โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แดรี่ควีน ยกเครื่องแบรนด์เปิด Lounge Concept จับตลาดพรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.พ. 2567 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 08.34 น.

ตลาดไอศกรีม 2.5 หมื่นล้านบาท ร้านเบเกอรี่-คาเฟ่-แบรนด์จีน ตบเท้าแย่งมาร์เก็ตแชร์ แดรี่ควีน สปีดโมเดลใหม่ DQ Lounge Concept เจาะตลาดพรีเมียม นำร่อง EV truck ลุยตลาดนอกมอลล์ พร้อมปูพรมรีโนเวต 80 สาขาปรับภาพลักษณ์ใหม่ “The playground for a sweet pause”

นายธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไมเนอร์ ดีคิว จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดไอศกรีมอยู่ที่ราวๆ 2.5 หมื่นล้านบาท โดย แดรี่ควีน ครองมาร์เก็ตแชร์ 30-40%ในตลาดไอศกรีม Unpack มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ตลาดไอศกรีมไทยแข่งดุ รับศึกร้านเบเกอรี่-คาเฟ่-แบรนด์จีน แย่งมาร์เก็ตแชร์”

ปัจจุบันตลาดไอศกรีมเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งใหม่ๆที่เข้ามาในตลาด ทั้งธุรกิจร้านกาแฟหรือเบเกอรี่ที่เริ่มขายไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟ บวกกับคู่แข่งจากต่างประเทศไม่ว่าแบรนด์จีนหรือแบรนด์อินโดนีเซีย ที่ลงมาเล่นในตลาดเดียวกันทั้งหมดนั่นคือเน้นทั้ง ดริ้งค์ และ ซอฟท์เสิร์ฟ

“โพชิชั่นนิ่งของ Dairy Queen แตกต่างจากคู่แข่งจากต่างประเทศที่เริ่มธุรกิจจากการขยายนอกมอลล์และเพิ่งเริ่มขยายเข้าสู่มอลล์ในช่วงท้ายปี 2566 ขณะที่เราเองเริ่มจากมอลล์และกำลังจะขยายออก นอกจากนี้สินค้าของเรามีความพรีเมียมมากขึ้นจากการขยายพอร์ตสินค้าเริ่มจากราคา 12-499 บาท หลังจากนี้เราจะโฟกัสเรื่องของ MPD เค้ก และดริ้งค์ที่เป็นเรดโอเชี่ยนโดยจะเลือกสินค้าที่คอนเนคกับลูกค้า

*ดังนั้นสิ่งที่เราแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดคือ ดริ้งค์ ที่ยังไม่ได้เป็นแคตากอรี่ที่ Dairy Queen เน้นแต่เรากำลังโตและนำเข้ามาปีที่แล้วและเพิ่มยอดขายได้เท่าตัว ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% ส่วนคอร์บิสิเนสยังคงเป็นบลิซาร์ด 65% และอีกหนึ่งพอร์ตที่คู่แข่งยังไม่มีและเป็นเอกลักษณ์ของเราคือเค้ก 20% ซึ่งในตลาดมีผู้เล่นแบรนด์หลักไม่เกิน 3-4 ราย โดย Dairy Queen และสเวนเซ่นส์แทบจะเป็นผู้เล่นหลักที่ครองตลาดทั้งหมด”*

“ไทยแลนด์” ขึ้นแท่นคีย์โฟกัส แดรี่ควีน อินเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตามในพอร์ตของ Dairy Queen ทั่วโลกหากไม่นับอเมริกาและเม็กซิโก ด้านเอเชีย จีน ยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดรองลงมาคือประเทศไทย ซึ่งไทยกลายเป็นฐานการพัฒนาสินค้าของ Dairy Queen สำหรับอาเซียน เช่น แมงโก้และโอวัลตินเมื่อซัคเซสที่ไทยจึงนำไปวางขายที่กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซียจนสร้างยอดขายเติบโต ดับเบิ้ลดิจิต

“ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา แดรี่ควีน “ไทยแลนด์” กลายเป็นเมนฮับของเอเชีย เรามี “ แดรี่ควีน อินเตอร์เนชั่นแนล เบสต์ ออฟฟิศ” ตั้งอยู่นอกจากเมืองจีน ศักยภาพของเมืองไทยเป็นคีย์ไพออริตี้ของ “แดรี่ควีน อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นคีย์โฟกัสของแดรี่ควีนในการพัฒนาสินค้าทุกอย่าง รวมทั้งคอนเซ็ปต์และดีไซน์ของร้าน

ซัคเซสของแดรี่ควีนประเทศไทยปี 2566 ที่ผ่านมาเราออกหลายสินค้าที่ฮิตเกินเป้าหลายตัวและยูนีคสำหรับประเทศไทยทั้งบลิซซาร์ด ทุเรียน , บลิซซาร์ด ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำกะทิ, บลิซซาร์ด โอวัลตินภูเขาไฟและบลิซซาร์ดปังกรอบชาไทย ทำให้แดรี่ควีนสามารถสร้างการเติบโตกว่า 70%ในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากการเติบโตเฉลี่ย 30% ทุกปีหลังโควิด”

