โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาทองคำโลกทรงตัว นักลงทุนรอข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 19.15 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 23.39 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานภาวะตลาดทองคำโลกวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) หรือเมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยว่าราคาทองคำโลกทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนรอข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และจับตาดูตะวันออกกลางขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง ขณะที่แพลเลเดียมและแพลตตินัมพุ่งขึ้นแรง

ราคาทองคำในตลาดสปอต (Spot Gold) ทรงตัวที่ 3,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 14.27 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (18.27 น. GMT)

ราคาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ(Gold Futures) ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.2% ที่ 3,348 ดอลลาร์

  • อัปเดตราคาเช้านี้ (27มิ.ย.) ทองร่วงลง

บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำร่วงลง 0.4% อยู่ที่ 3,315.30 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 8.30 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ในสัปดาห์นี้ทองคำร่วงลงแล้วประมาณ 1.5%

"ราคาทองคำร่วงลงในช่วงไม่กี่เซสชันที่ผ่านมา เนื่องจากการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งยังคงล่าช้า ท่ามกลางการคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากมาตรการภาษีในยุคทรัมป์" เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายซื้อขายโลหะที่ High Ridge Futures กล่าว

รอยเตอร์รายงานว่า ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวมเป็น 0.5% ในปีนี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน นักลงทุนกำลังจับตาดูข้อมูลการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์เพื่อจับสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยเฟดให้ความสำคัญกับเครื่องวัดเงินเฟ้อนี้มากเป็นพิเศษ

ทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเติบโตได้ดีในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนและเงินเฟ้อ แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ทองคำไม่น่าดึงดูดใจอีกต่อไป

ในส่วนอื่น ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตพุ่งขึ้นเกือบ 1% สู่ระดับ 36.63 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน

"หากเงินทะลุ 37.50 ดอลลาร์ได้ ก็มีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้น" ไมเคิล มาตูเซก หัวหน้าเทรดเดอร์ที่ U.S. Global Investors กล่าว

แพลเลเดียม แพลตตินัมพุ่งขึ้นแรง

แพลเลเดียมพุ่งขึ้นกว่า 8% สู่ระดับ 1,136.68 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2024 ส่วนแพลตตินัมพุ่งขึ้น 5.1% สู่ระดับ 1,423.26 ดอลลาร์ โดยพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนกันยายน 2014

“ความแข็งแกร่งของราคาแพลตตินัมและแพลเลเดียมเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนถึงการซื้อเก็งกำไร โดยนักลงทุนบางส่วนเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังของตนเพราะเชื่อว่าราคานั้นถูกประเมินค่าต่ำเกินไปเนื่องจากตลาดมีภาวะตึงตัว” เจฟฟรีย์ คริสเตียน ผู้จัดการหุ้นส่วนของ CPM Group กล่าว

ในเดือนพฤษภาคมสภาการลงทุนแพลตตินัมโลก (World Platinum Investment Council :WPIC) รายงานว่าความต้องการเครื่องประดับแพลตตินัมในจีนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ซัพพลายขาดแคลนเลวร้ายลง

คริสเตียนกล่าวเสริมว่าแพลตตินัมอาจแตะระดับ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและร่วงลงมาที่ 1,200 ดอลลาร์ในอีกสองสัปดาห์ ในขณะที่แพลเลเดียมอาจร่วงลงมาที่ประมาณ 1,050 ดอลลาร์อีกครั้งในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...