โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 ภาพแทน “ไทย” ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมของกัมพูชา เป็นอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.50 น.
ภาพสลักรูปกองทัพสฺยำกุก ที่ผนังระเบียงปราสาทนครวัดด้านทิศใต้ปีกตะวันตก เดิมมีข้อความจารึกว่า

5 ภาพแทนไทยในแบบเรียนประวัติศาสตร์มัธยมกัมพูชา เป็นอย่างไร?

แบบเรียนประวัติศาสตร์ของแต่ละชาติ มักเล่าเรื่องราวของนานาประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกันทางประวัติศาสตร์ บางข้อมูลก็เป็นข้อเท็จจริง แต่บางอย่างก็ถ่ายทอดจากมุมมองของตนเอง อย่างไทย ทุกคนก็คงคุ้นเคยกับศึกระหว่างไทยกับพม่า ส่วนกัมพูชาก็ปรากฏภาพไทยในมุมมองทางประวัติศาสตร์ของเขาเช่นกัน

ในวิจัย“ภาพแทน ‘ไทย’ ในแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาของกัมพูชา”ของ ชาญชัย คงเพียรธรรมได้ศึกษาเรื่องนี้ ก่อนจะวิเคราะห์ออกมาว่า ในหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ ระดับมัธยมของกัมพูชา ปรากฏภาพแทนไทยถึง 5 ข้อ ดังนี้…

1. ไทยคือกลุ่มคนป่าที่อพยพลงมาจากทางตอนใต้ของจีน

เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในวิชาศึกษาสังคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยแปลเนื้อหาออกมาเป็นภาษาไทยได้ความว่า

“ในศตวรรษที่ 7 และที่ 8 ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ชนชาติไทย (เผ่าพันธุ์เอเชียใต้) ได้สถาปนารัฐน่านเจ้า ซึ่งมีศูนย์กลางตั้งอยู่ที่มณฑลยูนานในปัจจุบัน

เริ่มแรก พวกสยามได้ลงมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตอนกลางของแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างรัฐทวารวดีกับหริภุญชัย และได้เกิดขึ้นเป็นเมืองหรือรัฐขนาดเล็กที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมือง ในศตวรรษที่ 12 เขาจึงได้พบเห็นสยาม (Syam) และภาพสลักชนชาติสยามอยู่ที่บนระเบียงหินในปราสาทนครวัด พร้อมทั้งมีข้อความให้นามว่า สยาม และอธิบายว่าเป็นคนป่า”

จากข้อความข้างต้น เจ้าของงานวิจัยได้อธิบายว่า ในแบบเรียนกล่าวว่า บรรพบุรุษของคนไทยอพยพมาจากดินแดนทางตอนใต้ของจีน จากนั้นจึงเข้ามาอาศัยบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างรัฐทวารวดีกับรัฐหริภุญชัย ก่อนจะสร้างบ้านเมืองขึ้นเป็นเมืองขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรเขมรโบราณ

ทั้งหมดนี้เห็นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือ ภาพสลักกองทัพสยามที่ระเบียงปราสาทนครวัด และข้อความบนจารึกภาษาเขมรโบราณ ที่เขียนว่า “เสียมก๊ก” หมายถึงกองทัพชาวสยาม

ทว่าในจารึกกลับไม่ปรากฏคำอธิบายที่ว่าเป็นคนป่า ตามที่ในหนังสือเรียนระบุ สะท้อนให้เห็นถึงการใส่ความคิดเห็นของผู้ทำแบบเรียนเข้าไปในนั้น

2. ไทยเป็นโจรที่ปล้นแผ่นดินและมรดกทางวัฒนธรรมของเขมร

ในหนังสือ วิชาศึกษาสังคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ยังระบุอีกว่าไทยเป็นโจร มาแย่งชิงพื้นที่และขโมยศิลปวัฒนธรรมของเขมรไป สยาม ซึ่งลงมาจากทิศเหนือในช่วงศตวรรษที่ 12 ไม่มีมรดกทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เช่น อักษรหรือศิลปะ พวกเขาจึงลอกเลียนเอาสมบัติวัฒนธรรมเขมรไปใช้ ไม่ว่าจะเป็น อักษร ศาสนา ศิลปะ การปกครอง ฯลฯ

เมื่อชาวสยามยึดครองพื้นที่เขมรได้บางส่วนและยกทัพมาตีพระนคร ก็เกิดอารยธรรมเสียมขึ้น คำเขมรหลายคำกลายเป็นภาษาเสียม พ่อขุนรามคำแหงก็ดัดแปลงอักษรเขมรให้กลายเป็นอักษรเสียม

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้พวกเขามองว่าสยามคือคนป่า (ตามที่ปรากฏในหัวข้อ 1) เพราะไม่มีอารยธรรมเป็นของตนเอง ทั้งหมดล้วนเอาจากเขมรไปทั้งสิ้น และเรียกคนไทยว่า“โจรเสียม”

นอกจากนี้ หลังเสียกรุงละแวก สยามได้นำพระโค พระแก้ว ที่ชาวกัมพูชานับถือไป ทำให้บ้านเมืองกัมพูชาเสื่อมถอย กลับกันคือสยามรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ

