โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือ“ภาษีทรัมป์” สำรอง 5 หมื่นล้าน ดูแลผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.32 น.
รัฐบาลพร้อมรับมือ“ภาษีทรัมป์” สำรอง 5 หมื่นล้าน ดูแลผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ได้หารือถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงรัฐบาลไทยยืนยันการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 36% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง ในฐานะของหัวหน้าทีมเจรจาของไทยได้ชี้แจงต่อ ครม.ถึงกลไกต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งผลการเดินทางไปหารือกับทางสหรัฐฯ ซึ่งเห็นว่า สหรัฐฯ ตอบรับกับข้อเสนอของไทย แต่การเจรจาลักษณะนี้ไม่ได้จบเพียงครั้งเดียว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าวิเคราะห์ง่าย ๆ ก็ถือเป็นการเลื่อนเวลาออกไปจนถึงเดือน สิงหาคม 2568 เพื่อให้ทุกอย่างจบสิ้น

นายจุลพันธ์ เชื่อมั่นว่าตอนนี้ได้เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการการเจรจาแล้ว หลังจากได้มีการยื่นข้อเสนอใหม่ไปให้กับทางสหรัฐฯ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูผลอีกครั้ง

ส่วนการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลได้กันวงเงินไว้สำหรับดูแลผู้ประกอบการส่วนหนึ่งคือ งบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรก 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงสร้างภาษีใหม่และยังมีเงินจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลืออีก 4 หมื่นล้านบาทไว้รองรับกรณีหากเกิดปัญหา เพื่อนำมาแก้ปัญหาให้ตรงจุด ทั้งภาคเอกชนและประชาชน

ส่วนการจะใช้หรือไม่ใช้อย่างไรก็ต้องรอดูผลของการพิจารณาภาษีเสร็จสิ้นก่อนว่าสุดท้ายแล้วไทยจะถูกเก็บภาษีเท่าใด

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า "สุดท้ายคงต้องหาโจทย์เหมือนที่รองนายกฯ แจ้งว่า การเจรจาภาษีต้องเป็น Win-Win ว่าเราจะต้องได้ในบางสิ่ง ถอยในบางสิ่ง คงไม่ได้เปิดให้เขาทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะจะกระทบกับผู้ประกอบการ เกษตรกรไทย ซึ่งจะต้องมีวิธีการและกลไกในการเจรจาต่อไป และให้ความเชื่อมั่นกับทีมไทยแลนด์ที่เจรจา"

ส่วนการใช้กลไกของงบประมาณปี 2569 มารองรับวิกฤตครั้งนี้ นายจุลพันธ์ มองว่า กลไกของงบประมาณมีความยืดหยุ่นอยู่แล้ว และคงต้องรอดูข้อสรุปสุดท้ายก่อนว่าเป็นอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...