โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมษา พฤษภา 2553 เหตุเกิด ณ ไทยคม 9 เมษายน ประลอง 'พลัง' ทหาร กะ นปช.

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.18 น.

ยุทธการ แดงเดือด

เมษา พฤษภา 2553

เหตุเกิด ณ ไทยคม 9 เมษายน

ประลอง ‘พลัง’ ทหาร กะ นปช.

ก่อนถึงวันที่ 10 เมษายน 2553 มีการเคลื่อนไหวอันเท่ากับเป็นสัญญาณ “เตือน” ถึงการยกระดับทางการเมืองถี่ยิบเป็นลำดับ

นับแต่ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ขยายพื้นที่ไป “ราชประสงค์” เมื่อวันที่ 3 เมษายน

หากประเมินจาก “มติชน” บันทึกประเทศไทย สัมผัสได้จากสถานการณ์การพังประตูรั้วของรัฐสภารุกเข้าไปข้างในเมื่อวันที่ 7 เมษายน ส่งผลให้รัฐมนตรีและ ส.ส.ต้องปีนรั้วหนีข้ามไปยังพระที่นั่งวิมานเมฆ

เวลา 16.30 น.วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษที่ ศอ.รส. กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

แถลงประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง”

ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตั้ง “ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน” อันมีชื่อย่อว่า “ศอฉ.” โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ

พร้อมกับตัดสัญญาณโทรทัศน์ “พีเพิล แชนแนล” (PTV) รวมทั้งเว็บไซต์ต่างๆ ในเครือข่ายของคนเสื้อแดง

พร้อมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยกเลิกการเข้าประชุม “สุดยอดผู้นำอาเซียน” ครั้งที่ 16 ที่เวียดนาม และการประชุมสุดยอดผู้นำความมั่นคงอาวุธนิวเคลียร์ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

เนื่องจากต้องการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ความร้อนแรงที่ตามมาคือความร้อนแรงที่สถานีภาคพื้นดินดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ในวันที่ 9 เมษายน

นี่คือการปะทะในลักษณะชิมลางระหว่าง “ทหาร” กับ “คนเสื้อแดง”

หนังสือประวัติศาสตร์เลือดเชือด “แดง” ปฏิบัติการกระชับอำนาจด้วย “กระสุนจริง” ลับ ลวง เลือด ของ วาสนา นาน่วม เริ่มบทที่ 8 ศักดิ์ศรีที่ไทยคม ด้วยประโยคคำถาม ใครจะคาดคิดบ้างว่า

เหตุการณ์ทหารกว่า 30 กองร้อย บุกเข้ายึดสถานีดาวเทียมไทยคมที่คลอง 5 ปทุมธานี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553

ที่ไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย

แต่มันได้กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน และเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ จนจบลงที่พฤษภาเลือด 2553 ด้วยเพราะปฏิบัติการครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องทั้งน่าอายและน่าชื่นชมของทหารในเวลาเดียวกัน

มุมหนึ่ง สำหรับทหารรู้สึกเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรีที่ทหารหลายพันคนต้องยอมวางโล่ กระบองและอาวุธทุกอย่างที่มี

ยอมแพ้ต่อผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เวลานั้นยังไม่ปรากฏว่ามีกองกำลังติดอาวุธ

ถูกผู้ชุมนุมยึดอาวุธ สั่งการ ไล่ต้อนให้เดินแถวออกไปสู่ทุ่งนา

ในอีกมุมหนึ่ง ทหารเกรงกลัวต่อการทำร้ายประชาชนเพราะเกรงจะกลายเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงจนไม่มีทหารคนไหนกล้าแตะต้องผู้ชุมนุม

อันที่จริง ศอฉ.เริ่มต้นอย่างสวยงามภายใต้จุดยืนที่จะไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ทำร้ายประชาชน มีกฎการใช้กำลัง 7 ขั้นตอนในการสลายการชุมนุมหรือปราบจลาจล

คือ การแสดงกำลัง

การใช้เครื่องแรงดันสูง โล่ กระบอง รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง

สั่งห้ามการใช้อาวุธกระสุนจริง แต่ยังคงแจกจ่ายอาวุธปืนและกระสุนจริงให้ทหารระดับจ่าและนายสิบแถวหลังเผื่อฉุกเฉิน ส่วนแถวหน้าใช้โล่ กระบอง แก๊สน้ำตา ติดตัวเท่านั้น

จึงทำให้ทหารไม่ได้ลั่น “กระสุนจริง” ที่สถานีไทยคม แต่ยอมเป็นหนูให้แมวตะปบ จนทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พูดอย่างเต็มปากเต็มคำในภายหลังว่า

“วันนั้นทหารลูกน้องผมไม่ทำร้ายประชาชน

อาจถูกมองว่า อ่อนแอ หน่อมแน้ม เกียร์ว่าง แต่พวกเขาไม่ทำร้ายประชาชน ถือว่าประเสริฐที่สุด”

กระนั้น จากมุมมองของ วาสนา นาน่วม นักข่าว “สายทหาร”

