นางบำเรอแสนรัก
ข้อมูลเบื้องต้น
………………….
เรื่องราวของเด็กสาววัยรุุ่นที่ถูกพ่อ…ที่ผีการพนันเข้าสิง นำเธอมาขายให้เป็นนางบำเรอของหนุ่มใหญ่นักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งนิยมเลี้ยงนางบำเรอไว้ในบ้านอีกหลัง ซึ่งตัวเขานั้นทั้งหล่อและรวยมากๆ
แต่เพราะเขาอายุ 42 แล้ว จึงไม่นิยมมีเซ็กซ์กับเด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบ แต่ยินดีรับเด็กสาวไว้เพราะเวทนา กลัวพ่อเธอจะขายให้คนอื่น แล้วถูกส่งต่อไปยังซ่อง
:::::::::::::::::::::::::
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่นะ อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อีก ทำตัวปกติ และตั้งใจเรียนหนังสือให้จบก่อนเถอะ” น้ำเสียงชินภพอ่อนลง อาจเพราะหน้าสวยๆ นั้นกำลังเบะปาก เขาอาจเสียงดังเกินไป หรือกลัวว่าเขาจะไล่ออกจากบ้านจริงๆ
“ค่ะ ค่ะ หนูจะไม่แต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว หนูจะแต่งตัวตามปกติของหนูค่ะ” น้ำเสียงเริ่มร่าเริงขึ้นจนคนมองรู้สึกหมั่นไส้ และสงสัยท่าทีน้ำตาซึมเมื่อครู่
“ใช่ แต่งตามปกตินั้นแหละ แต่มีข้อแม้อย่างเดียวนะ”
“ข้อแม้อะไรคะ”
“ห้ามเอาหน้ามาให้ฉันเห็นอีก!”
::::::::::::::::
อ่านแล้วติชม แนะนำกันได้ค่ะ น้อมรับฟังเพื่อพัฒนาผลงานตัวเองต่อไป แต่ขอแบบบอกกล่าวกันด้วยมิตรภาพนะคะ
ก็หวังว่านิยายเรื่องนี้จะสร้างความบันเทิงกับคนอ่านไม่มากก็น้อย
……………
***สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ปี 2537 และฉบับเพิ่มเติมปี 2558
ห้ามคัดลอก ทำซํ้า ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนิยายไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
บทนำ : เด็กใหม่
บทนำ : เด็กใหม่
“ยังเด็กอยู่เลย กูไม่รับ!” หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ตะโกนอย่าง
หัวเสีย เมื่อลูกน้องคนสนิทนำเด็กสาวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังนั่งก้มหน้าตัวลีบอยู่บนพื้นในห้องรับแขก ใส่เสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงขาสั้นแค่เข่า ผมสั้นหน้าม้า บ่งบอกว่ายังเป็นนักเรียนมัธยม
“มันดูผอมไปบ้าง แต่ร่างกายมันโตเต็มวัยแล้วนะนาย รับไว้เถอะครับ”
“นี่มึงอยากให้กูติดคุก ข้อหาพรากผู้เยาว์เหรอไอ้พล!” ถึงเขาจะชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่คิดจะทำผิดกฎหมายหรือไร้ศีลธรรมเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ เพราะมีผู้หญิงมากมายที่รองรับอารมณ์ของเขาได้ โดยไม่ต้องไปยุ่งกับเด็กผู้หญิงให้สุ่มเสี่ยง
“ถ้านายกลัวตะราง ก็ให้มันทำงานอย่างอื่น หรือทำงานบ้านไปก่อนก็ได้ อีกไม่กี่เดือนนังอัณมันก็สิบแปดแล้ว ถ้านายไม่เอา ลุงทิตย์เขาก็คงไปขายให้คนอื่น สงสารเด็กมันที่อาจจะถูกขายต่อเข้าซ่อง ยังไงก็เห็นมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จน…”
“เออๆ เอาไว้ก็ได้ และมึงก็หางานให้ทำเองแล้วกัน เสือกดีนัก!” เขากระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด ก่อนปรายตามองเด็กสาวที่ยังก้มหน้างุด จนคางจะถึงหน้าอกตัวเองอยู่แล้ว ถึงเด็กสาวจะหน้าตาผิวพรรณดี แต่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย ไม่ใช่สเปกเขา ชินภพชอบผู้หญิงจัดจ้าน กร้านโลก เก่งทางเซ็กซ์และโลกีย์ แบบไม่ต้องเสียเวลามานั่งสอน เพราะเขาต้องการผู้หญิงเฉพาะแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น
“เดี๋ยวให้มันช่วยทำงานบ้าน ตอนมันเลิกเรียนแล้วกันครับ”
“ยังเรียนอยู่แท้ๆ ก็ถูกพ่อเอามาขาย ” ชินภพพำพึม เงินที่พ่อของ
เด็กสาวเสนอขายมานั้นก็แค่ไม่กี่แสน พ่อที่นอกจากขี้เมา ยังบ้าการพนัน ไม่รู้จักทำมาหากินวิธีอื่น ขายทุกอย่างที่มี ไม่เว้นแม้แต่ลูก ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของอาทิตย ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของพล ลูกน้องคนสนิทของเขา
ซึ่งอาทิตย์ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เคยทำงานในไร่องุ่นของเขา แต่เพราะมันชอบดื่ม บ้าการพนัน ทำงานได้ไม่ดี แถมเวลาเมาชอบมีเรื่องกับคนงานอื่นๆ เขาเลยให้มันออก
