จากเพื่อนข้างบ้าน แพรว คณิตกุล เปิดใจรักใหม่ ใส่เต็มไม่มีเผื่อใจ แม้แฟนเป็นลูคีเมีย
จากเพื่อนข้างบ้านสู่แฟน! “แพรว คณิตกุล” ลั่นบุพเพอาละวาดมาก เปิดใจรักครั้งใหม่ ใส่เต็มไม่มีเผื่อใจ แม้แฟนเป็นลูคีเมีย ต้องไม่มีคำว่ารู้งี้
เรียกว่าบุพเพสันนิวาสก็ว่าได้ “แพรว คณิตกุล” ที่เปิดตัวรักครั้งใหม่สุดอบอุ่น เป็นแฟนหนุ่มอยู่ข้างห้องมานาน แต่เพิ่งได้คุยกัน ล่าสุดสาวแพรวมาร่วมงานแถลงข่าวการแข่งขันเดิน-วิ่ง DPU RUN 2025 Anti-Aging Run วิ่งกับหมอเพื่อชะลอวัย ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จากนั้นได้เผยถึงอีกฝ่ายว่าป่วยเป็นลูคีเมีย แต่สู้ชีวิตและคิดบวก ทำให้เกิดความประทับใจ รักครั้งนี้ก็เรียกว่าไม่มีเผื่อใจ
“เพิ่งเริ่มมีแฟน ครบมาปีนึงแล้ว แต่เพิ่งจะเปิดตัว แต่จริงๆ ลงรูปมานานมากแล้วด้วย เป็นเพื่อนบ้านกัน คืออยู่คอนโดเนี้ยมาสิบปี แฟนอะอยู่มาห้าปีไม่เคยเจอกัน แล้ววันนั้นเป็นวันที่เราก็เอาแมวเดินขึ้นไปกินหญ้าข้างบนบ้านแล้วก็แฟนอะขึ้นไปเดินพอดี ก็เลยเจอกันวันนั้น แต่คุยไปคุยมาอยู่มาตั้งนาน อ้าวแล้วอยู่ชั้นไหน อยู่ชั้นเดียวกัน แต่ออกจากลิฟต์เราเลี้ยวซ้าย แต่เขาเลี้ยวขวา แต่ไปๆมาๆเพิ่งรู้ว่าห้องข้างๆ ที่เราเคยไปเคลียร์ปัญหาคนจีนมาเช่าสมัยก่อนคือบ้านป้าเขา ซึ่งตอนเนี้ยเขาย้ายมาอยู่บ้านป้าเขาซึ่งประตูถัดไปเลยแต่บางทีก็ใกล้ไป บุพเพอาละวาดมากๆ แต่ก็รู้สึกว่าดี มันทำให้เราดูแลกันง่าย”
แล้วอะไรที่รู้สึกว่าผ่านด่านเรา ปกติเราก็ไม่ได้มีนานแล้วไง?
“ปกติเราก็ใช้เวลาในการคุยกับคนนั้นคนเนี้ย แต่คนนี้เขาป่วยเป็นลูคีเมีย แต่ว่าไม่ได้ทำให้เรื่องนี้เราสองคนมันเครียดหรืออะไรอย่างงี้นะ คือเราก็คุยกันมาสักพักนึง แต่ว่าเราอะพอวันหนึ่งมีอาการแล้วก็ไปตรวจสุขภาพนี่แหละแล้วเจอ ตอนนั้นน่ะเรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน เราคุยกันแล้วเรารู้สึกว่าเราประทับใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ ถึงความคิดบวก เมื่อเจอปัญหาในชีวิต ทำให้เรารู้สึกว่าเราเจอความสงบสุขในท่ามกลางที่เราต้องเจอปัญหาที่ใหญ่ค่อนข้างใหญ่ แล้วตัวเขาเองเขาก็ไม่ได้เทคว่าเรื่องเนี้ยเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ไม่ได้ยอมแพ้ในชีวิตแล้วก็รู้สึกว่าเขาสู้มากๆ แล้วก็เป็นคนที่บางทีก็ลืมว่าตัวเองป่วย แล้วต้องตั้งวอลเปเปอร์ตัวเองเป็นเซลล์มะเร็งไว้เตือนตัวเองว่าป่วยอยู่นะ อย่าซ่ามากคือมันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ยจริงๆ ชีวิตเรามันสนุกมากนะ แค่เราต้องมองมันในมุมที่มันสนุก”
แล้วเราต้องดูแลเขายังไง?
“เราแค่ต้องคลีนๆนิดนึง คือเราต้องระวังนิดหน่อย คือจะติดเชื้อง่าย เราก็เลยจำเป็นต้องออกกำลังกาย แต่เรามาเรียนที่เนี่ย Anti-Aging ก่อนที่เราจะเจอเขา มันมีวิชาที่เกี่ยวกับเซลล์มะเร็ง เพื่อนจะแซวตั้งใจเรียนมากเลยนะเนี่ย เราก็จะรู้สึกว่าตัวเม็ดเลือดขาวมันมีหลายหลายอัน เราก็จะโฟกัสไปที่อันนั้นนอกจากความสวยงาม ตอนแรกมาเรียนกะว่าแค่จะดูแลว่าตัวเองให้มันถูกต้อง เพราะว่าวิตามินเดี๋ยวเนี้ยมันเยอะมาก ที่มีอยู่ทำไมกินเยอะจัง แล้วตับจะเป็นไรเปล่า คือเริ่มแรกแค่นั้นเลย แต่พอเรียนไปเรียนมาพอแฟนเราเป็นอย่างงี้ด้วย รู้สึกว่ามันช่วยได้มากๆ เลย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมันรักษาอะไรได้บ้าง แล้วอาจารย์หมอคนไหนที่เก่งๆ อะไรเงี้ยเราจะสามารถรู้ได้หมดเลย แล้วก็เรามีเพื่อนที่น่ารักที่ให้คำปรึกษา ตอนแรกอ่านค่าพวกเซลล์มะเร็งไม่ค่อยเป็นหรือเซลล์เม็ดเลือดไม่เป็นพอมาเรียนใบมาเลย โอ้โหได้หมดเลย ก็รู้สึกว่ามาเรียนแล้วคุ้มค่า”
เขาชื่ออะไร?
