ความลับ พิมมาPiXXie ถูกบูลลี่รูปร่างถึงขั้นต้องกินแค่กล้วย-มันนึ่ง
ไอดอลสาวพิมมา PiXXie หรือ พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ วันนี้จะมาเปิดใจเล่าหมดเปลือกในรายการ Prime Cast กว่าจะมาเป็นไอดอล TPOP สุดฮอต จากที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่จุดนี้ สู่เส้นทางการเป็นดาว ยอมรับเคยน้ำหนักขึ้นจนต้องอดข้าว กินแค่กล้วยกับมันนึ่งก่อนเดบิวต์!
มาเป็นพิมมา Pixxie ได้อย่างไร ?
พิมมา : เป็นคนเชียงใหม่ตั้งแต่เกิดจนถึง ม.ปลาย แล้วย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นไอดอล เพราะรู้สึกว่าไกลตัวมาก และเมื่อก่อนไม่ชอบร้องเพลงเลย ไม่ร้องเพลง แต่ชอบเต้นอย่างเดียว คิดว่าตัวเองอาจจะเป็นครูสอนเต้นหรือแดนเซอร์มากกว่า
ประสบการณ์ด้านการร้องเพลง ?
พิมมา : ไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องการร้องเพลงขนาดนั้น แต่ตอนกำลังจะขึ้นปี 2 รุ่นพี่ที่เป็นน้องชายของพี่โดม (พี่บอนชอน) ชวนให้มาออดิชั่น เพราะพี่โดมกำลังจะเปิดค่ายก็เลยลองออดิชั่นไหม ก็เลยส่งคลิปไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตอนแรกกลัวนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่สุดท้ายก็เป็น Trainee คนแรกในค่าย LIT คุยเล่นกับเพื่อนบ่อย ๆ ว่าถ้ามาบอกตอนนี้อาจจะไม่ติดแล้วเพราะตอนนั้นยังไม่มีตัวเปรียบเทียบ
มีอะไรอยากจะบอกน้อง ๆ ที่อยากเป็นไอดอล ?
พิมมา : สู้ ๆ ค่ะ ถ้าเราตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าปลายทางจะประสบความสำเร็จหรือไม่ พิมมาเชื่อว่าระหว่างทางเราได้อะไรแน่นอน อยากให้น้อง ๆ ที่อยากเป็นไอดอลหรือศิลปิน Enjoy กับ Process และ Enjoy กับระหว่างทาง กว่าจะไปถึงความฝัน เชื่อว่าจะได้เก็บเกี่ยวอะไรไปไม่มากก็น้อยแน่นอน
เริ่มดูแลสุขภาพเรื่องรูปร่างตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
พิมมา : เราเป็นคนเต้นอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพเท่าไหร่ เพราะชอบคาร์ดิโอ เป็นคนสมาธิสั้นนิดหน่อย ต้องหากิจกรรมทำตลอด แต่ถ้าเริ่มดูแลแบบจริงจังเลยก็น่าจะเป็นช่วงที่เป็นศิลปิน เพิ่งมารู้จักดูแลอาหาร ควรจะกินยังไง หรือคำนวณโปรตีนที่ควรได้รับต่อวัน
ทางค่ายต้องให้ทุกคนไปออกกำลังกายไหม ?
พิมมา : จริงๆ เขาอยากให้เราแข็งแรง ร่างกายพร้อมที่จะเพอร์ฟอร์มมากกว่า ไม่ได้บังคับว่าต้องเข้าฟิตเนส แต่ต้องดูแลตัวเองให้ร่างกายพร้อมที่จะร้องและเต้นบนเวที เต้นร้องบนเวทีเหนื่อย แรก ๆ คือไม่ไหวเลย ต้องพยายามเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรงและรับไหวกับสิ่งที่กำลังจะทำ
ทางค่ายมีกำหนดหุ่น หรือเสื้อผ้าที่ต้องฟิตให้เข้าชุดเดิมทุกปี เหมือนไอดอลค่ายอื่นไหม ?
พิมมา : Pixxie ไม่มีเลยค่ะ ถ้าเป็นค่ายหลัก ๆ น่าจะวางไว้แค่เป็นคาแรคเตอร์ของเด็ก ๆ ในวงมากกว่า ไม่ได้กำหนด แค่ให้เรารักษาหุ่นให้เราชอบตัวเองและแข็งแรง เน้นเรื่องความแข็งแรงในการเพอร์ฟอร์มและใส่เสื้อผ้าได้สวยงาม เอาแบบที่เราพอใจกับตัวเอง
แล้วตอนนี้พอใจกับรูปร่างตัวเองไหม ?
พิมมา : ช่วงที่กลับมาจากทำงานที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าอ้วนขึ้นนิดหนึ่ง ตอนนี้กำลังกลับไปเข้าฟิตเนส
อาหารการกินก่อนเข้าฟิตเนสกับหลังเข้าฟิตเนสแตกต่างกันเยอะไหม ?
พิมมา : จริง ๆ มันควรจะต่างกันค่ะ แต่บางครั้งก็อดใจไม่ไหวที่จะกินขนม ก็มีช่วงที่ไม่สามารถบาลานซ์ได้ และตบะแตก น้ำหนักขึ้นเป็น 10 กิโลกรัม เหมือนช่วงเดบิวต์ใหม่ ๆ ที่ยังเด็กและไม่รู้เรื่องการกิน พากันไปกิน พอถึงวันที่จะต้องเดบิวต์น้ำหนักก็ขึ้นไปเกือบ 10 กิโลกรัม เครียดกันทั้ง 3 คน เพราะขึ้นพร้อมกันหมด น่าจะเป็นเพราะกินดึก และน่าจะกินมากเกินไปกว่าที่ควรจะเป็นในช่วงเวลานั้น ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดด้วย ไม่ค่อยมีงานให้ออกไปเต้นเท่าไหร่ มีซ้อมอยู่ แต่แคลอรี่ที่กินเข้าไปอาจจะยังไม่พอ หรือกินมากเกินไป ช่วงนั้นเครียดกันมาก พิมมาน้ำหนักขึ้นไปประมาณ 52-53 กิโลกรัม คุยกันว่าจะทำยังไงดี เพราะต้องไปถ่ายงานแล้วอ้วนมาก กลัวฟุตเทจจะอยู่บน YouTube ตลอดกาล
ลดน้ำหนักอย่างไรในตอนนั้น ?
