โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทูตจีนเตือนเที่ยวไทย ฉุดกรุ๊ปทัวร์จีนส่อวูบแรง 50% ‘แอตต้า’ หวั่นตลาดซึมลากยาวตรุษจีนปี 70

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตจีนได้ออกคำเตือนพลเมืองของตนเมื่อต้นเดือนต.ค.2569 ให้ระมัดระวังการเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ประเมินผลกระทบตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนเดินทางเข้าประเทศไทย อาจลดลงถึง 50% จากปัจจุบันหายไปแล้วมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

พร้อมย้ำว่าหากรัฐบาลไทยไม่มีการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมคาดส่งผลกระทบต่อเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 5 ล้านคนในปี 2569 อีกทั้งทัศนคติเชิงลบของชาวจีนที่มีต่อการเดินทางท่องเที่ยวในไทยอาจลากยาวไปถึงช่วงโกลเด้นวีกเทศกาลตรุษจีนปี 2570

นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ตามที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานทูตจีนประกาศเตือนนักท่องเที่ยวจีนให้ระมัดระวังการเดินทางมาประเทศไทยเมื่อวานนี้ (27 ต.ค.69) ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่าเตรียมหารือกับสถานทูตจีนในเร็วๆ นี้

ทางแอตต้าเห็นด้วยว่ารัฐบาลไทยควรเร่งทำความเข้าใจกับทางเอกอัครราชทูตจีน เพราะนับตั้งแต่สถานทูตจีนประกาศเตือนถึงพลเมืองของตนเมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ให้ระมัดระวังการเดินทางมายังประเทศไทยเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวจีน ยกเลิกการเดินทางเข้าไทยแล้วมากกว่า 30% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

“ตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนเที่ยวไทยในตอนนี้ซบเซา ยกเลิกกว่า 30% แล้วนับตั้งแต่ทูตจีนเตือนเที่ยวไทย หากไม่มีการดำเนินมาตรการอย่างเหมาะสม สถานการณ์อาจบานปลายทำให้ตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกถึง 50% ในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนต้นปี 2570 จึงอยากให้รัฐบาลไทยสื่อสารกับทูตจีนเป็นการเร่งด่วน หากไม่รีบแอกชัน ปล่อยให้เอกชนลำบากไปเรื่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยซึ่งมีภาคท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก และมีนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่เดินทางเข้าไทยมากอันดับ 1 ด้วย”

หวังรัฐบาล “ไทย-จีน” เร่งถกแก้ปัญหา

ก่อนหน้านี้ กระแสนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกำลังมาดี แต่พอสถานทูตจีนประกาศเตือนแบบนี้ ทำให้ งง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงคิดว่าบ้านเราไม่ปลอดภัย จึงมองว่าสถานทูตจีนควรมีการชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการออกคำเตือนการเดินทาง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีการหลอกลวงหรือการลักพาตัวที่เกิดขึ้นล่าสุด

ขณะเดียวกันหน่วยงานความมั่นคงของไทยควรเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยตรงไหน ทำไมสถานทูตจีนถึงออกประกาศเตือนชาวจีนเช่นนั้น และแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน เพราะตั้งแต่เกิดกรณีนักแสดงชาวจีน “หวังซิง” ถูกลักพาตัวข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ก็แก้ปัญหามานานเป็นปีๆ แล้ว แต่ยังแก้ไม่ตรงจุดอีกหรือ จึงอยากให้รัฐบาลไทยกับจีนคุยกันเรื่องนี้โดยด่วน

แนะรัฐชูท่องเที่ยว 2 ทาง “ไทย-จีน” รวม 9 ล้านปีนี้

อย่างไรก็ดี แนวโน้มตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนในช่วงไฮซีซัน 2 เดือนสุดท้ายของปี 2569 ยังคาดการณ์ได้ยากว่าจะเข้ามามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวเลขตลอดปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายจำนวนคนจีนเที่ยวไทยไว้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน

ขณะที่ตลาดคนไทยไปเที่ยวจีนน่าจะแตะ 4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านคนของปีที่แล้ว เป็นสถิติสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถนำไปหารือกับสถานทูตจีนได้ เพื่อเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองทาง (Two Ways Tourism) ร่วมกัน

ย้ำเร่งแก้อาชญากรรมสะเทือนท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

นายธนพล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไทยควรประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งสื่อสารว่าไม่ควรเหมารวมชาวจีนทุกคนว่าเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาหรืออาชญากรรม อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า ในคดีอาชญากรรมเหล่านี้อาจมีคนไทยหรือเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่สุด และผู้ประกอบการโรงแรมรวมถึงบริษัทนำเที่ยวจำนวนมากต่างต้องพึ่งพาตลาดจีน เช่น ในพื้นที่พัทยา ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงเช่นกัน เพราะส่วนมากมาเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วชอปปิงเสร็จก็กลับจีนเลย ไม่ค่อยมาเที่ยวพัทยาต่อเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากมองว่าไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ดึงดูด สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในพัทยาจึงเข้าขั้นโคม่าแล้วในตอนนี้

“จีนเที่ยวไทย” สัปดาห์ก่อนติดลบ 24%

รายงานข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 24 ต.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 24.93 ล้านคน ลดลง 4.43% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.21 ล้านล้านบาท ลดลง 2.68% โดยมีตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนกว่า 4.19 ล้านคน รองลงมาคือมาเลเซีย 3.16 ล้านคน อินเดีย 1.88 ล้านคน รัสเซีย 1.36 ล้านคน และเกาหลีใต้ 9.12 แสนคน

ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังระบุด้วยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 18-24 ต.ค.2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 49,494 คน ลดลง 24.17% เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

“สีหศักดิ์” เล็งหารือทูตจีน

ทางด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานทูตจีน ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวจีน ให้ระมัดระวังการเดินทางมาประเทศไทยว่า ล่าสุดยังไม่ได้มีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งกลุ่มที่มีปัญหาไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีนทั่วไป โดยควรมีการตรวจสอบให้ดีว่าเขาไปทำงานหรือมาท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนต้องเตือนคนของตัวเอง และวางระบบให้ดี เพราะท้ายที่สุดแล้วเรื่องเหล่านี้ต้องทำงานร่วมกัน

เมื่อถามว่าการที่สถานทูตจีนออกมาประกาศเช่นนี้มีผลกระทบต่อประเทศไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนถึงได้บอกว่า การประกาศต้องดูให้ดี เพราะมุ่งดูแลความปลอดภัยของคนกลุ่มหนึ่ง และทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งไม่ได้กระทบต่อนักท่องเที่ยวจีนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นที่มาประเทศไทย ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

“ดังนั้นควรมาทำงานร่วมกัน จีนก็ต้องออกแรงด้วย และตนก็จะไปสอบถามกับเขาว่าการประกาศก็ส่วนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วเราต้องหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งพุ่งเป้าไปที่คนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั้งหมด ขบวนก็ต้องไปดูว่าเป็นกลุ่มไหน หลอกลวงกันอย่างไร ใครเป็นขบวนการ การประกาศอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหา”

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...