โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นิวซีแลนด์” ร้อนขึ้น 1.36 องศาฯ พบ “ก๊าซเรือนกระจก” สูงสุดเป็นประวัติการณ์!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นิวซีแลนด์เผชิญสัญญาณเตือนภัยโลกร้อนรุนแรงขึ้น หลังระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศพุ่งแตะสถิติสูงสุด ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยประเทศเพิ่มขึ้น 1.36 องศาเซลเซียส และธารน้ำแข็งละลายต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์เตือนอนาคตอาจเผชิญคลื่นความร้อนที่ถี่และรุนแรงขึ้น พายุและไซโคลนสร้างความเสียหายมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงที่ธารน้ำแข็งอาจสูญเสียปริมาตรเกือบทั้งหมดภายในสิ้นศตวรรษ หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังอยู่ในระดับสูง

นิวซีแลนด์กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น หลังรายงานสถานการณ์บรรยากาศและภูมิอากาศของประเทศประจำปี 2569 ระบุว่า ระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธารน้ำแข็งมีแนวโน้มหดตัวอย่างรุนแรงในอนาคต

รายงาน Our Atmosphere and Climate 2026 ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานสถิติของนิวซีแลนด์ ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว 1.36 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2452 และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีถึง 7 ปีที่เป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ

ดร.อลิสัน คอลลินส์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจดูเหมือนเป็นตัวเลขไม่มาก แต่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของระดับอุณหภูมิพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติ ชุมชน ตลอดจนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในวงกว้าง

หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการหดตัวของธารน้ำแข็ง นิวซีแลนด์มีธารน้ำแข็งประมาณ 3,000 แห่ง แต่ปริมาตรรวมลดลงจากประมาณ 56 ลูกบาศก์กิโลเมตรในปี 2540 เหลือเพียง 30 ลูกบาศก์กิโลเมตรในปี 2566

แบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชี้ว่า ธารน้ำแข็งของนิวซีแลนด์มีความเสี่ยงสูงที่จะลดลงต่อเนื่อง โดยภายใต้สถานการณ์ที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับต่ำ ธารน้ำแข็งมีแนวโน้มสูญเสียปริมาตร 14-86% ภายในปี 2643 ขณะที่ในกรณีที่การปล่อยก๊าซอยู่ในระดับสูง การสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นเป็น 69-100%

รายงานยังพบว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยระดับคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นประมาณ 30% นับตั้งแต่เริ่มตรวจวัดในประเทศเมื่อปี 2515 ขณะที่ระดับก๊าซมีเทนในปี 2568 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและแตะระดับความเข้มข้นสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกมา

ผลจากภาวะโลกร้อนยังปรากฏในรูปของอุณหภูมิที่สูงขึ้น มหาสมุทรอุ่นขึ้น ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น รูปแบบฝนเปลี่ยนแปลง และเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

รายงานระบุว่า คลื่นความร้อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในด้าน ความถี่ ระยะเวลา และความรุนแรง ทั่วประเทศ ขณะที่จำนวนวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายในปี 2593 ส่งผลให้ประชาชนเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากความร้อนมากขึ้น ทั้งการเจ็บป่วยทางกาย โรคต่าง ๆ และผลกระทบต่อสุขภาพจิต

ขณะเดียวกัน อุณหภูมิของทะเลโดยรอบนิวซีแลนด์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 มหาสมุทรของนิวซีแลนด์อุ่นขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกประมาณ 34% การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ปะการังและฟองน้ำทะเลฟอกขาว การตายของสาหร่ายเคลป์ชนิด Southern bull kelp การเกยตื้นและตายของปลาในวงกว้าง รวมถึงการตายของนกเพนกวิน

รายงานเตือนด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเพิ่มความเสี่ยงจากพายุรุนแรงและไซโคลน ภัยแล้งที่กระทบต่อระบบนิเวศและภาคเกษตรกรรม ตลอดจนระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นซึ่งอาจกัดเซาะและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ชุมชนชาวเมารีอาจเข้าถึงพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมได้ยากขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นิวซีแลนด์เผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะไซโคลนกาเบรียลและเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองโอ๊คแลนด์เมื่อปี 2566 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

ดร.คอลลินส์กล่าวว่า นิวซีแลนด์พัฒนาโครงสร้างประเทศและระบบเศรษฐกิจขึ้นมาภายใต้สภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อเงื่อนไขดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลง ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชน เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...