ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งพักงาน ‘เจ้าหน้าที่’ เถียงผู้โดยสาร ปมขวดน้ำ
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งพักงาน ‘เจ้าหน้าที่’ เถียงผู้โดยสาร ปมขวดน้ำเป็นการชั่วคราวระหว่างรอผลการสอบสวน พร้อมประสาน บรท. ดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด หากพบมีความผิดจริง
วานนี้ (29 ต.ค.) ทางเพจเฟซบุ๊ก Suvarnabhumi Airport ได้มีการเปิดคลิปเหตุการณ์ของ แก้มกี้ บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ถึงเหตุการณ์มีปัญหากับเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังถูกนำขวดน้ำไปทิ้ง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งพักงาน ‘เจ้าหน้าที่’ เถียงผู้โดยสาร ปมขวดน้ำ
โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมประสาน บรท. ดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด หากพบมีความผิดจริง
ตามที่ผู้ใช้ Facebook ชื่อ Gamgy Makeup เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้น ทสภ. มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งประสานบริษัท รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบเหตุการณ์อย่างรอบด้าน
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 เวลา 15.16 น. ณ จุดตรวจค้นผู้โดยสารภายในประเทศ อาคารเทียบเครื่องบิน B ขณะผู้โดยสารเดินทางพร้อมครอบครัวและเด็ก โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการนำของเหลวผ่านจุดตรวจค้นเพื่อนำขึ้นห้องโดยสาร และการสื่อสารระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ทสภ. ขอชี้แจงว่า การตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระก่อนขึ้นอากาศยานเป็นการดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน เพื่อป้องกันการนำวัตถุหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นบนอากาศยาน โดยเฉพาะของเหลว เจล และสเปรย์ ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณและเงื่อนไขในการนำผ่านจุดตรวจค้น ทั้งนี้ กรณีอาหาร นม และน้ำสำหรับเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาตามความจำเป็นในการเดินทางภายใต้หลักเกณฑ์และขั้นตอนการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่กำหนด
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้โดยสารได้นำน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 2 ขวด และน้ำในกระบอกน้ำสำหรับเด็กจำนวน 1 กระบอก เข้ารับการตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงข้อจำกัดในการนำของเหลวผ่านจุดตรวจค้น และพิจารณาความจำเป็นในการใช้น้ำสำหรับเด็ก ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำน้ำดื่มผ่านได้ 1 ขวด พร้อมน้ำในกระบอกน้ำสำหรับเด็กอีก 1 กระบอก ส่วนขวดน้ำที่เหลืออีก 1 ขวด ไม่ได้รับอนุญาตให้นำผ่านจุดตรวจค้น
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดประกอบกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พบว่าภายหลังการชี้แจงเกี่ยวกับการนำขวดน้ำผ่านจุดตรวจค้น ได้เกิดการโต้ตอบระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่ โดยมีการใช้ถ้อยคำและแสดงอารมณ์ระหว่างการสื่อสาร ซึ่งคำพูดของผู้โดยสารใช้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ว่า “สงสัยมีปัญหาครอบครัว” ส่งผลให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อผู้โดยสาร ซึ่ง ทสภ. เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการที่กำหนด แม้จะเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่มีความตึงเครียดก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมีหน้าที่ต้องควบคุมอารมณ์และปฏิบัติต่อผู้โดยสารด้วยความสุภาพและเหมาะสม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 บรท. ได้สั่งให้พนักงานรายดังกล่าวพักการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวระหว่างรอผลการสอบสวน ทสภ. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการบริการให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอารมณ์ ความอดทนอดกลั้น และการสื่อสารอย่างมืออาชีพ รวมถึงหลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือเผชิญหน้ากับผู้โดยสาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก
ทสภ. ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทางควบคู่กับการให้บริการที่มีคุณภาพ โดยยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้โดยสารทุกคนอย่างสุภาพ เหมาะสม และเป็นธรรม พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้โดยสารและประชาชน เพื่อนำมาพัฒนามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- มาแล้ว! AOT AVSEC แจงดราม่า ‘แก้มกี้’ ยันพนักงานปฏิบัติตามกฎสากล
- ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยันผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระถูกรื้อค้น เจ้าหน้าที่สนามบินไม่ได้เปิดตรวจ
- ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โร่แจง! หลังแอร์สาวถูกจับยาเสพติดที่ออสเตรเลีย ยันระบบเอ็กซเรย์ทำงานปกติ
ติดตามเราได้ที่