โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อผศ.มอบเงิน กองทุน'พระพันปีหลวง' ให้บุตรทหารผ่านศึก ทุนละ 50,000 บาท

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 กันยายน 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องชัยสมรภูมิ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการสงเคราะห์และยกระดับคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ตลอดจนพิจารณาแนวทางการดำเนินงานและการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับภารกิจในการดูแลผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียสละเพื่อประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้ให้การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ รวม 445,862 คน เป็นเงินกว่า 1,484 ล้านบาท ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ การสวัสดิการและการศึกษา การอาชีพ การเกษตร การให้สินเชื่อ การรักษาพยาบาล และการส่งเสริมสิทธิและเกียรติ

ในด้านความมั่นคงของชีวิตและที่อยู่อาศัย องค์การฯ ได้ดำเนินการสร้างและซ่อมแซมบ้านพักอาศัยให้แก่ทหารผ่านศึกที่พิการและยากไร้ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการปรับสภาพแวดล้อมและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ทหารผ่านศึกในส่วนภูมิภาค สอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวง พม. ในการขับเคลื่อนเรื่องความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยเตรียมลงพื้นที่จังหวัดชายแดนในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการจริงของกลุ่มเป้าหมาย และนำไปสู่การช่วยเหลือที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการศึกษา องค์การฯ ได้มอบทุนการศึกษา “กองทุนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อการศึกษาของบุตรทหารผ่านศึก” ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 72 ทุน ทุนละ 50,000 บาท รวม 3.6 ล้านบาท ขณะที่ด้านการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลทหารผ่านศึกยังคงให้บริการกายอุปกรณ์เสริมและเทียม พร้อมจัดทำแผนออกหน่วยกายอุปกรณ์เคลื่อนที่ในหลายภูมิภาค เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวสามารถเข้าถึงการดูแลได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการเตรียมงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2570 และคำของบประมาณปี 2571 โดยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า และการนำทรัพยากรไปสนับสนุนภารกิจหลักในการดูแลทหารผ่านศึก ทั้งด้านสวัสดิการ การประกอบอาชีพ การรักษาพยาบาล และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ

ภายหลังการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวทางการดูแลทหารผ่านศึกและกำลังพล โดยเน้นย้ำหลักคิดสำคัญว่า

“เมื่อเขาอาสาเข้ามารับใช้ประเทศ เราก็ต้องตอบแทน เมื่อเขาเสียสละเพื่อประเทศแล้ว หน้าที่ของเราคือดูแลให้เขาและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับสิทธิสวัสดิการอย่างเหมาะสมและสมเกียรติ”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การตอบแทนผู้ที่อาสาและเสียสละเพื่อประเทศต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ สิทธิสวัสดิการ การรักษาพยาบาล เงินผดุงเกียรติ ไปจนถึงความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์การดูแลและสิทธิต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่และความเสียสละของแต่ละกลุ่ม

หนึ่งในสิทธิที่กระทรวงกลาโหมได้ผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว คือ “บัตรทองฮีโร่” เพื่อดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการ และให้ตรวจสอบกรณีกำลังพล 46 นาย ว่าได้รับสิทธิกลับคืนครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้มีสิทธิต้องเสียประโยชน์จากกระบวนการทางธุรการ

หลักคิด “เมื่ออาสาเข้ามา เราต้องตอบแทน” ยังเป็นแนวทางเดียวกับการขับเคลื่อนนโยบาย “พลทหารอาสา” ซึ่งกระทรวงกลาโหมมุ่งให้การสมัครเข้ารับราชการทหารเป็นโอกาสในการสร้างอนาคต เพราะเมื่อประชาชนตัดสินใจอาสาเข้ามาทำหน้าที่ กองทัพก็ต้องตอบแทนด้วยโอกาส ทั้งด้านสิทธิและสวัสดิการ การพัฒนาร่างกายและจิตใจ การศึกษาและทักษะอาชีพ ตลอดจนการเปิดทางเลือกสำหรับอนาคตหลังพ้นจากการรับราชการ

พร้อมกันนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ชายแดนควบคู่กับการดูแลกำลังพลและประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทาง “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” รวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้ความมั่นคงไม่ได้หมายถึงเพียงการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศเท่านั้น แต่หมายรวมถึง ความมั่นคงของคน ครอบครัว และคุณภาพชีวิต ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า การดูแลทหารผ่านศึก กำลังพล และครอบครัว จะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ที่อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่และผู้ที่เคยยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อปกป้องประเทศ ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและสมเกียรติ เพราะเมื่อเขาอาสาเข้ามาเพื่อประเทศ ประเทศก็ต้องดูแลและตอบแทนการเสียสละของเขาอย่างดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...