พิมมา : ลดได้เท่าที่ลดได้ ตอนนั้นลงมาได้ประมาณ 48 กิโลกรัม ซึ่งไม่ใช่เป็นวิธีที่ Healthy เพราะมีเวลาจำกัดมาก ไม่ยอมกินข้าว กินแต่กล้วยทั้งวันลูกเดียวแล้วก็มันนึ่ง ร่างกายตอนนั้นก็ไม่ค่อยดีเลย เหนื่อยง่าย รู้สึกว่ามันไม่ใช่การผอมลงที่แข็งแรง มีความเครียดเข้ามา ไม่สดชื่น พักผ่อนไม่ดี
หลังจากนั้นคุณปรับวิธีการลดน้ำหนักยังไง ?
พิมมา : ต้องกินให้ถึง และออกกำลังกายให้ถึงเหมือนกัน จริง ๆ แล้ว ไม่ได้เป็นคนอ้วนขนาดนั้น แค่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่กินจุกจิก ไม่ห้ามปากตัวเอง พอรู้แล้วว่าเคยไปอยู่ในจุดที่น้ำหนักเกินสำหรับตัวเอง ก็เลยรู้สึกว่าอันดับแรกคือเตือนกันเวลาจะกินขนมให้มีลิมิต ไม่ได้ตัดไปเลยแต่ก็ไม่ได้ตามใจปากทั้งหมด เลือกเป็นขนมคลีน หรือเจอตรงกลางระหว่างที่อยากกินขนมกับการรักษาสุขภาพ
โดยเฉลี่ยแล้วซ้อมเต้นวันละกี่ชั่วโมง ?
พิมมา : Pixxie ไม่ได้ซ้อมเต้นเยอะขนาดนั้น จะมีตารางซ้อมแค่ช่วงที่จะปล่อยเพลงใหม่หรือทำโชว์ใหม่ เราออกอีเวนต์ค่อนข้างบ่อย อย่างต่ำอาทิตย์ละ 3-4 งาน ซึ่งเหมือนเป็นการได้ซ้อมไปในตัวเวลาไปเพอร์ฟอร์ม
เล่นเวทด้วยไหม ?
พิมมา : ก่อนหน้านี้เล่นพิลาทิสค่ะ แต่ช่วงนี้กลับมา เวทเทรนนิ่งด้วย ตอนนี้ก็เล่นทั้งคู่ ควบคู่ไปกับคาร์ดิโอ
การนอนช่วงนี้เป็นยังไง ?
พิมมา : นอนดีขึ้นเยอะ จริง ๆ เป็นคนนอนดึกค่ะ ประมาณตี 4 นอนไม่หลับเฉย ๆ เป็นคนที่รู้สึกว่าวันไหนที่เลิกงานค่ำ เช่น 23:00 น. จะยังนอนไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง จะต้องกลับไปไถมือถือ เล่นกับแมว หรือดูซีรีส์ เพราะกลางวันทำงาน เลยรู้สึกว่าเราจะนอนไปแบบยังไม่ได้ใช้ชีวิตตัวเอง ก็เลยนอนน้อย นอนบนรถตู้ หรือแอบนอนระหว่างวัน เป็นคนต้องการชั่วโมงนอนน้อยกว่าคนทั่วไป บางครั้งนอน 3 ชั่วโมงก็พอแล้ว รู้สึกนอนอิ่มแล้ว แต่ช่วงนี้พยายามนอนเยอะขึ้น และเริ่มนอนดีขึ้นประมาณ 6 ชั่วโมง รู้สึกว่ามันสดชื่นกว่า
ช่วงไหนที่งานเยอะ ๆ ต้องนอนน้อย ซ้อมเต้นเยอะ ๆ จัดการตรงนี้ยังไง ?
พิมมา : จัดการได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถ้าเป็นช่วงที่ทัวร์หนัก ๆ หรือซ้อมคอนเสิร์ตหนัก ๆ ก็คือไม่ได้แบ่งชีวิตไปทำอย่างอื่นเลย โฟกัสแค่ตรงนั้น หมดงานก็นอน ตื่นมาก็ลุยงานต่อ อย่างตอน Pixxie ไปทัวร์เหนือประมาณอาทิตย์หนึ่ง 5-6 วัน ก็คือลุยอย่างเดียว แล้วค่อยกลับมานอนที่กรุงเทพฯ ทีเดียว
ห้ามพลาด! ลิงก์เด็ด
หญิงออนภรรยาตั้มวิชญะ แจ้งความปมปะทะเดือด เฉลยสาเหตุตะโกนรู้มั้ยกูเป็นใคร
อั๊ต อัษฎา เผยความสัมพันธ์กับดาราสาวคนนี้ หลังถูกจิ้นหนัก
เพลง Smiling to your birthday เพลงอวยพรวันเกิดสุดอบอุ่น ใช้แทน Happy Birthday ได้เลย
เพลง Wifi Heart เพลงเพราะ ๆ จะชอบใครก็อย่าลืมเช็คสัญญาณให้ดี