ไทยเร่งเจรจาสหรัฐ เปิดประเทศคู่ค้าบรรลุข้อตกลง ถูกเก็บภาษีเท่าไหร่บ้าง
หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีความเคลื่อนไหวล่าสุด โดยเริ่มส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ว่าจะขยับวันมีผลอัตราภาษีใหม่เป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จากเดิมวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
ขณะที่ในส่วนของประเทศไทย การเจรจาการค้าสหรัฐกับไทย ยังไม่บรรลุข้อตกลง เช่นเดียวกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่พยายามเจรจาหาข้อตกลงภาษีการค้าร่วมกัน
ตัวอย่าง อัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ Reciprocal Tariffs ในแต่ละประเทศคู่ค้า
ไทย
- สหรัฐ ประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายน 2568 เตรียมเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36%
เวียดนาม
- บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ จากเดิมจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าสหรัฐ 46%
- จ่ายภาษีนำเข้าสหรัฐอัตรา 20% สำหรับสินค้าทุกชนิด
- จ่ายอัตรา 40% สำหรับการถ่ายโอนสินค้าจากพาหนะหนึ่งไปยังอีกพาหนะหนึ่ง
จีน
- บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ
- จากเดิมเคยประกาศสู้รบสงครามการค้าจีนกับสหรัฐมาตลอด โดยเคยระบุ สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าจากจีนสูงถึง 145% และจีนจะเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 125%
- จากผลเจรจา สหรัฐเก็บภาษีจีนเหลือ 30% และจีนเก็บภาษีสหรัฐเหลือ 10%
สหราชอาณาจักร
- บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ จากเดิมจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าให้สหรัฐ 25%
- สหราชอาณาจักร จ่ายภาษีนำเข้าให้สหรัฐเหลือ 10% (นำเข้ารถยนต์จำกัด 100,000 คัน) ส่วนที่เกินจะต้องจ่าย 27.5%
- สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 2% สำหรับบริการทางดิจิทัลที่มีรายได้ทั่วโลก
ญี่ปุ่น
- ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐเช่นเดียวกับไทย
- อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐจากญี่ปุ่น จากประกาศไว้เดือนเมษายน จะอยู่ที่ 24% และมีแนวโน้มอาจเพิ่มเป็น 30% หรือ 35%
รายงานข่าวระบุ ยังต้องจับตาการถูกสหรัฐเก็บภาษีเพิ่มเติมอัตรา 10% กับประเทศสนับสนุนนโยบายต่อต้านสหรัฐอเมริกาของกลุ่ม BRICS
กลุ่ม BRICS ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย และอิหร่าน
ส่วนของประเทศไทยกำลังยื่นข้อเสนอใหม่อีกรอบ เพื่อให้การเจรจาบรรลุข้อตกลงได้ก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 มิเช่นนั้นจะถูกเก็บภาษีสูงถึง 36%
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุว่า "ไทยกำลังผลักดันให้สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ซึ่งเป็นอัตราที่ดีที่สุด หรือแม้จะถูกเก็บภาษีระดับ 10-20% ก็ถือว่ายอมรับได้"