น้ำป่าถล่มบ้านสิวาเดอ! ฝนหนักแบบ “Rain Bomb” ชาวบ้านหนีตาย สะพาน–ถนนเสียหายหนัก
ฝนตกหนักในพื้นที่บ้านสิวาเดอ อ.สบเมย ส่งน้ำป่าไหลหลากเข้าหมู่บ้าน สะพานขาด ถนนและกำแพงถูกกัดเซาะ รถจักรยานยนต์สูญหาย 1 คัน เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต
วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุอุทกภัยในพื้นที่บ้านสิวาเดอ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ฯ ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย สะพานหมู่บ้าน สะพานโรงเรียนถูกน้ำป่าพัดขาดเสียหาย นอกจากนี้ น้ำที่ไหลหลากได้กัดเซาะตลิ่ง ทำให้กำแพงและถนนเสียหายอย่างหนัก น้ำป่าที่ไหลหลากยังพัดพาเศษไม้ทับถมกีดขวางทางน้ำจน เป็นเหตุให้น้ำเปลี่ยนทิศทาง ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งระหว่างที่น้ำป่าไหลหลากได้พัดพา รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้สูญหายไป 1 คัน โดยตอนที่น้ำป่าไหลเข้ามาชาวบ้านตกใจหนีกันสุดชีวิต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัยจาก อุทกภัย ทางนายก อบต.แม่สามแลบ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภ้ย และทีมแพทย์ เข้าไปในจุดเกิดเหตุทันที แต่ก็ประสบกับปัญหาเส้นทางคมนาคมที่เข้าสู่หมู่บ้านดังกล่าวถูกตัดขาดเป็นช่วง ๆ โดยในวันพรุ่งนี้ ทาง อบต.แม่สามแลบ จะจัดส่งเครื่องจักรกลหนักเข้าไปเปิดเส้นทางเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้เป็นปกติ
ทางด้าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 22 - 27 กันยายน 2569 โดยให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ระดับน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม ลำน้ำแม่สะเรียง และลำน้ำสาขา พร้อมแนะนำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ ได้แก่ ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด, หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางน้ำป่าไหลหลาก, เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เลื่อยยนต์ เครื่องจักรกลน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเปิด , ตัดแต่งต้นไม้ที่เสี่ยงต่อสาธารณภัย, กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ, สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหากมีความเสี่ยงภัยให้แจ้งเตือนและปิดการเคลื่อนที่5 บุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด, จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้ติดภัย, และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด, บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน