โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ สามัคคีกลุ่มจีน 5 ภาษา ช่วยเหลือจีนยากไร้ในสยาม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.40 น.
ภาพหว่องห่างเจ๊า เตียเกี้ยงซำ และกอฮุยเจี๊ยะ เจ้าสัวผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเทียนฟ้าฯ ซึ่งแขวนอยู่ในห้องโถงของศาลเจ้าภายในโรงพยาบาล (ภาพจาก “ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese” เล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย)

โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ หลักฐานความสามัคคีกลุ่มชาวจีน 5 ภาษา ช่วยเหลือชาวจีนยากไร้ในสยามยุครัชกาลที่ 5

แม้ชาวจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสร้างตัวในสยามจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่พวกเขาไม่เคยลืมบ้านเกิดเมืองนอน และเมื่อชาวจีนด้วยกันที่อพยพเข้ามาภายหลังประสบความยากลำบาก พวกเขาก็พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ปรากฏหลักฐานเป็นโรงพยาบาลเก่าแก่ย่านเยาวราช ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่าร้อยปี

หนังสือ “ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese” เล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย (สำนักพิมพ์มติชน) โดย เจฟฟรี ซุน และพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร หนังสือที่เล่าเรื่องราวของชาวจีนในสยามได้ครบครันมากที่สุดเล่มหนึ่ง กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เทียบช่วงเวลาในสยามแล้วอยู่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ผู้คนบนแผ่นดินจีนต่างตกระกำลำบาก วิถีชีวิตความเป็นอยู่ล้วนได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงเข้ามาหาผลประโยชน์ของจักรวรรดิต่างชาติผ่านสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ชาวจีนจำนวนมากจึงตัดสินใจอพยพสู่ต่างแดน

การอพยพระลอกนี้ส่งผลให้สังคมจีนโพ้นทะเลดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไป เพราะพวกเขาพกความขมขื่นเกลียดชังต่างชาติออกมาด้วย

ชาวจีนในสยามไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว พ่อค้า แรงงาน และไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจีนภาษาใด เมื่อได้รับรู้เรื่องราวที่เพื่อนร่วมชาติต้องเผชิญในแผ่นดินจีนแล้วต่างก็โกรธเคืองไปด้วย

จุดนี้เองที่ทำให้จากเดิมชาวจีนแต่ละกลุ่มภาษาผูกพันกันเฉพาะพวกของตน ก็เริ่มเกิดการพูดคุยไปในทิศทางเดียวกันว่า “ชาวจีนเอ๋ย จงหยุดชิงดีชิงเด่นแข่งกันหาเงินให้มากขึ้นและมากขึ้น แต่จงรู้จักนำความเจ็บปวดและความทุกข์ของผู้อื่นมาใส่ใจตน”

พ.ศ. 2442 เกิดโรคระบาดในกรุงเทพฯ ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนในชุมชนจีนที่อยู่กันอย่างแออัด แต่คนจีนไม่นิยมเผาศพ เพราะถือว่าร่างกายเป็นของผู้บังเกิดเกล้า ไม่ควรเผาทำลาย ชาวจีนหลายคนจึงร่วมกันบริจาคเงินก่อสร้างสุสานสาธารณะ บางคนบริจาค 1 ตำลึง หรือ 4 บาท บางคนมีฐานะก็บริจาคถึง 50 ชั่ง หรือ 4,000 บาท รวมแล้วมีผู้ร่วมบริจาคเงินกว่า 700 คน

เมื่อรวบรวมเงินได้จำนวนหนึ่งแล้วก็นำไปจัดซื้อที่นาบริเวณตำบลวัดดอน ในอำเภอบ้านทวาย เพื่อทำเป็นป่าช้าจีนสาธารณะ โดยไม่เกี่ยงกลุ่มภาษา ต่างจากป่าช้าจีนเดิมที่บริการเฉพาะคนในกลุ่มภาษาเดียวกัน เช่น ป่าช้ากวางตุ้ง ป่าช้าจีนแคะ

“โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ” สามัคคีกลุ่มจีน 5 ภาษา

พ.ศ. 2446 ผู้นำชุมชนจีนต่างกลุ่มภาษาในสยาม จำนวน 6 คน ได้ร่วมมือกันระดมทุนจัดซื้อที่ดิน เพื่อสร้าง โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ในย่านเยาวราช มีจุดมุ่งหมายคือช่วยเหลือเพื่อนชาวจีนอพยพผู้ยากไร้ ที่เดินทางเข้ามาหางานทำในสยาม ด้วยสำนึกในอัตลักษณ์ “จีนช่วยจีน”

ชาวจีนโพ้นทะเลทั้ง 6 คน ประกอบด้วย

เล้ากี้ปิง หรือพระยาภักดีภัทรากร (โอ่วจิว อุทกภาชน์) ชาวแต้จิ๋ว

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน เจ้าสัวค้าไม้ผู้ใจบุญชาวจีนแคะ บรรพบุรุษตระกูล “ล่ำซำ” มหาเศรษฐีหมื่นล้านของเมืองไทย

เตียเกี้ยงซำ หรือพระโสภณเพชรรัตน์ ชาวจีนแต้จิ๋ว บุตรของเตียอูเต็ง (อากรเต็ง)

หว่องห่างเจ๊า (เฮ้งเฮ่งจิว) ชาวจีนกวางตุ้ง

กอฮุยเจี๊ยะ ชาวจีนแต้จิ๋ว บุตรของกอม้าหัว เจ้าสัวโรงสีข้าวรายใหญ่

เล้าชองมิ้น ชาวจีนฮกเกี้ยน ผู้ชื่อไทยคือ มิ้น เลาหเศรษฐี ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาโชฎึกราชเศรษฐี

เจ้าสัวทั้ง 6 บริจาคทรัพย์ส่วนตัวและเรี่ยไรจากชุมชนชาวจีนในสยาม ทั้งกลุ่มจีนแต้จิ๋ว จีนแคะ จีนกวางตุ้ง จีนไหหลำ และจีนฮกเกี้ยน เพื่อใช้ก่อสร้างโรงพยาบาล โดยใช้เงินทั้งสิ้นราว 160,000 บาท กระทั่งแล้วเสร็จในอีก 2 ปีถัดมา คือ พ.ศ. 2448

หนึ่งในจุดเด่นของโรงพยาบาลแห่งนี้คือ ตรงซุ้มประตูมีป้ายคติพจน์ขนาดใหญ่เขียนว่า “ใส่ใจ จดจำความเจ็บปวด ทรมานของผู้อื่น” แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรของชาวจีนในพระนคร ที่มีต่อเพื่อนร่วมเชื้อชาติผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็น

รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชุมชนชาวจีนในสยามอย่างยิ่ง พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2448 และในวันนั้นทรงบริจาคเงินให้โรงพยาบาลจำนวน 8,000 บาท อีกด้วย

โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2448 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5 และยังคงดำเนินงานมาถึงปัจจุบัน โดยมีชาวไทยเชื้อสายจีนให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, สมชาย จิว และนิรันดร นาคสุริยันต์ แปลและเรียบเรียง. ประวัติศาสตร์จีนกรุงสยาม เล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568

สั่งซื้อหนังสือชุดนี้ที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน ได้ที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ สามัคคีกลุ่มจีน 5 ภาษา ช่วยเหลือจีนยากไร้ในสยาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...