๆ เช่น Goldman Sachs, JPMorgan, HSBC มองตลาดหุ้นในสหรัฐฯ และโลกมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นครึ่งปีหลัง เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันอาจผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัวหากสงครามยุติหรือส่งผลกระทบต่อ supply chain ตลาดกำลังปรับตัวสู่การกระจายการลงทุนมากขึ้นจากสหรัฐฯ ไปยังยุโรป เอเชีย และประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว เช่น จีน อินเดีย

ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ใช้กลยุทธ์ ผสมสินทรัพย์ เช่น หุ้นที่กำลังปรับตัวดีในกลุ่มอุตสาหกรรมและสินค้าโภคภัณฑ์, พันธบัตร และสินทรัพย์ทางเลือก เตือนว่าความเสี่ยงจาก Fed ที่อาจไม่ลดดอกเบี้ยเร็วตามคาด ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ตลาดผันผวนหากคาดการณ์ผิดพลาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...