โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

24 ก.พ. วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า กรมอุทยานชวนคนไทยหยุดเผาป่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.พ. 2567 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2567 เวลา 07.13 น.

24 ก.พ. วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า กรมอุทยานชวนคนไทยหยุดเผาป่า ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ป่าอนุรักษ์ให้ได้ 50% ของพื้นที่เผาไหม้ปี 2566

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวในการแถลงข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องแถลงข่าว 101 ชั้น 1 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า เนื่องจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ทุกปี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยราชการ องค์กรเอกชน ถึงอันตรายและผลกระทบของควันที่เกิดจากไฟป่า และเพื่อป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จากการจุดไฟเผาป่า

โดยปี 2567 นี้ กำหนดจัดกิจกรรม “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า 24 ก.พ.” ตามแนวทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประจำปี 2567 ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ให้ได้ 50% ของพื้นที่เผาไหม้ปี 2566

สำหรับวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่าในปีนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับราษฎรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสาเหตุและอันตรายจากไฟป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความร่วมมืออันนำมาสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน และจัดกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนและทุกภาคส่วนในรูปแบบที่เรียบง่าย ซึ่งทำกันมาอย่างต่อเนื่อง

เช่น เคาะประตูบ้าน ทำแนวกันไฟ จัดการเชื้อเพลิง เป็นต้น โดยมุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันและราษฎรในชุมชน ทำการจัดเก็บเชื้อเพลิงในป่าในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะต้องไม่กระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไฟป่า เครือข่ายอาสาที่ยังคงปฏิบัติงานด้านไฟป่ากันอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไฟป่าอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ แนวทางและมาตรการป้องกันไฟป่า เพื่อลดฝุ่นควัน PM 2.5 ปี 2567 รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ แต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน” เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ศูนย์ปฏิบัติระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยจะมุ่งเป้าการเตรียมความพร้อมการควบคุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา 11 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีพื้นที่เผาไหม้สูงสุด โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ให้ได้ 50% ของพื้นที่เผาไหม้ปี 2566 ที่เกิดขึ้นจำนวน 12.78 ล้านไร่ โดยให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2567 ดังนี้ 1.จัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยงในห้วงเวลาที่เหมาะสม 2.ตรึงพื้นที่กำหนดจุดเฝ้าระวัง โดย อส.ได้สำรวจพื้นที่ที่จะตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด และจุดเฝ้าระวังไฟป่าทั้งประเทศรวมจำนวน 3,893 จุด

แบ่งเป็น จุดตรวจ/จุดสกัด ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่จำนวน 1,311 จุด และจุดเฝ้าระวังไฟป่า ที่จัดจ้างราษฎรเฝ้าระวังพื้นที่จำนวน 2,582 จุด 3.จัดตั้ง War Room ทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ณ ปัจจุบัน ได้จัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน (War Room) ครบทุกสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) และทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้วจำนวน 400 แห่ง 4.จัดเตรียมกำลังพลเพื่อดับไฟป่า โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

5.เฝ้าระวังควบคุมพื้นที่ตลอดห้วงไฟป่าภายใต้หลักการ “เห็นไว เข้าถึงไว ควบคุมและดับได้ไว” 6.กำหนดแผนการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์ 7. จัดระเบียบ การเผาพื้นที่เกษตรกรรมในเขตป่า 8.จัดระเบียบการเข้าออกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 9.ควบคุมการเก็บหาของป่าโดยอนุญาตเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น และ 10.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจเกาะติดราษฎรกลุ่มเผาป่าในรูปแบบ “เคาะประตูบ้าน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 24 ก.พ. วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า กรมอุทยานชวนคนไทยหยุดเผาป่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...