“เรียนอยู่มอหกครับ อีกไม่กี่เดือนมันก็จบแล้ว”
“อือ ก็เรียนไป ขาดเหลืออะไรก็บอก!” ถึงจะไม่อยากรับไว้ แต่พอคิดว่าเด็กสาวจะถูกส่งให้กับไอ้เสี่ยโต ที่นอกจากจะเป็นเจ้าของบ่อนในพื้นที่ มันยังเปิดซ่องลับๆ ไว้รับรองแขกวีไอพีในบ่อนด้วย
“อัณ มากราบขอบคุณคุณภพเร็วเข้า” พลเรียกหลานสาวเสียงดัง
อัณชญาเงยหน้าขึ้น แต่ไม่กล้าสบสายตาคมกล้าของผู้ชาย ที่พ่อนำเธอมาขายให้ เด็กสาวเดินเข่ากระทั่งมาใกล้ร่างที่นั่งอยู่บนโซฟา แล้วยกมือก้มลงจะกราบใกล้ปลายเท้าของชินภพ
“เฮ้ย ไม่ต้องถึงขนาดมากราบตีนฉันหรอก แค่ยกมือไหว้เฉยๆ ก็พอ!” เขาตวาดเสียงดัง ทำให้ร่างเล็กนั้นชะงักค้างมือที่พนมขึ้นพร้อมท่าโน้มตัวลงต่ำ
อัณชญาจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แล้วพนมไหว้อย่างอ่อนช้อยแทน พร้อมเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว
“ขอบคุณค่ะ”
จังหวะนั้นเองที่ทำให้ชินภพได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวชัดเจน จึงถือโอกาสพิจารณาวงหน้าขาวรูปไข่ที่เกลี้ยงเกลาไร้ที่ติ เครื่องหน้าถือว่าสวยมาก ทั้งคิ้ว ดวงตา จมูกและริมฝีปาก โดยเฉพาะดวงตากลมโตใสแจ๋วเหมือนแก้วที่เจียระไนจากช่างฝีมือดี
หนุ่มใหญ่เผลอมองไม่รู้นานแค่ไหน กระทั่งได้ยินเสียงลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้น
“งั้นผมจะพานังอัณไปที่ตึกส้มนะครับ”
‘ตึกส้ม’ ที่นายพลพูดถึง ก็คือที่พักของบรรดานางบำเรอของเจ้านายนั่นเอง ที่นั่นมีผู้หญิงที่พร้อมใจมาทำหน้าที่บนเตียงกับชินภพ ซึ่งตอนนี้มีอยู่ถึงเจ็ดคน รวมอัณชญาเข้าไปด้วยก็แปดพอดี
“ไม่ต้องไปอยู่ที่นั่นหรอก อยู่เรือนหลังเล็กกับป้าหมายก็แล้วกัน” ที่นั่นบ้านพักของแม่บ้าน ที่ชินภพให้ความเคารพนับถือ เพราะอีกฝ่ายเคยดูแลเขามาตั้งแต่ยังเด็ก กระทั่งย้ายตามกันมาอยู่ที่เมืองเหนือ
“ได้ครับนาย”
“เรื่องเงินค่าตัวเด็ก พรุ่งนี้มึงก็ไปทำเรื่องเบิกกับฝ่ายบัญชี เดี๋ยวกูจะโทร. บอกเขาไว้”
“ครับเจ้านาย”
จากนั้นชินภพก็ลุกจากโซฟา แล้วเดินออกจากห้องรับแขก ตรงไปยังชั้นสอง ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของเขา ที่ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนขึ้นไปได้ ถ้าไม่อนุญาต นอกจากคนทำงานบ้าน และลูกน้องคนสนิทเท่านั้น
“ไปอัณ” พลเรียกหลานสาว ที่แม้จะเป็นเพียงญาติห่างๆ แต่ก็เห็นอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็ก
“น้าพล ป้าหมายดุไหม” อัณชญาเริ่มมีความกังวลที่ต้องไปพักอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก
“ป้าหมายใจดี แต่มึงก็ทำตัวดีๆ ขยันช่วยงานป้าเขา หรือป้าเขาใช้ทำอะไรก็อย่าขี้เกียจเข้าใจไหม เพราะถ้ามึงไม่ได้อยู่ที่นี่นะ พ่อมึงขายไปให้ไอ้เสี่ยโต มันเบื่อมึงแล้ว รับรองมึงโดนขายซ่องแน่”
“ค่ะ หนูจะทำตัวดีๆ ไม่ขี้เกียจ หนูอยากอยู่ที่นี่กับน้าพล ไม่อยากอยู่กับไอ้เสี่ยโตหรอก” เพราะถึงพลจะเป็นคนพูดจาโผงผาง แต่เขาก็เคยดูแลเธอตั้งแต่ยังเด็ก และเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่
“เอ่อ กูก็ช่วยมึงได้แค่นี้แหละ ในเมื่อพ่อมึงมันเหี้ยคิดจะขายลูกกินอย่างเดียว กูก็ทำได้แค่นี้แหละ เพราะยังไงอยู่ที่นี่ก็ดีกว่าอยู่ซ่องแล้วกัน”
จากนั้นพลก็พาอัณชญาไปยังเรือนหลังเล็ก ที่อยู่ด้านหลังตึกใหญ่ และอยู่ห่างจากตึกส้มพอสมควร มีรั้วดอกไม้กางกั้นออกจากพื้นที่พักอาศัยเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน
พลพาหลานสาวมาถึงเรือนเล็ก ซึ่งเป็นเวลาค่ำมากแล้ว เจ้าของเรือนก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จปะแป้งหน้าขาววอก กำลังดูโทรทัศน์อยู่กับเด็กรับใช้คนหนึ่งที่พักอยู่ด้วยกัน
“อ้าวไอ้พล มาแล้วเหรอ เมื่อกี้คุณภพโทร. มาบอกป้าแล้วว่าจะมีคนมาอยู่ด้วย”
“อัณ นี่ป้าหมาย” พลหันไปบอกอัณชญา เจ้าตัวก็ยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม แต่ใบหน้าสวยใสตามวัยนั้นก็เรียบนิ่ง สายตามีแววกังวลอย่างคนที่มายังสถานที่ไม่คุ้นเคย หวั่นเกรงสิ่งที่จะพบเจอ
“รบกวนป้าหมายสั่งสอนมันด้วยครับ มันเป็นหลานห่างๆ ของผมเองแหละ แต่พ่อมันเหี้ย ผีพนันเข้าสิงจนหมดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ขายแม้กระทั่งลูก ถ้านายไม่รับไว้ นังอัณมันคงได้ไปอยู่ซ่องแน่นอน”
“เฮ้อ กรรมของเด็กจริงๆ ที่มีพ่อไม่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่มาอยู่ที่นี่ก็แล้วแหละ ฉันก็แก่แล้ว มีเด็กๆ มาอยู่ด้วยอีกคนก็ไม่เหงา” ป้าหมายส่งยิ้มให้เด็กสาว อีกฝ่ายจึงค่อยๆ ยิ้มตอบด้วยความรู้สึกเบาใจได้เปราะหนึ่งว่าป้าหมายคงเป็นคนใจดี และเธอคงจะพักอยู่ที่นี่อย่างไม่อึดอัดใจใดๆ
“นุ่ม พาอัณไปห้องพักด้านหลัง” ป้าหมายเรียกเด็กรับใช้ที่พักอยู่ด้วยกัน
“อ้าว ไม่นอนห้องเดียวกับเราเหรอป้า” นุ่มถามอย่างสงสัย
“ไม่ต้อง ให้อัณนอนคนเดียว น้องเขายังเรียนอยู่ ต้องอ่านหนังสือ ทำการบ้าน จะได้เป็นส่วนตัว”
“งั้นตามมา” นุ่มบอกช่วยหยิบกระเป๋า แล้วเดินนำหน้าไปก่อน
อัณชญาส่งยิ้มให้ป้าหมาย แล้วลุกเดินไปพร้อมกระเป๋าอีกใบ เป็นเสื้อผ้าข้าวของส่วนตัว ส่วนอีกใบที่นุ่มถือไปเป็นหนังสือและอุปกรณ์การเรียนทั้งหมด
“ห้องนี้ทำความสะอาดไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน น้องก็จัดการทำสะอาดเองนะ ปลอกหมอน ผ้าปูก็อยู่ในตู้นั้นแหละ”
“ขอบคุณค่ะ” อัณชญายกมือไหว้นุ่ม ที่อายุมากกว่า อีกฝ่ายยิ้มตอบ แล้วเอ่ย
“น่ารัก มิน่านายถึงรับไว้”
อัณชญายิ้มเศร้ากับคำพูดอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไรหรอก อยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว ถึงนายจะดุไปหน่อย แต่ก็ใจดี ถ้าอัณทำตัวน่ารักๆ นายจะเลี้ยงอัณไปนานๆ เลยนะ แต่อัณอายุยังน้อย กว่าจะถูกปลดระวาง โอ๊ย นานหลายปี เว้นแต่อัณจะทำตัวไม่น่ารัก ไม่ถูกใจนาย อาจโดนเฉดหัวออกจากบ้านก่อนเวลาอันควร”
“หนูจะทำตัวให้น่ารักๆ ค่ะ” เธอไม่อยากถูกนายเฉดหัวออกจากบ้าน
“ดีแล้ว เพราะออกจากบ้านนี้ไป พ่ออัณคงขายต่อให้คนอื่นอีก”
พอได้ยินแบบนั้นแล้วยิ่งทำหน้าเศร้า
“พอแล้วๆ อย่าคิดมาก ทำความสะอาดห้องซะ”
“ค่ะ”
“แล้วกินไรหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
“งั้นทำความสะอาดห้องแล้วไปกินข้าว ในครัวมีแกงเขียวหวานกับขนมจีนเหลืออยู่”
“ขอบคุณค่ะ” อัณชญายกมือไหว้อีกครั้ง
“โอ๊ย น่ารัก รู้สึกดีจัง นานๆ จะมีคนมายกมือไหว้ แถมเป็นเมียของนายอีก” นุ่มพูดแล้วบีบแก้มขาวๆ นั้นอย่างเอ็นดู
“นายไม่เอาหนูทำเมียหรอก”
“อ้าว ทำไม อัณออกจะสวย สวยกว่าอีพวกที่อยู่ตึกส้มเสียอีก”
“นายบอกกว่ากลัวติดคุก เพราะหนูอายุสิบเจ็ดเอง”
นุ่นได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะก๊าก
“ไม่ต้องน้อยใจหรอก อีกปีเดียวอัณก็สิบแปด นายก็คงรอดคุกแล้วล่ะ”
“แต่ท่าทางเขาไม่ชอบหนูเลย” อัณชญาพูดด้วยสีหน้ากังวล เพราะไม่อยากถูกเฉดหัวออกจากบ้านนี้ เพราะพ่อคงเอาเธอไปขายให้ไอ้เสี่ยโตแน่นอน
“ไม่แปลกหรอก นายไม่ค่อยชอบเด็กๆ ใสๆ แบบนี้ยิ่งไม่ชอบ เคยบ่นว่าไม่ประสาเรื่องอย่างว่า”
“แล้วนายชอบผู้หญิงแบบไหน”
“แบบแซ่บๆ สิ”
“แซ่บเลยเหรอคะ”
“ใช่ แซบ เผ็ด เด็ดทุกท่วงท่าและลีลา ฮ่าๆ” นุ่มพูดพร้อมหัวเราะร่วน
“งั้นหนูควรจะแซ่บไหมคะ”
“โอ๊ย ฮ่าๆ อัณนี่ตลกดีนะ แต่แบบ อย่าเลย ใสๆ แบบนี้แหละดีแล้ว”
“ถ้านายไม่ชอบหนู วันหนึ่งเขาก็จะเฉดหัวหนูออกจากที่นี่น่ะสิ หนูไม่อยากถูกพ่อขายให้คนอื่นแล้ว โดยเฉพาะไอ้เสี่ยโต เดี๋ยวมันเบื่อก็ส่งหนูเข้าซ่อง”
อัณชญาพูดน้ำตาคลอ และเด็กสาวคิดว่าการจะได้อยู่ที่นี่นานๆ หรือตลอดไป จะต้องทำให้นายพึงพอใจเท่านั้น
“โอ๊ย นายไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก เว้นแต่ทำให้นายโกรธ แต่อัณเป็นเด็กดี น่ารักแบบนี้ นายจะมาโกรธเรื่องอะไรล่ะ”
“แต่หนูอยากให้นายชอบ หนูอยากแซ่บ พี่นุ่มสอนหนูให้แซ่บได้ไหมคะ”
“เอ้า ซวยแล้วกู” นุ่มพึมพำ เกาหัวแก๊กๆ
“นะพี่ ช่วยหนูด้วย หนูอยากให้นายชอบ”
“เออๆ ใจเย็นๆ เอาเป็นว่า ทำความสะอาดห้อง แล้วไปกินข้าว เรื่องแซบๆ พี่จะสอนเองนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่นุ่ม หนูจะไม่ลืมบุญคุณพี่เลย” อัณชญายกมือไหว้นุ่ม แล้วโผเข้าไปกอดด้วยความซาบซึ้งใจ ขณะที่นุ่มทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ เพราะคำว่า ‘แซบ’ มันก็ห่างไกลตัวเองอยู่เช่นกัน
แต่ในเมื่อรับปากเด็กมันไปแล้ว ก็ต้องสอนมันให้ได้ละวะ!
…………………
รอดูความแซบของยัยหนูอัณกันได้เลยค่ะ แต่ไม่รู้นายจะอยากดูมั้ย
แซ่บเท่านั้นที่จะครองใจนาย
1
แซ่บเท่านั้นที่จะครองใจนาย ::::
“พี่นุ่ม หนูจะต้องใส่ชุดพวกนี้จริงๆ เหรอ” อัณชญามองเสื้อผ้าที่นุ่มสรรหามาให้อย่างไม่แน่ใจ เพราะแต่ละชุด ไม่สั้นเสมอจิ๋ม ก็คว้านคอลึกเกือบถึงสะดือ
“เออ ใส่ชุดพวกนี้ อัณก็แซบเลยนะ เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งหน้าอีก รับรองแซบเด็ด เผ็ดเหมือนกินพริกทั้งสวน”
“พี่นุ่มแน่ใจนะว่าใส่แล้วนายจะชอบ”
“ก็แหงสิ อีพวกที่อยู่ตึกส้ม ก็แต่งแบบนี้ทั้งนั้น บางคนนะใส่แค่ชุดชั้นในเดินไปมาในบ้านเสียอีก” ขณะป้าหมายและเด็กรับใช้คนอื่นง่วนอยู่กับงานบ้านที่ตึกใหญ่ นุ่มก็ถือโอกาสมาเรือนพัก เพื่อจัดแจงความแซ่บให้อัณชญาอย่างที่รับปากไว้
“ถ้าใส่แล้ว นายชอบ อัณก็จะใส่”
“เออ ใส่เลยๆ เดี๋ยวพี่แต่งหน้าให้ แล้วเดี๋ยววันนี้นายกลับบ่าย พี่จะให้อัณยกของว่างไปให้นายในห้องหนังสือ นายชอบนั่งทำงานที่นั่น หลังกลับจากไร่”
อัณชญารีบหยิบชุดแซกสีแดงเพลิง สั้นเสมอจิ๋มและคว้านลึกจนเห็นนมครึ่งเต้ามาใส่
“โห เห็นผอมๆ ตัวเล็กเหมือนเด็กประถม ไม่คิดว่านมจะระดับมหา’ลัย” นุ่มกวาดสายตาสำรวจร่างเล็กด้วยแววตาชื่นชม เพราะไม่คิดว่าเด็กสาวจะซ่อนรูป เห็นผอมๆ แต่มีทรวดทรง อก เอว และสะโพกกลมกลึง ก้นงอนจนนึกอยากฟาดมือตีอย่างมันเขี้ยว
“นายชอบคนนมใหญ่เหรอ” อัณชญาถามด้วยสีหน้าซื่อๆ
“ก็แหงสิ คนนมใหญ่ก็ได้ใจนายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เหลือคือลีลาล้วนๆ”
“งั้นพี่นุ่มสอนลีลาให้หนูได้หรือเปล่า”
“เฮ้ย ได้ไงล่ะ ของแบบนี้มันต้องฝึกปรือเอง แต่ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ”
“หนูจะพยายาม” เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าหนักใจ เพราะการฝึกปรือเอง มันอาจหาดูหนังโป๊ได้ แต่ประการณ์นี่สิ จะไปหาจากไหน แฟนก็ไม่มี และตอนนี้คงมีใครไม่ได้ เพราะเธอกลายเป็นสมบัตินายไปแล้ว ถึงยังไม่ได้ทำหน้าที แต่เขาก็ซื้อเธอไว้แล้ว
“เออ อย่าเพิ่งเครียด ค่อยว่ากัน ตอนนี้มาแต่งหน้าก่อนเถอะ เดี๋ยวนายจะกลับมาแล้ว ต้องเตรียมพร้อม”
“ค่ะ”
ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงนุ่มก็แต่งหน้าให้เด็กสาวหน้าใส กลายเป็นสาวเฉี่ยวเปรี้ยวเข็ดฟัน ด้วยการละเลงสีบนใบหน้าอย่างฉูดฉาด จนจำหน้าเดิมแทบไม่ได้
“พี่นุ่มคะ แน่ใจนะคะว่านายจะชอบ” อัณชญาถามเหมือนไม่แน่ใจกับสไตล์การแต่งหน้าสวยแซบของนุ่ม
“ต้องชอบอยู่แล้วแหละ พวกผู้หญิงตึกส้มก็แต่งแบบนี้กันทั้งนั้น”
เมื่อนุ่มยืนยันมั่นเหมาะแบบนั้น อัณชญาก็ไม่ได้สงสัยอะไรอีก แม้จะรู้สึกแปลกๆ กับสไตล์แต่งหน้าของนุ่ม ที่ดูๆ ไปก็คล้ายคลึงนางเอกลิเกอยู่หน่อยๆ เพราะแก้มแดงแปร๊ด ปากก็เหมือนกินเลือดสดๆ มา ตาก็วิบวับด้วยมุกแต้มบนเปลือกตา ดีว่าขนตางอนอยู่แล้ว ปัดแค่มาสคาร่าหนักๆ ก็พอ
แต่มันก็หนักไปไหมนะ เพราะดำปื้ดเลย
“เวลายกถาดวางบนโต๊ะ ก็ก้มต่ำ ให้นายเห็นร่องนม เข้าใจไหม” นุ่มย้ำน้ำเสียงจริงจังมาก
“นายเห็นนมหนูแล้วจะอยากทำเมียเหรอคะ”
“แน่นอน นมนี่แหละคือใบเบิกทางเป็นเมียนาย”
“อ๋อค่ะ” อัณชญารับคำหนักแน่น คิดว่าแค่ก้มต่ำ มันก็ไม่ได้ยากอะไร
“ไปตึกใหญ่กัน ป่านนี้นายคงกลับจากไร่ และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องหนังสือเรียบร้อยแล้ว”
แต่เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของคนในตึก โดยเฉพาะบรรดาเด็กรับใช้ด้วยกัน นุ่มจึงให้อัณชญารออยู่ข้างตึก กระทั่งยกของว่างจากในครัวมาให้
“จำไว้นะ ก้มต่ำเข้าไว้”
“ค่ะ ก้มต่ำ ก้มต่ำ” อัณชญาพึมพำคำสอนของนุ่ม ขณะเดินไปยังห้องหนังสือที่อยู่ชั้นสอง ซึ่งนุ่มบอกเธอว่า ‘ห้องแรก’ แต่จำไม่ได้แล้วว่าปีกซ้ายหรือปีกขวา
แต่น่าจะเป็นปีกขวาแหละ
เมื่อมั่นใจว่าใช่แน่ เด็กสาวก็ยกถาดของว่างที่มีทั้งของคาว หวาน และผลไม้ เครื่องดื่มเป็นกาแฟดำ ตรงไปยังห้องแรกปีกขวาทันที
‘เคาะประตูก่อน แล้วค่อยเปิดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องรอเสียงตอบรับจากนาย เพราะนายจะยุ่งอยู่กับงาน และเวลานี้นายก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นกินของว่าง’
นั่นคือคำบอกกล่าวของนุ่มอีกเช่นเคย และอัณชญาก็ทำตาม ทุกขั้นตอน คือเคาะเบาๆ พอให้รู้ว่าของว่างมาแล้ว ก่อนจะหมุนลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไป เพื่อที่จะเห็น เห็น
“อุ๊ย!”
“เฮ้ย!”
ร่างสูงแกร่งด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ พร้อมสลัดผ้าขนหนูออกจากท่อนล่างถึงกับสะดุ้ง เขาอุทานอย่างตกใจ ที่จู่ๆ มีคนบุกรุกเข้ามาในห้องนอนของเขา
ชินภพรีบคว้าผ้าเช็ดตัวที่เพิ่งสลัดไว้บนเตียงมาห่อหุ้มท่อนล่างอีกครั้ง ก่อนตวาดเสียงดัง
“เป็นบ้าอะไร เข้ามาในห้องฉันทำไม!”
ส่วนคนบุกรุกนั้นยืนตัวสั่น หน้าซีด ถาดในมือก็สั่นไม่ต่างร่างกายเจ้าตัว
“หนู เอ่อ ขอ…โทษค่ะ หนูคิดว่า…เอ่อ เป็นห้องอ่านหนังสือ หนูเอา เอ่อ ของว่างมาให้นาย” เธอรีบบอกด้วยน้ำเสียงอึกอัก ยอมรับว่าตกใจกับภาพเมื่อครู่ หัวใจก็เต้นแรง เหมือนจะทะลุออกมานอกอก
“ออกไปก่อน หาห้องหนังสือให้เจอ แล้วรอฉันที่นั่น!” เขาตวาดใส่อีกครั้ง พร้อมโบกมือไล่
“ค่ะ เอ่อ ขอโทษนะคะ” แล้วเด็กสาวเอ่ยละล่ำละลักก่อนจะเดินขาสั่นออกจากห้องนอนของผู้เป็นนาย เพื่อตรงไปยังห้องแรกของปีกซ้ายมือ
โอ๊ย ไม่น่าจำผิดเลย ตายแน่ๆ แน่ๆ
เข้าหานายครั้งแรกก็พังไม่เป็นท่า แถมยังไปเห็นนายโป๊ อะไรต่อมิอะไรของนายก็กระแทกตาชวนตะลึงมาก
ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนั้น!
เมื่อเข้ามาในห้องหนังสือแล้ว เธอก็วางบนโต๊ะในมุมที่มีโซฟา ที่จัดเป็นมุมนั่งเล่น อีกด้านที่อยู่ติดหน้าต่างเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ที่มีกองเอกสารและหนังสือวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
เด็กสาวนั่งอยู่บนพื้นห้องอย่างเจียมตัว ใจก็ยังสั่น ทั้งจากภาพเปลือยของนายที่ยังติดตา สีหน้าคมหล่อที่เต็มไปด้วยความโมโห นั่งกลัวความผิดอยู่ไม่กี่นาที ร่างสูงสง่าในชุดลำลอง กางเกงผ้าฝ้ายสีเทากับเสื้อยืดสีขาว ผมไม่ได้เซ็ทและชื้นนิดๆ คงไม่ได้เป่าผมจนแห้ง
เพราะรีบมาจัดการเธอแน่นอน
ดวงตาคมกริบเหมือนใบมีดโกนนั้นกวาดมองทั่วร่างเธออย่างสำรวจ ก่อนจะนั่งบนโซฟา นั่งนิ่งๆ จ้องมองร่างเล็กที่อยู่ในชุดแซกสั้น พอนั่งกับพื้นแบบนี้ชายกระโปรงก็ร่นไปถึงโคนขา ที่ทั้งเรียวสวยและขาวกระจ่างตา แล้วไหนจะท่านั่งที่ก้มหน้าตัวงอ คอเสื้อที่คว้านลึกอยู่แล้วก็ยิ่งลึกลงไปจนเห็นเต้าอวบขาวนวลลออตา
ชินภพถึงกับถอนหายใจระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านภายใน ทั้งจากความโกรธ และอารมณ์บางอย่างที่จู่ๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไม่ทันเตรียมใจ ทว่าเสียที่เปล่งออกมาคำแรกในตอนนี้
“เธอแต่งตัวบ้าอะไรเนี้ย!”