จนปัจจุบันสยามก็ยังคงป่าเถื่อน เพราะส่งกองทัพเข้ามารุกรานเขมร

3. ไทยเป็นศัตรูของชาติ

เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิชาศึกษาสังคม ของมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่พูดถึงสงครามระหว่างสยามกับเขมรหลายครั้ง เช่น ตอนที่สยามเข้ายึดพระนครได้สำเร็จ ครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1394-1401) โดยกล่าวว่า สยามยึดเมืองพระนครครั้งที่ 2 ด้วยวิธีที่ไม่ต่างจากตอนแรก คือ ไม่ใช่เพราะฝีมือการต่อสู้ แต่เป็นเพราะกลอุบาย

เมื่อสยามเข้ามาปกครอง ก็“ทำร้ายคนเขมรอย่างป่าเถื่อน”,“กดขี่ ข่มเหง ทำร้ายคนเขมร”

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้เขียนงานวิจัยมองว่า เป็นภาพสะท้อนว่าไทยเป็นศัตรูของกัมพูชา

ในหนังสือเล่มเดียวกันยังปรากฏว่าใช้สรรพนามแทนสยามว่า“พวกมัน” และใช้กริยาที่สยามทำต่อเขมรไปในเชิงลบ เช่น ใช้คำว่า บํผฺลาญ (แปลว่า ทำลายหรือล้างผลาญ), กมฺเทจ (แปลว่า ทำลายหรือทำให้พัง) หรือ กาบ่สมฺลาบ่ (แปลวว่า ฆ่าฟัน) ฯลฯ

4. ไทยเนรคุณเขมร

เรื่อง“สยามเนรคุณเขมร” ปรากฏบ่อยในหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์เขมร เช่น ในหนังสือเรียนวิชาประวัติวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้พูดถึงสงคราม ใน ค.ศ. 1588 และ “มูลเหตุในการเสียบันทายละแวก” ไว้ตอนหนึ่งว่า

“มูลเหตุในการเสียเมืองบันทายละแวก

พระราชา : สัตถาที่ 1 โฉดเขลาไปช่วยกอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยาของสยามจากการปกครองของพม่า

สยาม : สยามเนรคุณ ใช้กลอุบายส่งพระสงฆ์มาสืบข่าวภายในบันทายละแวก และใช้กลอุบายสาดเงินพดด้วงเข้าไปในกอไผ่”

5. ไทยเคยพ่ายแพ้พม่า

ในหนังสือเรียนวิชาศึกษาสังคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กล่าวว่าไทยเคยพ่ายแพ้พม่าและเสียหายอย่างมาก ดังปรากฏว่า

“ตามประวัติศาสตร์ประเทศสยามแบ่งออกเป็น 4 สมัยคือ

สุโขทัย (ค.ศ. 1238-1350) สยามได้โจมตีเอาเมืองสุโขทัยจากเขมร และได้ก่อกำเนิดรัฐสยามโดยพ่อขุนรามคำแหง

สมัยอยุธยา (ค.ศ. 1350-1767) สยามได้ขยายดินแดนมายังอาณาจักรเขมรและครอบครองดินแดนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ใน ค.ศ. 1767 กษัตริย์พม่าทรงพระนามว่า บุเรงนองได้ตีกรุงศรีอยุธยาจนพังพินาศ**

สมัยธนบุรี (ค.ศ. 1767-1800) พระเจ้าตากได้ทรงกอบกู้เอกราชคืนมาจากพม่า แล้วย้ายราชธานีมาตั้งอยู่ที่กรุงธนบุรี เมื่อ ค.ศ. 1767 แต่พระเจ้าตากสินทรงบ้าอำนาจจึงถูกพระเจ้ายอดฟ้า (รามาที่ 1) แห่งราชวงศ์จักรีตัดสินโทษประหารชีวิต

สมัยกรุงบางกอก (ค.ศ. 1800-ปัจจุบัน) พระเจ้ารามาที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรีได้ขึ้นเสวยราชย์สืบสันตติวงศ์มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้”

ทว่าข้อมูลข้างต้นก็ยังมีผิดพลาด ผู้วิจัยให้ข้อมูลเสริมไว้ว่า“หากแต่ข้อมูลดังกล่าวมีความผิดพลาดหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแม่นยำของข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เช่น แบบเรียนฯ กล่าวว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักร แต่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (ค.ศ. 1214-1269) ทรงเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักร

ในขณะเดียวกัน ผู้เขียนแบบเรียนฯ ระบุว่า บุเรงนอง หรือ ผู้ชนะสิบทิศ (ค.ศ. 1550-1581) ทรงเป็นผู้มีชัยชนะในสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ค.ศ. 1767 ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว กษัตริย์พม่าผู้มีชัยชนะในครั้งนั้น คือ พระเจ้ามังระ (ค.ศ. 1763-1776) ทรงใช้ยุทธวิธีแบบ ‘คีมหนีบ’ ซึ่งเป็นวิธีการรบของพระเจ้าบุเรงนอง โดยทรงอาศัยแม่ทัพคู่พระทัย 2 คน ได้แก่ มังมหานราธา และเนเมียวสีหบดี”

ทั้งหมดนี้คือ 5 ภาพแทนไทยที่กัมพูชาบันทึกไว้ผ่านแบบเรียนชั้นมัธยมในชาติตนเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คงเพียรธรรม ชาญชัย. “ภาพแทน ‘ไทย’ ในแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาของกัมพูชา”. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 25, no. 1 (เมษายน 25, 2025): 312–337. สืบค้น 29 กรกฎาคม 2025. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalarts/article/view/281000.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 ภาพแทน “ไทย” ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมของกัมพูชา เป็นอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...