โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เวทีสภาที่ 3 จี้ถาม ‘เพื่อไทย’ ชงศึกษานิรโทษกรรม เตะถ่วงหรือไม่ ?

The Reporters

อัพเดต 29 ม.ค. 2567 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 10.59 น.

เวทีสภาที่ 3 จี้ถาม ‘เพื่อไทย’ ชงศึกษานิรโทษกรรม เตะถ่วงหรือไม่ ? แนะวิป 2 ฝ่ายดันถก พ.ร.บ. เป็นเรื่องด่วนในสภาฯ ผนวกฉบับประชาชนรวมคดี ม.112 ใช้จังหวะสุกงอมภายใต้รัฐบาลผสม สร้างความปรองดองในสังคมไทย

วันนี้ (29 ม.ค. 67) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และเครือข่ายภาคประชาชน จัดเสวนาเวทีสาธารณะสภาที่ 3 หัวข้อ “ข้อเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม กับการปรองดองสมานฉันท์ที่แท้จริง" ดำเนินรายการโดย นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ณ ห้องประชุม 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ซอยดำเนินกลางใต้ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.)

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ในรัฐสภาสมัยที่แล้ว กล่าวว่า ถ้าไม่ใช่การนิรโทษประชาชน ย่อมไม่ใช่การปรองดองสมานฉันท์ที่แท้จริง การรวมรัฐบาลเพื่อไทยกับกลุ่มเดิมอาจไม่ใช่รัฐบาลปรองดอง แต่หากมีการนิรโทษทั้งหมดก็จะเป็นการปรองดองสมานฉันท์ที่แท้จริง การนิรโทษกรรมในประเทศไทยที่ได้ผลดีที่สุดคือคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดังนั้น หากการนิรโทษกรรมถูกที่ ถูกจังหวะ ถูกเวลา ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ส่วนการนิรโทษกรรมในประเทศไทยที่ร้อนแรงที่สุด คือการนิรโทษกรรมสุดซอยรวมคดีทุจริต ในสมัย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“มีคำถามต่อพรรคเพื่อไทยที่มีข่าวว่าจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาฯ ไม่รู้ว่าคิดอย่างนั้นจริง หรือเตะถ่วงรอชั้น 14 แต่บอกเลยว่า เอกสารศึกษาท่วมหัวแล้ว ไม่รู้จะศึกษาทำไมอีก … ณ วันนี้ ถ้าวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล ตัดสินใจร่วมกันให้ พ.ร.บ. นี้เข้าสภาฯ สามารถให้ สส. เพียงคนเดียวยกมือเสนอขอเลื่อนให้เป็นเรื่องด่วน อภิปรายสักครู่หนึ่ง โหวตแล้วก็จบ แต่ถ้าผู้มีอำนาจไม่เห็นด้วยและยังขวางอยู่ อาจอีก 3 ปีหรือเปล่าก็ไม่มั่นใจ … จึงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำนำร่าง พ.ร.บ. เข้าสู่สภาฯ“ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าว

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การนิรโทษกรรมควรให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง หรือแม้แต่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่มีความหวังกับบ้านเมือง เชื่อว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ แต่ปัจจุบันยังมีการดำเนินคดีอยู่ การรวมกันของรัฐบาลเป็นสถานการณ์ที่สุกงอมที่สุดในการนิรโทษกรรมให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตโดยปกติสุข ซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า เรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่มีการดำเนินคดีความทางการเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนตัวไม่ได้เป็นห่วงคดีตัวเอง หรือใส่ใจเกี่ยวกับการต้องนิรโทษกรรมเท่านั้น เพราะในประวัติศาสตร์มักมีการนิรโทษกรรมโดยคนที่มีอำนาจเท่านั้น หลังความขัดแย้งทางการเมืองสิ้นสุดลง แต่มีความรู้สึกในทุกวันว่า คนกำลังเดินเข้าคุกทุกวัน เมื่อไม่มีทางออกเลยและยากที่นักการเมืองจะเสนอเรื่องนี้ เราจึงเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน ด้วยความจำเป็น รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ไม่นิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องกันพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อกันระหว่างวันที่ 1 - 14 กุมภาพันธ์ 2567 โดยตั้งเป้าที่ 10,000 รายชื่อ

