ว่างจัด! ‘เทพไท’ จัดโผ ครม.แทนนายกฯ โยกคนนั้นเขี่ยคนนี้ เสียบเก้าอี้กันสนุก
'เทพไท' สวมบทนักจัดโผ ครม. วิเคราะห์กันล่วงหน้าหลังศึกซักฟอก 18 รัฐมนตรี ไล่เรียงตั้งแต่ 'ศุภจี' ไปจนถึง 'พัฒนา' ก่อนวางตัว 'ธรรมนัส' เสียบเก้าอี้กลาโหม คำนวณเสร็จสรรพ 'กล้าธรรม' ต้องได้ 4 เก้าอี้ พร้อมกระทรวงเกรดเออีก 1 แห่ง ทั้งที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่
24 ตุลาคม 2569 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ 'ลุ้น!!! ใครจะถูกปรับออกจาก ครม.' วิเคราะห์กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อาจเกิดขึ้นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน โดยเฉพาะกรณีที่มีการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ต้องจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีใหม่ และมีรัฐมนตรีบางคนถูกปรับออกจากตำแหน่ง
นายเทพไทระบุว่า มีกระแสข่าวว่าหากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล กระทรวงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจตกเป็นโควตาของพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อาจถูกปรับออกจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับนางศุภจีออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่า 'ถ้าจะเปลี่ยนศุภจี ก็ต้องเปลี่ยนนายกฯ'
นายเทพไทตั้งข้อสังเกตว่า คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ใครมีอำนาจเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และการที่นายอนุทินกล่าวเช่นนี้เป็นการส่งสัญญาณไปถึงผู้มีบารมีหรือผู้มีอำนาจตัวจริงในการปรับ ครม. หรือไม่
อีกทั้งอาจเป็นการเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองเปิดโอกาสให้นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตัดสินใจจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยตนเอง เนื่องจากต้องรับผิดชอบการบริหารประเทศ ไม่ควรให้บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเมืองเป็นผู้กำหนดตัวรัฐมนตรีทั้งหมด
นายเทพไทวิเคราะห์ว่า หากมีการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจริง พรรคดังกล่าวน่าจะต้องได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 4 เก้าอี้ และต้องมีกระทรวงเกรดเออย่างน้อย 1 กระทรวง โดยมี 3 กระทรวงที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการเจรจาจัดสรรตำแหน่ง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหม
สำหรับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีนางศุภจีเป็นรัฐมนตรีว่าการนั้น แม้จะมีกระแสข่าวว่าอาจถูกปรับเปลี่ยน แต่การที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนตัว ทำให้ต้องจับตาว่าจะมีการจัดสรรเก้าอี้ในกระทรวงอื่นแทนหรือไม่ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายเทพไทเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่ยอมเสียโควตาดังกล่าว
ส่วนกระทรวงสาธารณสุข นายเทพไทมองว่าเป็นอีกกระทรวงเกรดเอที่มีความสำคัญทางการเมือง เพราะสามารถสร้างเครือข่ายและคะแนนนิยมได้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงอื่น
นายเทพไทยังวิจารณ์ผลงานของนายพัฒนาว่า ยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ขณะที่กระทรวงกลาโหม นายเทพไทเห็นว่า หากพรรคกล้าธรรมไม่ได้กระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงสาธารณสุข ก็อาจหันไปเจรจาขอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งปัจจุบันเป็นโควตาบุคคลภายนอก
โดยมองว่า หากมีการปรับให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็อาจสร้างความพึงพอใจให้พรรคกล้าธรรมได้ไม่น้อย เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหาร ขณะที่นายเทพไทประเมินว่าผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันยังไม่โดดเด่นในสายตาประชาชน
นายเทพไทระบุว่า หากพรรคกล้าธรรมได้กระทรวงเกรดเอไปแล้ว 1 กระทรวง เก้าอี้รัฐมนตรีอีก 3 ตำแหน่ง อาจมาจากการปรับรัฐมนตรีที่ถูกเรียกว่า 'รัฐมนตรีลูกเทพ' จำนวน 2 ตำแหน่ง และการเจรจาขอคืนโควตาจากพรรคเพื่อไทยอีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้พรรคกล้าธรรมได้รับเก้าอี้รัฐมนตรีรวม 4 ตำแหน่งตามที่คาดการณ์
อดีต สส.นครศรีธรรมราช ยังมองว่า เป้าหมายสำคัญของพรรคกล้าธรรมในขณะนี้ คือการหาทางเข้าร่วมรัฐบาลให้ได้ เนื่องจากสถานะทางการเมืองยังไม่ชัดเจน แม้จะไม่ได้อยู่ในวิปฝ่ายค้าน แต่ก็ยังไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล
'จะเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้อยู่ในวิปฝ่ายค้าน จะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรี เป็นได้แค่พรรคฝ่ายคอย มีบทบาทแบบลอยๆ' นายเทพไทระบุ
พร้อมประเมินว่า หากพรรคกล้าธรรมมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล ก็พร้อมตอบรับทันที เพราะจะทำให้พรรคมีบทบาทและอำนาจในการบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ.