โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TRUE พลิกองค์กรอย่างไร ในวันที่ใคร ๆ ก็ AI-First Company

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 02.14 น.
เอกราช ปัญจวีณิน-ปิยะพันธุ์ นาคะโยธิน-ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์

ความสามารถของแชตบอตอัจฉริยะ ChatGPT ที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกตั้งแต่ปลายปี 2565 ที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้ AI กลายเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจของหลายองค์กร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เวลาและต้นทุนเท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลลูกค้า การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และอีกมากมาย

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) หนึ่งในผู้บริการเครือข่ายมือถือ และอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของไทย เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทุ่มสรรพกำลังในการพัฒนา “AI-Automation” กับเป้าหมายในการเป็นองค์กรอัตโนมัติ 100% ภายในปี 2570 ด้วย

AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ

“เอกราช ปัญจวีณิน” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มี AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง และมีบทบาทต่อความเปลี่ยนแปลงของชีวิตมนุษย์ ทำให้เกิดการลงทุนกว่า 934.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยสร้างชุดทักษะใหม่ ๆ และคาดว่าจะสร้างตำแหน่งงานให้คนทั่วโลกกว่า 97 ล้านคน ภายในปี 2568

“ทรูมองว่าหน้าที่ของ AI มีอยู่ 2 อย่าง เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็น Game Changer ที่ช่วยเปลี่ยนเกมในการดำเนินธุรกิจ ในฐานะที่ทรูเป็น Telco Tech Company ที่ทำงานกับดาต้ามานาน จึงแบ่งเฟรมเวิร์กการทำงานกับ AI ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.AI-Principle กำหนดทิศทางการใช้ AI ในองค์กร 2.AI-Data จำแนกประเภทข้อมูลที่ใช้ในการเทรน AI และ 3.AI-Security ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานอยู่เสมอ”

สำหรับแนวทางการนำ AI มาใช้ในการดำเนินธุรกิจของทรู ประกอบด้วย 1.Business-Driven วางแผนธุรกิจโดยคิดว่าจะนำ AI เข้าไปใช้อย่างไร 2.People-First ปรับชุดทักษะและไมนด์เซตของคนในองค์กรให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง 3.Proprietary Data วางรากฐานด้านดาต้าให้พร้อมต่อการใช้งานกับ AI 4.Tech Foundation เลือกเทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่าในการลงทุน และสามารถต่อยอดในอนาคตได้5.Ecosystem Innovation สร้างอีโคซิสเต็มการสร้างนวัตกรรมในองค์กร ส่งเสริมให้พนักงานนำ AI มาใช้ในการสร้างโซลูชั่นใหม่ ๆ และ 6.Responsible AI ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ

“ทรูเป็น Data-AI Integrator เชื่อมดาต้ากับ AI ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีจุดแข็งในเรื่องของปริมาณดาต้า และประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม เช่น DataVisor ที่อยู่เบื้องหลังการประมวลผลดาต้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการเป็นองค์กรอัตโนมัติของทรูได้ และคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า รายได้จากบริการดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะคิดเป็นสัดส่วน 30% ของบริการดิจิทัล”

กรณีศึกษาการใช้ AI

“เอกราช” ยกตัวอย่างผลลัพธ์ของการใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจ คือ

1.จำแนกพฤติกรรมลูกค้า (Customer Segmentation) ปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้ามีหลากหลายประเภท ทำให้ต้องจำแนกกลุ่มละเอียดขึ้น จนเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Nano Segmentation หรือการระบุความชอบเป็นรายบุคคล เช่น การนำเสนอคอนเทนต์บนทรูไอดี (TrueID) ตามความสนใจ เพื่อให้ผู้ใช้รับชมคอนเทนต์นานขึ้น

2.นำเสนอส่วนลด และโปรโมชั่นพิเศษโดยที่ลูกค้าไม่ต้องค้นหาดีลเหล่านั้นด้วยตนเอง เพิ่มโอกาสในการปิดการขายและใช้จ่ายต่อครั้งมากขึ้น 3.มอนิเตอร์และควบคุมการใช้พลังงาน เช่น การจัดการตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ต มีการแจ้งเตือนเมื่อตู้แช่แต่ละตู้ทำงานผิดปกติ เป็นต้น 4.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการร้านค้า ตั้งแต่เก็บดาต้าเพื่อศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าเป็นฐานข้อมูลในการจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงออกแบบประสบการณ์การซื้อสินค้าให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ เช่น แจ้งเตือนเมื่อสินค้าหมด วางแผนการวางสินค้าตามจุดต่าง ๆ

“จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม พบว่าเป้าหมายการใช้ AI แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า 2.ต่อยอดสิ่งใหม่ ๆ 3.ลดต้นทุน และ 4.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องดีที่หลายองค์กรมีความตื่นตัว และเริ่มลงทุนด้านการใช้ AI แต่การลงทุนที่ดีคือการลงทุน โดยรู้ว่าธุรกิจของเรามีส่วนใดที่ต้องเพิ่มเติม ไม่ใช่ลงทุนตามคนอื่น”

ผนึกกำลังพาร์ตเนอร์

“เอกราช” กล่าวว่า ทรูมีการพัฒนา DataVisor เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อดาต้าการทำงานของเครื่องจักร และต่อยอดเป็นโซลูชั่นที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเสริม Synergy กัน เช่น “อาลีบาบา คลาวด์” จะช่วยให้โซลูชั่นที่เรามีอยู่สร้างการเติบโตในภาคธุรกิจได้มากขึ้น

“เทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ จะคัดกรองดาต้าการทำงานของเครื่องจักรก่อนเข้าสู่การประมวลผลบน DataVisor ลดเวลาในการทำงานกับดาต้าปริมาณมหาศาล ช่วยให้การประมวลผลบนแพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งระยะเวลาความร่วมมือในครั้งนี้มองไว้อย่างน้อย 3 ปี”

ล่าสุด ทรู ดิจิทัล เปิดตัว Climate Technology Platform โซลูชั่นด้านความยั่งยืนที่ผสานการทำงานระหว่างแพลตฟอร์ม DataVisor และ Energy Expert หรือโซลูชั่นด้านการจัดการพลังงานของอาลีบาบา คลาวด์ โดยตั้งเป้าเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้พลังงานในภาคธุรกิจ

เบื้องหลัง “มะลิ”

ด้าน “ปิยะพันธุ์ นาคะโยธิน” หัวหน้าสายงานด้านบริการลูกค้า บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า ทรูให้ความสำคัญการดูแลและพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าจึงพัฒนา “มะลิ” (Mari) แชตบอตที่คอยให้คำปรึกษา และให้บริการ โดยพลิกโฉมต่อยอดความสามารถของมะลิให้เป็น “วอยซ์บอต” ทำหน้าที่สนทนากับลูกค้าเสมือนมนุษย์ เริ่มให้บริการมะลิเวอร์ชั่นใหม่ในเดือน พ.ค.นี้

“มะลิ มีความสามารถในการสื่อสารกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงและภาษาที่เป็นธรรมชาติ สามารถให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เช่น เปรียบเทียบแพ็กเกจบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เป็นต้น เราจะให้น้อง ๆ คอลเซ็นเตอร์เข้ามาช่วยเทรนมะลิในฐานะผู้ช่วยในการให้บริการ แบ่งเบาภาระงานในแต่ละวัน รองรับคู่สายจากลูกค้าได้มากขึ้น”

“บัณฑิต แพงป้อง” หัวหน้าสายงานด้านไอที และความปลอดภัย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมว่า เบื้องหลังการทำงานของมะลิมาจาก AI 2 ส่วน คือ AI ที่ฝังอยู่ในระบบของมะลิ และ AI ของเครือข่ายอัจฉริยะ (Intelligence Network) จะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาและให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากที่แต่เดิมคอลเซ็นเตอร์ต้องพูดคุยกับลูกค้าและค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลในระบบ

“นอกจาก AI จะช่วยลดเวลาการทำงานจากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเป็นวัน ๆ หรือหลายสัปดาห์ ให้เหลือเพียงภายในไม่กี่ชั่วโมงแล้ว ยังทำหน้าที่ได้เสมือนเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเสริมกำลังและเติมเต็มทีมงานที่ให้บริการลูกค้า ซึ่งความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เป็นสิ่งที่ทรูยึดถือในการพัฒนาโมเดล AI ของตนเองเป็นอย่างมาก”

รีสกิลคนในองค์กร

“ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรเป็น AI-Ready ที่พร้อมประยุกต์ใช้ AI แต่องค์กรขนาดใหญ่ที่เป็น AI-First สามารถใช้ AI ขับเคลื่อนการทำงานและพัฒนานวัตกรรมได้เต็มประสิทธิภาพ มีไม่ถึง 8% โดยหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการขยับตัวขององค์กร คือ “คน” ทำให้การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง และการรีสกิลพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญ

“AI ทำให้คนต้องรีสกิล พัฒนาทักษะการคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลทรูเริ่มรีสกิลตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) ผ่านหลักสูตรการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ Innovera แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ระดับโลก เพื่อเป็นแกนหลักในการถ่ายทอดความรู้ให้พนักงานคนอื่น ๆ ทั้งสร้างไมนด์เซตการเป็นบริษัทสตาร์ตอัพที่มีการคิดสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา มีการจัดกิจกรรม Reverse Mentoring ให้เด็ก ๆ มาแบ่งปันความรู้ของตนเองกับผู้บริหาร”

โดยทรูสร้างวัฒนธรรมองค์กรในยุคที่ต้องก้าวสู่การเป็น AI-First ผ่านแนวคิด 4C ได้แก่ 1.Compassion ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 2.Credibility มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ไว้วางใจ 3.Cocreation ผสานความร่วมมือในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และ 4.Courage กล้าสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กร

“ศรินทร์รา” กล่าวต่อว่า นอกจากรีสกิลและปรับไมนด์เซตของคนในองค์กร การตามหาทาเลนต์และคนรุ่นใหม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยทรูดำเนินโครงการ True Next Gen มากว่า 10 ปี เพื่อเฟ้นหาผู้นำรุ่นใหม่มาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์และทดสอบแบบ Project Based ต่อไป

“ในปี 2568 เราตั้งเป้าที่จะสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถด้านดิจิทัลกว่า 5,000 คน คนที่ทรูตามหาต้องเป็น Tech Savvy ไม่ต้องจบด้านเทคโนโลยีโดยตรงแต่ต้องมีใจรักในการเรียนรู้ เพราะปัจจุบันทิศทางการทำงานเปลี่ยนไป ทำให้ทักษะของคนหยุดพัฒนาไม่ได้ เมื่อก่อนฝ่าย HR ไม่ต้องมี Data Scientist แต่ทุกวันนี้ไม่ได้แล้ว ต้องใช้ดาต้าจัดสรรทรัพยากรคน ยิ่งในยุคที่หลายองค์กรแย่งชิงทาเลนต์กัน การสร้างและรักษาพนักงานไว้กับองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TRUE พลิกองค์กรอย่างไร ในวันที่ใคร ๆ ก็ AI-First Company

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...