ร่างเล็กถึงกับสะดุ้ง ยิ่งก้มหน้างุดลงไปอีก แน่นอนคอเสื้อก็ลึกตาม จนจะเห็นทั้งเต้าอยู่แล้ว
“เงยหน้าขึ้น แล้วตอบฉันมา!”
อัณชญาสะดุ้งอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่หล่อเหมือนฟ้าประทาน แล้วเธอก็เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
“คือ…เอ่อ…หนู….คือ….”
“คืออะไร!” ชินภพตะเบ็งเสียงใส่อย่างหงุดหงิด เพราะโมโหกับความอ้ำอึ้งของเด็กสาว
“หนูอยากแซ่บค่ะ”
“หา อะไรนะ!”
“พี่นุ่มบอกว่านายชอบผู้หญิงแซบ หนูเลยให้พี่นุ่มหาชุดแซบๆ และแต่งหน้าให้หนูค่ะ” เธอสารภาพไปตรงๆ เผื่อนายจะเลิกโมโหเสียที แต่ดูเหมือนว่า
“จะบ้าเหรอ อายุแค่นี้จะแซบไปทำไม!”
“ก็หนูอยากเป็นเมียนาย”
“ทำไมถึงอยากเป็น!”
“หนูอยากอยู่ที่นี่ หนูไม่อยากถูกนายไล่ออกจากบ้าน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นพ่อจะขายหนูให้ไอ้เสี่ยโต หนูไม่อยากถูกส่งเข้าไปอยู่ในซ่อง” บอกพร้อมกับทำหน้าเศร้า ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่นะ อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อีก ทำตัวปกติ และตั้งใจเรียนหนังสือให้จบก่อนเถอะ” น้ำเสียงชินภพอ่อนลง อาจเพราะหน้าสวยๆ นั้นกำลังเบะปาก เขาอาจเสียงดังเกินไป หรือกลัวว่าเขาจะไล่ออกจากบ้านจริงๆ
“ค่ะ ค่ะ หนูจะไม่แต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว หนูจะแต่งตัวตามปกติของหนูค่ะ” น้ำเสียงเริ่มร่าเริงขึ้นจนคนมองรู้สึกหมั่นไส้ และสงสัยท่าทีน้ำตาซึมเมื่อครู่
“ใช่ แต่งตามปกตนั้นแหละ แต่มีข้อแม้อย่างเดียวนะ”
“ข้อแม้อะไรคะ”
“ห้ามเอาหน้ามาให้ฉันเห็นอีก!”
“ค่ะ ค่ะ” นอกจากทำหน้าเศร้าแล้ว น้ำตายังไหลพราก เพราะเสียงนายเกรี้ยวกราดเหลือเกิน แถมใบหน้าหล่อเหลาราวฟ้าประทานนั้นก็ดุดันจนเธอรู้สึกกลัว
“ไปได้แล้ว!”
“ค่ะ ค่ะ” เด็กสาวลนลานออกจากห้องด้วยความกลัว ไม่คิดว่านายจะดุถึงเพียงนี้ เธอปล่อยโฮขณะวิ่งออกจากตึกใหญ่ วิ่งผ่านหน้านุ่มที่รอสังเกตการณ์อยู่ชั้นล่างตรงบันได
“อัณ เกิดอะไรขึ้น” นุ่มวิ่งตามหลังอัณชญาไปยังเรือนพัก กระทั่งขึ้นมาบนเรือน ก็เห็นอัณชญาปล่อยโฮอยู่ในห้องส่วนตัว
“อัณ เป็นอะไร นายทำอะไรอัณเหรอ! ”
อัณชญาก็ยังไม่ตอบ เอาแต่สะอึกสะอื้นตัวสั่น
“นายขยี้ความสาวของอัณแบบไม่ปราณีใช่ไหม แต่นายคงอดใจไม่ไหวน่ะ เพราะอัณแซบมาก อย่าโกรธนายนะอัณ เพราะพี่ได้ยินสาวๆ ที่ตึกส้มซุบซิบกัน เรื่องเซ็กซ์นายดุดันอยู่บ้าง แต่พวกนั้นก็ชอบกันทั้งนั้นนะ อัณไม่ชอบเหรอ”
“นายเขาตะเพิดหนูออกมา และบอกไม่ให้เอาหน้าไปให้เห็นอีกค่ะ ฮือๆ”
“อ้าว” นุ่มถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเลยงานนี้ แต่งงอยู่ได้ไม่กี่วินาที พลก็โทร. มาหานุ่ม บอกเสียงดังฟังชัด
[พวกมึงหาเรื่องใส่ตัวกันทำไมวะ อยู่ดีไม่ว่าดี นายโกรธมากรู้ไหม และมึงนะนังนุ่ม นายสั่งหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นเวลาสองเดือน และถ้ามีครั้งหน้าอีก มึงได้ไปทำงานในไร่แน่]
“พี่พล นุ่มผิดไปแล้ว คุยกับนายให้หน่อยสิ โดนหักครึ่งหนึ่งตั้งสองเดือน นุ่มตายแน่ๆ ไม่พอส่งเงินค่างวดรถมอไซต์ให้พ่อน่ะสิ”
[เออ รอนายอารมณ์ดีก่อนจะคุยให้ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ]
เมื่อพลวางสายไป นุ่มถึงกับปล่อยโฮเสียงดังยิ่งกว่าอัณชญาเสียอีก
……………….
นายก็อย่าดุนักเลย เด็กมันตกใจมันแล้ว อย่ามาตกหลุมรักทีหลังแล้วกัน หนูอัณจะเล่นตัวให้ดู (รีปล่า) [o-o]
อัณชญาเป็นเด็กดี 1
อัณชญาเป็นเด็กดี
“จะรีบไปไหน” เสียงห้าวทุ้มถามขึ้น เมื่อเห็นลูกน้องคนสนิทกำลังเดินลงมาจากอาคารสำนักงานภายในบริเวณไร่ ที่มีโรงงานผลิตไวน์รวมอยู่ด้วย ส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
“จะไปโรงเรียนนังอัณ”
“ไปทำไม นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนไม่ใช่เหรอ” มันเพิ่งจะบ่ายโมง จริงๆ แล้วเด็กคนนั้นไปโรงเรียนเองได้ แต่ต้องเดินไปขึ้นสองแถวที่อยู่ห่างจากตัวบ้านค่อนข้างไกล เขาเลยให้พล หรือคนขับรถไปรับส่งอีกฝ่าย
“พอดีมีเรื่องนิดหน่อย” พลตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ
“มีเรื่องอะไร”
“นังอัณทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนครับ”
“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องเรียกผู้ปกครอง เด็กทำผิดครูก็สั่งสอนหรือลงโทษไปสิ”
“เพื่อนหัวแตก เข้าโรง’ บาลครับ ผู้ปกครองเด็กจะแจ้งความ”
“เอ้า เวร! ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้น”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ปกติอัณเป็นเด็กดี เรียบร้อย ไม่เคยหาเรื่องใครก่อนนะครับนาย” พลกลัวว่าผู้เป็นนายจะคิดว่าหลานสาวเป็นเด็กเกเร และอาจไม่อยากให้อยู่ด้วยแล้ว
“หลานมึงเป็นเด็กดีว่างั้นเหอะ”
“ก็ที่ผ่านมาอัณก็ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใครมาก่อนนะครับ คิดว่าเด็กคนนั้นต้องมาหาเรื่องอัณก่อนแน่นอน”
“งั้นรีบไปดูหลานคนดีของมึงเหอะ!” ชินภพพูดประชดก่อนโบกมือไล่ ก่อนเขาจะเดินเข้าไปในห้องทำงาน
พลเกาหัวแกรกๆ เพราะกลัวว่านายจะเบื่อหลานสาวเสียก่อน เพราะวันก่อนก็เพิ่งก่อเรื่อง วันนี้มีอีกเรื่องให้ปวดหัวอีก
พลบึ่งรถมาที่โรงเรียนไม่กี่นาทีก็ถึง เขาไปห้องผู้ปกครองทันที เห็นอัณชญานั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้าห้องฝ่ายปกครอง
“น้าพล ไอ้ฟีล มันล้อหนูก่อน” อัณชญารีบถลาเข้ามาบอกน้าชาย ก่อนที่จะถูกครูฝ่ายปกครองฟ้องก่อน
“ล้ออะไร”
“มันล้อว่าหนูเป็นอีหนูของนาย”
“แค่นี้ มึงก็ฟาดมันหัวแตกเลยเหรอ”
“หนูเปล่าฟาด หนูแค่ผลักมันล้ม แต่หัวมันกระแทกก้อนหินพอดี หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันหัวแตก หนูผลักเพราะมันมาตะโกนพูดอยู่ข้างๆ หูหนู หนูรำคาญ”
“เฮ้อ เวรแท้ๆ ทำอะไรไม่คิด”
“มันซุ่มซ่ามเอง หนูก็ไม่ได้ผลักแรงเสียหน่อย”
“แล้วไง ครูบอกว่าพ่อแม่ไอ้ฟีลจะแจ้งความ ข้อหาทำร้ายร่างกาย”
“ฮือๆ หนูจะติดคุกไหม” อัณชญาปล่อยโฮทันที
“ไม่รู้สิ เดี๋ยวน้าไปคุยกับครูก่อน”
พลเข้าไปที่ห้องครูฝ่ายปกครอง ส่วนอัณชญาก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าห้อง นั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง พลก็ออกมาด้วยสีหน้าเครียดๆ
“น้าพล ครูว่ายังไง”
“ก็ไม่ว่าไง แค่บอกให้สั่งสอนมึงดีๆ และบอกย้ำว่าพ่อแม่ไอ้ฟีลจะแจ้งความทำร้ายร่างกาย ครูเขาก็พยายามไกล่เกลี่ยอยู่ เขาแนะนำให้มึงยกกระเช้าไปขอโทษมันกับพ่อแม่มัน แต่ก็นั่นแหละ ขอโทษแล้วเขาจะไม่เอาเรื่องไหม ก็คงต้องลุ้นกัน”
“มันก็ควรขอโทษหนูด้วย อยู่ดีๆ มาล้อทำไม”
“เออ ใจคอมึงจะให้มันขอโทษมึงก่อนเหรอ ตอนนี้น่ะเลิกคิดได้แล้ว คิดว่าพ่อแม่มันจะแจ้งความมึงเปล่า ดีกว่าไหม”
พลเครียดๆ เลยตวาดให้ จากนั้นเขาก็พาอัณชญากลับบ้านไปก่อน ระหว่างเดินไปที่รถ เด็กนักเรียนคนอื่นก็มามุงและซุบซิบว่าหลานสาวเป็น
อีหนูเจ้านายของเขา
ใครมันปล่อยข่าวเรื่องพ่อของอัณชญาเอาลูกสาวไปขายให้นายเขา
“ไอ้ฟีลมันปล่อยข่าวเรื่องหนูด้วย” อัณชญาฟ้องรัวๆ
“มันรู้ได้ไง”
