โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดสะเทือนใจ หญิงขับรถทับคนเร่ร่อนในวัด ลงรถมาดูก่อนเดินออกนอกวัด เผยสาหัส ถึงขั้นหลังหัก

Khaosod

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น.

สุดสะเทือนใจ หญิงขับรถทับคนเร่ร่อน ร้องให้ช่วยลั่นองค์ปฐมเจดีย์ อึ้งลงรถมาดูแล้วเดินออกนอกวัดอย่างใจเย็น ไม่อยู่ช่วยคนเจ็บ เผยอาการสาหัส ถึงขั้นหลังหัก

วันที่ 30 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ รถยนต์อีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน กพ 2599 นครปฐม เลี้ยวเข้าประตูองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ฝั่งพระนอน แล้วทับร่างชายที่นั่งอยู่ตรงลานจอดรถ จากนั้นได้เคลื่อนรถเข้าที่จอดแล้วนิมนต์สามเณรมาดูเหตุการณ์ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ของวัดพระปฐมเจดีย์ เข้ามาดูเหตุการณ์และได้ประสานรถกู้ชีพเข้ามารับตัวคนเจ็บ ก่อนที่หญิงคนขับจะเดินออกจากประตูวัดแล้วภาพก็ตัดไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างในพื้นที่รอบองค์พระปฐมเจดีย์และใน จ.นครปฐม

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นประตูฝั่งทิศตะวันตกตะวัน หรือที่ชาวบ้านว่าประตูฝั่งพระนอน อยู่ตรงข้ามกับตลาดโต้รุ่ง ซึ่งพบว่ายังมีรอยล้อรถเลี้ยวเป็นทางยาวบนพื้นถนน และมีกองเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ ขณะที่คนที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 7 โมงเศษของเช้าวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าวเป็นคนเร่ร่อน อายุราว 60 ปี ท่าทางเดินไม่ค่อยสะดวก ต้องใช้ค้ำพยุง และมานั่งอยู่บริเวณดังกล่าว

จังหวะนั้นรถยนต์ได้ขับเคลื่อนตัวเลี้ยวขวาเข้ามาผ่านปากประตูและกำลังเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อที่จะไปกลับรถ ซึ่งไม่ได้ใช้ความเร็ว ก่อนจะทับชายคนดังกล่าว แล้วเบรก จากนั้นก็เคลื่อนตัวไปอีก 2-3 เมตร โดยมีเสียงของผู้บาดเจ็บร้องครวญครางลั่นตามคลิปที่ปรากฏ หลังจากนั้นรถคันดังกล่าวก็ได้ขับเข้าที่จอด ก่อนจะเดินลงจากรถแล้วทราบว่าได้ขับทับคน จึงเดินไปนิมนต์เณรให้มาช่วยดูเหตุการณ์ ก่อนที่ชาวบ้านจะโทรแจ้งรถกู้ชีพมารับตัวคนเจ็บ

สำหรับหญิงคนดังกล่าวทราบว่าเป็นลูกศิษย์ ที่มาทำบุญที่องค์พระปฐมเจดีย์เป็นประจำ เมื่อได้สอบถามว่าหลังเกิดเหตุเจ้าตัวไปไหน ได้อ้างว่า ขึ้นรถไปทำบุญต่อที่ จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่ของวัดองค์พระปฐมเจดีย์จึงได้ประสานตำรวจเข้ามาตรวจสอบ แล้วยกรถคันดังกล่าวออกไป

ขณะที่มีกระแสวิจารณ์ต่างๆ นานาว่าการชนดังกล่าวเห็นแล้วหดหู่ใจ ทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดหญิงคนขับรถจึงไม่อยู่ดูเหตุการณ์และให้การช่วยเหลือแต่กลับเดินทางไปอื่นต่อ เบื้องต้นทราบว่า ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้ยึดรถไปตรวจสอบแล้ว และจะเดินการตามกฎหมาย

ด้าน นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พ่อค้าที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เล่าว่า ตนได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุในวันนี้ เนื่องจากเห็นคลิปเมื่อช่วงเช้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและหดหู่กับชายเร่ร่อนที่ประสบเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสงสัยก็คือ เมื่อขับรถทับสิ่งผิดปกติแล้วควรจะหยุดลงมาดูไม่ใช่ดันทุรังขับต่อไป จนทำให้ชายคนดังกล่าวบาดเจ็บสาหัส

และเหตุใดหญิงคนขับไม่รอช่วยประสานงานช่วยเหลือคนเจ็บ แต่กลับเดินออกไปเหมือนมีธุระและมีเรื่องที่สำคัญกว่า ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนก็ได้แสดงความเป็นห่วงและตั้งข้อสงสัยหลายเรื่อง อยากให้หน่วยงานโดยเฉพาะ รพ.นครปฐม ที่รับตัวไปดูแลช่วยเหลือเยียวยาชายคนดังกล่าวให้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่น่าสงสารและคนทุกคนควรจะได้รับสิทธิในการดูแลอย่างเท่าเทียม ซึ่งตอนนี้มีกระแสข่าวว่าชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งไม่ทราบว่าจริงหรือไม่

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง รพ.นครปฐม เพื่อสอบถามอาการของผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่าสภาพทั่วไปมีบาดแผลตามร่างกาย หลังหัก เสียเลือดมาก ตอนนี้ได้ให้เลือดแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัญหาทางด้านโรคหัวใจ โดยทำเอคโค่ตรวจสอบระบบหัวใจแล้ว ซึ่งพรุ่งนี้เช้าแพทย์เตรียมผ่าตัดหลังที่หักให้ ส่วนญาติก็ได้เดินทางมาจาก จ.พิษณุโลกแล้ว

ทางด้าน ผอ.รพ.นครปฐม ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าจะดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันอย่างดีที่สุด ซึ่งเมื่อวานนี้ผู้ป่วยไม่สามารถทานอาหารเองได้ ต้องป้อนอาหารให้ ส่วนอาการต้องประเมินจากทีมแพทย์เฉพาะทางต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดสะเทือนใจ หญิงขับรถทับคนเร่ร่อนในวัด ลงรถมาดูก่อนเดินออกนอกวัด เผยสาหัส ถึงขั้นหลังหัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...