โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์เคลื่อนไหว Sidways จับตาความคืบหน้าเจรจาการค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 12.03 น.

ดอลลาร์เคลื่อนไหว Sidways จับตาความคืบหน้าเจรจาการค้า หลังสหรัฐประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 14 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/7) ที่ระดับ 32.55/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/7) ที่ระดับ 32.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวานนี้ (7/7) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 14 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 โดยจดหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ลงในแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุรายชื่อประเทศเป้าหมายและอัตราภาษีที่จะใช้ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย คาซัคสถาน และตูนีเซียที่อัตรา 25%, แอฟริกาใต้และบอสเนียที่อัตรา 30%, อินโดนีเซียที่อัตรา 32%, บังกาเทศและเซอร์เบียที่อัตรา 35%, กัมพูชาและไทยที่อัตรา 36% และลาวและเมียนมาที่อัตรา 40%

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าอัตราภาษีเหล่านี้อาจมีการปรับขึ้นหรือลงตามพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมประกาศคำสั่งพิเศษเลื่อนกำหนดเส้นตายของภาษีตอบโต้จากวันที่ 9 ก.ค. 2568 เป็นวันที่ 1 ส.ค. 2568

ทั้งนี้นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เผยว่ายังมีจดหมายอีกหลายฉบับที่เตรียมส่งออกในไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อขยายมาตรการภาษีเพิ่มเติมในอนาคต อีกทั้งเมื่อวานนี้ (7/7) นายสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ยังได้กล่าวสัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC ว่า สหรัฐจะทำการประกาศข้อตกลงทางการค้าหลายฉบับภายในเวลา 48 ชั่วโมงข้างหน้า อย่างไรก็ดีนายเบสเซนต์ไม่ได้เปิดเผยว่าสหรัฐจะประกาศข้อตกลงทางการค้ากับประเทศใดบ้าง

อย่างไรก็ตามบรรดานักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอาจขยายวงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวานนี้ (7/7) ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงประเทศไทยเพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตรา 36% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในจดหมายยังระบุว่าอัตราภาษีที่ 36% นั้นยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่จำเป็นในการขจัดความไม่สมดุลทางการค้าทั้งหมดกับไทย

ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเปิดทางว่าสหรัฐจะยังไม่เรียกเก็บภาษีหากบริษัทไทยเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในสหรัฐ และแสดงความคาดหวังว่าไทยจะเปิดตลาดการค้าให้กับสหรัฐมากขึ้น เพื่อนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุลและเป็นธรรมมากกว่าเดิม

วันนี้ (8/7) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index : ICI) ว่าผลสำรวจในเดือน มิ.ย. 2568 ระหว่างวันที่ 20-30 มิ.ย. 2568 พบว่าดัชนีใน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวกลับเข้าสู่เกณฑ์ซบเซาที่ระดับ 58.45

โดยนักลงทุนมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ รองลงมาคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและการไหลออกของเงินทุน

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.45-32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.53/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/7) ที่ระดับ 1.1745/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/7) ที่ระดับ 1.1733/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

วันนี้ (8/7) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่าในเดือน พ.ค. ยอดส่งออกของเยอรมนีร่วงลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยสาเหตุหลักมาจากการที่อุปสงค์จากสหรัฐหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หลังจากที่บริษัทต่าง ๆ แห่กักตุนสินค้าไปก่อนหน้านี้เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยในเดือน พ.ค.ยอดส่งออกลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวเพียง 0.2% ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 3.8% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 18,400 ล้านยูโร หรือเทียบเท่า 21,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน พ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย.ที่เกินดุลการค้าอยู่ 15,700 ล้านยูโร

เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ การส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ลดลง 2.2% ส่วนสหรัฐซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดดิ่งลงถึง 7.7% ขณะที่การส่งออกไปยังจีนลดลง 2.9% ทั้งนี้โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า EU ยังคงตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงให้ได้ภายในวันพุธที่ 9 ก.ค. 2568 หลังจากที่นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีการพูดคุยที่ดีต่อกัน

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1732-1.1765 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1739/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/7) ที่ระดับ 145.97/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/7) ที่ระดับ 145.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

วันนี้ (8/7) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในเดือน พ.ค. ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.44 ล้านล้านเยน หรือเทียบเท่า 23,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขาดดุลการค้าที่หดตัวลง โดยดุลการค้าขาดดุลอยู่ที่ 522,300 ล้านเยน อันเป็นผลมาจากยอดส่งออกที่ลดลง 1.4% แตะระดับ 8.03 ล้านล้านเยน ส่วนยอดนำเข้าลดลง 7.5% สู่ระดับ 8.56 ล้านล้านเยน

นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจด้านภาษีศุลกากรในวันนี้ (8/7) ว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้าญี่ปุ่น 25% ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างแท้จริง ทั้งนี้รัฐบาลจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของชาติในการเจรจารอบต่อไปเพื่อหาข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับสหรัฐ พร้อมให้คำมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการส่งออก

สำนักข่าวเกียวโตรายงานว่า นายอิชิบะกล่าวว่าแม้สหรัฐตัดสินใจเรียกเก็บภาษีในอัตราดังกล่าว แต่ก็ยังต่ำกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ไว้ และยังเป็นการเปิดช่องสำหรับการเจรจาในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30%-35% เพื่อกดดันญี่ปุ่น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.88-146.29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.26/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มิ.ย.ของจีน (9/7), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มิ.ย.ของจีน (9/7), แบบจำลอง GDPNow ของเฟดสาขาแอตแลนตา (10/7), รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (10/7), ดัชนี CPI เดือน มิ.ย.ของเยอรมนี (10/7), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (10/7), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เดือน พ.ค.ของอังกฤษ (11/7), และดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. ของอังกฤษ (11/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.2/-8.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.15/-5.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 14 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์เคลื่อนไหว Sidways จับตาความคืบหน้าเจรจาการค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...