“พ่อมันทำงานที่บ่อนไอ้เสี่ยโต และพ่อมันได้ยินเสี่ยโตคุยกับลูกน้องอีกคน”
“ไอ้เสี่ยโตมันคงเสียดายมึงมากสินะ ถึงต้องคุยเรื่องนี้กับลูกน้อง แล้วพ่อมึงได้เงินก็หายหัวไปเลย เงินหมดนั่นแหละถึงโผล่หน้ามาให้เห็น” พลพูดแบบปลงๆ คิดแล้วก็เวทนาหลานสาว
เพราะหลังเงินหมด พ่อของอัณชญาคงมารบกวนลูกสาว เพราะตำแหน่งนางบำเรอนายก็มีเงินเดือนอยู่มากโข แม้อัณชญาจะยังไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองก็เถอะ แต่เชื่อว่าหากโตกว่านี้ ก็คงได้ทำ เว้นแต่นายจะเฉดหัวมันออกจากบ้านเสียก่อน เพราะเบื่อที่มันก่อเรื่อง หรือไม่ก็รำคาญอาทิตย์ ที่วันหนึ่งคงหวนกลับมารบกวนลูกสาว
หลังจากส่งอัณชญาแล้ว พลก็กลับไปยังไร่
“เป็นไงบ้างล่ะ” ชินภพถาม เมื่อเห็นสีหน้าเครียดๆ ของอีกฝ่าย
พลก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เจ้านายฟัง รวมทั้งเรื่องที่พ่อแม่ไอ้เด็กฟีลจะแจ้งอัณ ข้อหาทำร้ายร่างกาย
“บ้าเหรอ แค่เด็กทะเลาะกัน จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเลยหรือไง อย่างมากก็ทะเลาะวิวาท แต่ก็ไม่น่าแจ้งความ เพราะไอ้เด็กนั่นหาเรื่องก่อน”
“แล้วจะทำไงครับนาย”
“พรุ่งนี้มึงก็ส่งดอกไม้พร้อมเช็คไปให้มัน ไม่ต้องพาหลานมึงไปให้เสียเวลาหรอก เดี๋ยวหลานคนดีของมึงก็ทุ่มกระเช้าใส่มันจะทำไง”
“โถ นาย อัณมันไม่ได้ร้ายขนาดนั้นหรอก” พลพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของหลานสาว
“เหรอ…”
เมื่อนายพูดแบบนั้น พลก็เริ่มไม่แน่ใจว่าหลานสาวจะก่อเรื่องอะไรอีก ดูเหมือนช่วงนี้ดวงมันคงกำลังตก มีแต่สิ่งที่ทำให้นายไม่พอใจในตัวมัน
แต่วันรุ่งขึ้นพลก็ทำตามคำสั่งนาย นำกระเช้าดอกไม้พร้อมเช็คเงินสด ที่พอพ่อแม่ของฟีลเห็นก็ตาโต รีบยกโทษให้อัณชญาทันที
“ไม่เป็นไรหรอก เด็กๆ ทะเลาะกัน มีกระทบกระทั่งบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”
พลหัวเราะขำๆ ขี้เกียจฟังคำพูดไม่จริงใจ เลยรีบขอตัวกลับ แต่ก่อนกลับก็เอ่ยบอก
“ทีหลังอย่าไปล้อนังอัณอีกนะไอ้ฟีล เพราะมึงอาจโดนมากกว่าหัวแตก แต่ไม่ใช่ฝีมือนังอัณ อาจเป็นคนอื่นก็ได้” แล้วพลก็ขยิบตาให้ ยกนิ้วชี้เชือดคอตัวเอง พร้อมทำหน้าหลอนๆ
พอเห็นสีหน้าซีดๆ ของคนป่วย เขาก็เหยียดยิ้มให้ แล้วเดินตัวปลิวออกไปจากห้องพักฟื้น
เมื่อกลับถึงบ้านไปบอกเรื่องทั้งหมดกับอัณชญา อีกฝ่ายอยากขอบคุณผู้เป็นนาย แต่พลก็ห้ามไว้
“นายสั่งไม่ให้เอาหน้าไปให้เห็นไม่ใช่เหรอ มึงก็ทำตามเถอะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวอีก กูเหนื่อยแล้วนะ”
“หนูแค่อยากขอบคุณ”
“เออ เข้าใจ แต่มึงอยู่เฉยๆ เถอะ และอย่าไปก่อเรื่องไรอีก แค่นี้นายก็คงพอใจแล้ว”
“เขาเกลียดหนูขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ถ้าเกลียด เขาคงไล่มึงออกจากที่นี่แล้ว เอาง่ายๆ เลยนะ มึงตั้งใจเรียนหนังสือ สนใจแต่เรื่องของตัวเองพอ เรื่องนายไม่ต้องสนใจหรอก”
“พี่นุ่มก็ไม่ยอมให้หนูไปทำงานบ้านที่ตึกใหญ่เลย ให้แค่รดน้ำต้นไม้โน่นเลย ไกลจากตึกใหญ่”
“ก็ดีแล้ว มึงจะอยากเสนอหน้าไปให้นายเห็นอีกหรือไง เดี๋ยวนุ่มก็เดือดร้อนอีกหรอก ดีนะนายยกโทษให้ หักเงินเดือนแค่เดือนเดียว”
“ที่เหลือหนูจะใช้คืนพี่นุ่มเอง”
“ก็ดีเหมือนกัน มันเดือดร้อนเพราะมึงอยากแซบแท้ๆ”
“ก็คิดว่านายจะชอบนี่” เด็กสาวพูดทำหน้าง้อใส่พล
“ไม่ว่ามึงจะแซบหรือไม่แซบ เขาก็ไม่เอามึงทำเมียตอนนี้หรอก”
“หนูไม่สวยเหรอ”
“มึงเป็นเด็ก นายไม่ชอบเด็ก!” พูดจบ พลก็เบื่อจะคุยกับหลานสาว เลยเดินลงบันไดกลับตึกใหญ่ไปเลย ปล่อยอัณชญาพึมพำอยู่คนเดียว
“คนเรามันก็ต้องโตสักวันไหมล่ะ!”
“”"""""""""""""
ใช่แล้วหนู สักวันมันก็ต้องโต แต่วันนี้ยังไม่โตพอที่นายจะอยากเอาทำเมียจ้า ฮ่าๆ