“ชื่อเคลวินค่ะ”
ตอนลงรูปไปเขาว่ายังไงบ้าง?
“ตอนแรกเขาบอกเฮ้ยอะไรอะ ทำไมเพื่อนส่งมาเต็มเลย ไม่เป็นไรเขาบอกว่ายูหน้าตาหล่อ เคลวินบอกโอเคงั้นรอดไป”
เขาเป็นคนไทยไหม?
“เขาเป็นคนไทยนี่แหละ แต่ว่าคุณพ่อเขาเป็นคนฮ่องกง แต่เป็นฮ่องกงที่อยู่ที่อเมริกามาตลอด เพราะฉะนั้นเขาเลยจะถนัดพูดภาษาอังกฤษ แต่เขาจะบอกว่าพูดภาษาไทยกับเขาได้เลย แต่บางอย่างเราพูดอะไรกับเขาไปเขาจะแบบ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คำยากๆ จะไม่เข้าใจ”
ตอนแรกเขารู้ว่าเรามีชื่อเสียง?
“ไม่น่าจะรู้ แต่เพื่อนเขารู้ เขานึกว่าเราคนงานเพราะว่าเราถนัดไปคุมก่อสร้างช่วงนี้ เขาจะนึกว่าเราไปทางนั้นมากกว่า จัดบ้านทำอะไรอย่างเขานึกว่าเราเป็นอาชีพนั้นมากกว่า”
วันนี้เขาน่าจะเชื่อแล้ว?
“เชื่อค่ะ เขาเชื่อแล้วตั้งแต่เขาเห็นเราร้องเพลงตามคอนเสิร์ตบ้าง”
ได้เปิดเพลงสมัยก่อนให้เขาดูไหม?
“ไม่เปิดค่ะ ให้เขาแบบบางทีเราก็ไม่ต้องไปบอกว่าเราอะไรทั้งหมดเนาะ เพราะบางอย่างมันก็ไม่ต้องดูบ้างก็ได้”
กับคนนี้มั่นใจมองถึงอนาคตไหม?
“จริงๆ ก็มั่นใจมาตลอด คือหมายถึงว่าเราเองเป็นคนที่ทำอะไร เรารู้สึกว่าเราสุดอะ บางคนก็บอกเผื่อใจหน่อยนะเพราะเขาป่วยหรือเปล่า ไม่ๆ เราต้องสุด เพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่าเราป่วยเราจะไปก่อนหรือเราปกติเราจะไปก่อน เราทุกคนมีสิทธิ์ไปได้ตอนไหนก็ได้ แต่ว่าตอนเนี้ยมันต้องไม่มีคำว่ารู้งี้ เพราะว่ามันจะได้แบบใส่สุด แล้วไม่มีว่าเฮ้ยเดี๋ยววันนั้นฉันน่าจะทำแบบนี้นะ ใส่สุดไปเลย”
โรคนี้มีโอกาสจะหายไหม?
“ปัจจุบันคือมันก็มีโอกาสที่จะหาย แต่ทางของแฟนแพรวก็เลือกกินยาทาร์เก็ตเทอราพี ซึ่งมันก็จะใช้เวลา ทำให้ค่ารักษาก็ค่อนข้างจะสูงนิดนึง เพราะเขาไม่ได้มารบกวนอะไรเราเลย แล้วเขาก็ทำงานทุกอย่างก็คือเขาดูแลตัวเอง ทั้งการรักษา แล้วก็ดูแลตัวเองอย่างดี”
เขาคิดว่าเราเป็นเด็กไหมตัวเราเล็ก?
“เขาคิดว่าเราเป็นหมามั้ง (หัวเราะ) เขาก็คิดว่าเราไม่น่าจะไปถึงตรงนั้น ตอนแรกที่คุยก็ไม่คิดว่าเขาจะไปอายุถึงตรงนี้ เราไปรู้อายุเขาตอนเฉลยในใบที่โรงพยาบาลว่าแบบเฮ้ยมาคุยกันหน่อยดิ ไหนมันไม่ใช่อายุที่บอกเรานี่หว่า เราก็บอกรู้อายุฉันใช่ไหม ไปเสิร์ชกูเกิลมาแล้วใช่ไหม แล้วของยูมันน้อยกว่าอายุจริงหนึ่งปี เพราะฉะนั้นน่ะมันก็มาเฉลยเอาตอนที่เราค่อยๆ คุยกันไปเรื่อยๆ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากเพื่อนข้างบ้าน แพรว คณิตกุล เปิดใจรักใหม่ ใส่เต็มไม่มีเผื่อใจ แม้แฟนเป็นลูคีเมีย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th