“เห็นด้วยว่าพรรคเพื่อไทยควรเป็นผู้รำในเรื่องนี้ ไม่เป็นผู้นำก็ได้ไม่เป็นไร ยกมือก็ได้เพราะมีหลายร่างเสนอเข้าไป และในฐานะรัฐบาลสามารถบรรเทาการดำเนินคดีได้ คุยกับราชทัณฑ์ในการจัดการกับผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองไม่ใช่เหมือนอาชญากร แสดงให้เห็นว่าจริงใจ ไม่ใช่ถ่วงเวลา” ผู้จัดการไอลอว์ กล่าว

ศ.วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า จริงอยู่ที่เป็นอำนาจของราษฎรในการดำเนินการใด ๆ แต่เมื่อใครที่ขึ้นไปมีอำนาจสูงสุดในฝ่ายใด ๆ จะต้องมีความกรุณา หากใช้ความพยาบาทนั้นไม่มีทางทำให้โลกนี้มีสันติสุขได้ การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการเปิดให้มีการเจรจาร่วมกันของผู้แทนของปวงชนชาวไทยทุกระดับไม่ว่าจะพรรคการเมืองใด ไม่มีข้อขีดคั่นว่าคิดไม่ได้ แต่มันจะผ่านไม่ได้เลย หากผู้นำทางการเมืองหรือผู้ปกครองไม่มีความปรารถนาทางการเมือง (Political Will) ที่จะยุติความรุนแรงให้เกิดสันติภาพขึ้นในบ้านเมือง

นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า แอมเนสตี้ (Amnesty) เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษที่หมายถึงลืมทุกอย่าง แปลว่านิรโทษกรรม เมื่อทุกภาคส่วนรวมถึงภาคประชาชน เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว ก็เหมือนการหงายไพ่ว่าใครคิดอะไร ส่วนตัวเสนอให้นิรโทษกรรมเหตุการณ์ตั้งแต่ปีใดถึงปีใด พร้อมทั้งให้ผู้ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ยังต้องตั้งคำถามแรง ๆ ถึงท่าทีพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในรัฐบาล

“พรรคเพื่อไทยทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยังจะมาศึกษาอยู่ นี่คือเตะถ่วง ซื้อเวลา แทงกั๊กแล้ว เดินต่อไม่ได้ แล้วพรรคอื่นที่มีท่าทีเอาหมดจะเดินได้ไง หรือจะต้องรอชั้น 14 หรือน้องสาว ปลอดโปร่งโล่งใจก่อน แล้วค่อยส่งสัญญาณหรืออย่างไร ? ถ้าคุณคิดถึงสมานฉันท์ปรองดอง เมตตาธรรม ไมตรีจิต ของผู้คนทั้งประเทศ ต้องมองข้ามชั้น 14 เพื่อที่จะทำให้เกิดผลที่เป็นจริง ควรนำเข้าสภาฯ รวมร่างประชาชน หาข้อยุติที่ดีที่สุด” นายประสาร กล่าว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และแกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวว่า สังคมเราต้องจิตใจกว้างขวาง มองเห็นพระบรมราโชบายของพระเจ้าแผ่นดินในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา จึงขออย่าให้สร้างปัญหาหรือความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ หากจะเริ่มต้นนับหนี่งประเทศ ก็ให้นิรโทษกรรมทุกคนหรือไม่ให้ทุกคนเลย เพื่อการปรองดองครั้งใหญ่โดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการศึกษาอีกต่อไป

“หวังว่าการนิรโทษครั้งนี้ จะไม่เหลือทิ้งใครไว้ข้างหลังเลย” นายจตุพร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...