ไม่มีทางตัน
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ตอนนี้ผมเดินไปวงไหน นักธุรกิจทุกคนจะเดินมาถามเรื่องเดียวเลยครับ
คือ เรื่อง “การเมือง”
เขากังวลใจกับเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลมาก
ก่อนหน้านี้ เวลาคุยเรื่องการเมือง นักธุรกิจจะออกลูกบ่นมากกว่า
บ่นว่าทำไมรัฐบาลทำแบบนี้
ทำไมนายกฯไม่ทำเรื่องนี้
อะไรประมาณนั้น
แต่พอถึงวันนี้ ทุกคนสนใจเรื่องเดียวคือ เสถียรภาพของรัฐบาล
ตามประสาคนทำธุรกิจ ทุกคนต้องการ “ความแน่นอน”
อยากรู้ว่ารัฐบาลเป็นใคร นโยบายเป็นอย่างไร
จะได้วางแผนได้
แต่วันนี้สถานการณ์การเมืองพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อเกิดคลิปลับ “อังเคิล-หลาน”
จนนำไปสู่ “ม็อบใหญ่” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
และคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยคะแนน 9:0
ตามด้วยการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของ “แพทองธาร ชินวัตร” จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน ด้วยคะแนน 7:2
เรื่องนี้มีนัยสำคัญทางการเมืองมาก
เพราะรัฐบาลเพิ่งปรับ ครม.ใหม่ พรรคภูมิใจไทยชิงถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เมื่อพรรคเพื่อไทยจะยึดกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา
จำนวนเสียง สส.รัฐบาลลดฮวบลง
ทำให้เสียงค่อนข้างปริ่มน้ำ
แค่เปิดประชุมสภา วันแรก สภาก็ล่มแล้ว เมื่อฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุม
ตอนนี้แวดวงการเมืองตั้งคำถามว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร
ถ้าดูจากเสียง 7:2 ที่ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และจากเนื้อหาในคลิปลับนั้นแล้ว
มีโอกาสสูงมากที่ “อุ๊งอิ๊ง” จะไม่รอด
และถ้าดูจากคดีที่ผ่านมา
คดีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ใช้เวลาพิจารณา 37 วัน
คดีของ “เศรษฐา ทวีสิน” ศาลไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ใช้เวลาพิจารณา 83 วัน
จากข้อมูลนี้แสดงว่าตั้งแต่ “สิงหาคม” เป็นต้นไป มีโอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสิน
ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ “ม็อบใหญ่” จะกลับมาอีกครั้ง
จริง ๆ ตามธรรมชาติม็อบ เมื่อจุดติดแล้วต้องรีบเดินหน้าต่อ
แต่เพราะเดือนกรกฎาคม ถือเป็น“เดือนมหามงคล”
ไม่ควรเคลื่อนไหวทางการเมือง
ก็เลยต้องเว้นวรรคไป 1 เดือน
ครับ สมมุติว่านายกฯแพทองธาร ต้องพ้นจากตำแหน่งจริง
ตามรัฐธรรมนูญต้องโหวตหาตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสภา
นี่คือ ช่วงของความปั่นป่วนทางการเมือง
เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่จำเป็นต้องสนับสนุน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย
เขาอาจเปลี่ยนใจไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้
แต่วันนี้ด้วยจำนวน สส.ของแต่ละพรรค เรามีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาชน
คนจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคใดพรรคหนึ่ง
ไม่เช่นนั้น เสียงไม่พอ
ดังนั้น ถ้า “อนุทิน” จะเป็นนายกฯ เขาก็ต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคใดพรรคหนึ่งใน 2 พรรคนี้
การที่พรรคเพื่อไทยจะหนุนนายอนุทิน เป็นเรื่องยากมาก
ยกเว้นมี “ดีลลับ” ที่พรรคเพื่อไทยต้องทำตาม
พรรคประชาชนประกาศท่าทีใหม่ว่า ยังยืนยันไม่เป็นรัฐบาล แต่อาจจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯและพรรคการเมืองแบบมีเงื่อนไข
คือ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา
ซึ่งอาจเป็น “ชัยเกษม” หรือ “อนุทิน” ก็ได้
การเดินเกมแบบนี้ ทำให้คนที่คิดจะดันการเมืองไปสู่ “ทางตัน” ทำได้ยากขึ้น
แต่ที่ต้องไม่ลืมเป็นอันขาด ก็คือ อำนาจ “ยุบสภา” ในมือของรักษาการนายกรัฐมนตรีนะครับ
ถ้าเกมการเมืองเดินไปสู่ทางที่พรรคเพื่อไทยจะสูญเสียอำนาจบริหาร
เขายุบสภาได้ทันที
ถามว่าเป็นไปได้ไหม
…เป็นไปได้ครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่มีทางตัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net