ที่สุดแล้ว วันที่ 9 เมษายน 2553 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้งผู้นำรัฐบาลและผู้นำกองทัพจำต้องกู้หน้า กู้ศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของทหารในยุทธการยึดผ่านฟ้าลีลาศจนเลือดนองราชดำเนินในวันรุ่งขึ้น

เพราะอันที่จริงในวันที่ 9 เมษายนนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดไฟเขียวให้ทหาร “ยึดคืน” สถานีไทยคมแล้ว

แม้อาจจำเป็นต้องใช้ “กระสุนจริง” บ้างก็ตาม

โดยมีคำสั่งให้ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังทหารจากสนามบินสุวรรณภูมิที่เฝ้ามาเป็นเดือน นำกำลังทหารชุดเดิมจากกลางทุ่งนาบุกเข้ายึดคืนให้จงได้

แต่ฝ่ายเสื้อแดงโชคดีหรือเพราะอาจมี “ทหารแตงโม” กระซิบ จึงได้รีบถอนตัวกลับที่ตั้งเสียก่อน

ทั้งนี้ หลังจากที่ ศอฉ.ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2545 ทำให้สถานีโทรทัศน์ “พีเพิล แชนแนล” หรือ “ทีวีจอแดง” ต้องจอมืดออกอากาศไม่ได้

เพราะมีทหารไปยึดสถานีทั้งที่ปทุมธานีและที่สี่แยกแคราย ถนนรัตนาธิเบศร์

แกนนำเสื้อแดงจึงนำม็อบกว่า 1.5 หมื่นคนบุกยึดสถานีคืนจากทหารได้อย่างง่ายดาย เพราะเวลานั้นทหารยังไม่กล้าแตะต้องประชาชน ยังกลัวว่าการเจ็บและตายจะกลายเป็นเงื่อนไข

ให้รัฐบาลและกองทัพต้องลงจากอำนาจเช่นในอดีต

ทั้งทหารม้าภาคเหนือจากกองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม.1) เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ ทั้งจากกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) กรุงเทพมหานคร กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) กาญจนบุรี และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.)

จึงเลือกที่จะวางอาวุธเท่าที่มี และโล่ กระบอง เดินแถวออกไปอยู่กลางทุ่งนา

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพราะมีทหารแตงโม หรือเพราะเป็นทหารของประชาชน พวกเขาจึงไม่คิดที่จะต่อสู้

อีกทั้งมีรายงานว่า เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (ซึ่งวาสนา นาน่วม ขยายความว่า) แม่ทัพใหญ่ของคนเสื้อแดงแอบมาลงพื้นที่พบปะบรรดาทหารม้าที่ยึดพื้นที่มาก่อนล่วงหน้าแล้ว

ในฐานะที่เป็นทหารม้าด้วยกันและเคยอยู่ในพื้นที่มาก่อน แถมยังรู้จักทหารม้าระดับจ่าและนายสิบ

จึงถูกเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทำร้ายประชาชน “ถ้ามีอะไรให้ถอยอย่างเดียว”

ไม่แค่นั้น บรรดาผู้บังคับหน่วยในปฏิบัติการครั้งนี้ไม่กล้าที่จะสั่งให้ทหารสู้เพราะไม่มีคำสั่งให้ใช้อาวุธ หรือแม้แต่อุปกรณ์ปราบจลาจลได้แค่ไหน แล้วไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้ทหารทำอะไรบ้าง

ทำให้เสี่ยงที่หน่วยปฏิบัติจะต้องรับผิดชอบเองหากเกิดความผิดพลาด มีเพียง “ไปยึดให้เรียบร้อย” และ “อย่าให้มันยึดคืนได้”

นี่คือคำสั่งจากปากที่ “นายๆ” กรอกหูผ่านทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น โดยไม่ระบุว่าให้ใช้อะไรได้บ้าง ซึ่งคาดว่าบรรดานายๆ เองกลัวที่จะทำให้เกิดเงื่อนไขเหมือนกันเพราะฝ่ายผู้ชุมนุมก็ไม่มีอาวุธ

แม้ว่าที่ไทยคมวันนั้นมีกองปฏิบัติการพิเศษหรือหน่วยเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90) ไปร่วมปฏิบัติการด้วยก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีเหตุให้มีการใช้อาวุธจริง เพราะมีการเอาอาวุธปืนไว้ท้ายรถกระบะ

แล้วเอาผ้าคลุมปิดไว้ แล้วมีทหารรบพิเศษนั่งคุมไว้อยู่

ไม่ว่ามองผ่าน “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 ไม่ว่ามองผ่าน “ลับลวงเลือด” ล้วนมองเป็นสัญญาณในทางการเมือง

เป็น “การเมือง” ที่ส่อแนวโน้มในการ “ยกระดับ”

นั่นก็คือ เป็นการเมืองที่ยังไม่หลั่งเลือด ขณะเดียวกัน ก็มีร่องรอยอันอาจก่อให้เกิดการเมืองที่ “หลั่งเลือด” ขึ้นได้

จำเป็นต้องศึกษา “เหตุปัจจัย” ไปตามแต่ละ “รายละเอียด”

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมษา พฤษภา 2553 เหตุเกิด ณ ไทยคม 9 เมษายน ประลอง ‘พลัง’ ทหาร กะ นปช.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...