ปูพรมขยายสาขาเจาะทำเลนอกมอลล์-รีโนเวตสาขาเพิ่มยอด 15%

ปัจจุบันแดรี่ควีนมี 520 สาขาและตั้งเป้าขยายสาขาครบ 1000 สาขาภายใน 5 ปีโดยเป็นการขยายสาขาโดย Dairy Queen 70%และแฟรนไชส์ 30% ซึ่งปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ 10 สาขาแบ่งเป็นการขยายเอง 7 สาขา และแฟรนไชส์ 3 สาขาในกทม.และปริมนฑลทั้งหมด

“ปีที่แล้วเราเริ่มขยายสาขานอกมอลล์ หรือขยายสาขาใหม่ในโลเคชั่นที่ไม่เคยเปิดบริการมาก่อนเพื่อขยายไปยังตลาดใหม่ๆเช่นมหาวิทยาลัยและชุมชนที่มีคนอาศัยหนาแน่น ส่วนปีนี้จะขยายสาขาสแตนด์อโลน ในทำเลศักยภาพทั้ง อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ห้างค้าส่งนอกจากนี้ยังจะเร่งรีโนเวตสาขาเดิมเพื่อเพิ่มยอดขาย 15% และรีโนเวตสาขาเพิ่ม 80 สาขา”

แดรี่ควีน

ผุดโมเดลใหม่นั่งทานในร้านรับอินไซต์ลูกค้าอยากรีแลกซ์

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2567 Dairy Queen ตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น “The playground for a sweet pause” ซึ่งพัฒนาจากอินไซต์ลูกค้าที่ต้องการนั่ง “รีแลกซ์ ผ่านการปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหม่ ภายใต้คาแรกเตอร์ ทันสมัย รักสนุก และมีพลัง ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การตลาดทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ,การสั่งเมนูผ่าน QR code ,ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์

“ปัจจุบันโมเดลธุรกิจเราเป็นคีออส แต่จากนี้เราจะสร้างร้านใหม่ที่มีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โดยเพิ่มที่นั่งในร้านมากขึ้นกว่า 50% ของพื้นที่ และออกสินค้าใหม่ให้ลูกค้าเอนจอยมากขึ้น ส่วนเชิงแบรนดิ้งเราจะรีเฟรชภาพลักษณ์ให้คนทุกระดับเข้าถึงง่ายและเอนจอย”

Lounge Concept-EV truck บิ๊กไอเดียขยายตลาดใหม่

นอกจากนี้ยังจะขยายโมเดลใหม่“DQ Lounge Concept” โดยเพิ่มพื้นที่นั่งทานในร้านกว่า 50%ของพื้นที่ให้ลูกค้านั่งรีแลกซ์ในบรรยากาศสุดโมเดิร์น ส่วนการขยายสาขาจะเปิดเป็นสาขาที่ 2 ในห้างสรรพสินค้าที่มี แดรี่ควีน คีออส อยู่แล้ว เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการนั่งรีแล็กซ์และกลุ่มพรีเมียม นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ออฟเฟอร์เฉพาะโมเดลนี้ทั้ง เบเกอรี่ และ พาร์เฟต์ ซึ่งปัจจุบันเปิดไปแล้ว 1 สาขาที่ เซ็นทรัลเวสต์เกต โดยมียอดขายเติบโตขึ้น 10% จากสินค้าใหม่ที่ออฟเฟอร์เพิ่ม

“สำหรับการขยาย DQ Lounge เบื้องต้นมองว่าจะขยายจังหวัดละ 1 สาขา ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมนฑลจะเน้นขยายในห้างพรีเมียมทุกแห่ง โดยปีนี้จะเปิดเพิ่ม 1 สาขาคือ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค-สเปลล์ ใช้งบลงทุนเพิ่มไม่เกิน 20%จากการเปิดร้านโมเดลปกติที่ใช้งบราวๆ 3-3.5 ล้านบาทต่อสาขา”

และอีกหนึ่งบิ๊กไอเดียที่แดรี่ควีนกำลังเริ่มดำเนินการคือ “EV truck” คันแรกในโลกที่สามารถเสิร์ฟไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟตอบโจทย์การลดโลกร้อน ซึ่งในปีที่ผ่านมาแดรี่ควีนลดพาสติกในธุรกิจไปกว่า 50% หลังจากนี้จะออกแพคเกจจิ้งที่น่ารักเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าอยากสะสม ปัจจุบันแดรี่ควีนมี “EV truck” เปิดให้บริการ 1 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเพิ่ม “EV truck” 5 คัน และในอนาคตสามารถสาขาต่อยอดให้บริการในคอนเสิร์ต อีเวนต์ และให้เปิดให้แฟรนไชส์นำไปเปิดบริการได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...