โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คพ. บุกตรวจโกดังระยอง พบขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,500 ตัน สั่งยึดอายัดดำเนินคดี

The Reporters

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คพ. บุกตรวจโกดังระยอง พบขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,500 ตัน สั่งยึดอายัดดำเนินคดี เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัยลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำมาเก็บไว้ภายในพื้นที่ ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยได้เข้าตรวจสอบโกดังทั้ง 15 อาคาร เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 69

จากการตรวจสอบพบเป็นโรงงานประเภทที่ 105 และ 106 จำนวน 6 อาคาร ส่วนอีก 9 อาคารไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยในโกดัง 5 อาคาร พบเครื่องจักรบดย่อยและคัดแยกวัสดุ พร้อมกองเศษสายไฟ เศษทองแดง และเศษอะลูมิเนียมปะปนกัน ปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร

เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างวัสดุ 14 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence (XRF) แบบพกพา เบื้องต้นเข้าข่ายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามบัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองอายัดวัสดุและสิ่งของภายในโกดังทั้ง 5 อาคารไว้

ต่อมาวันที่ 16 ต.ค. 69 ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดระยองเข้าตรวจสอบโกดังที่เหลืออีก 10 อาคาร พบเครื่องจักรบดย่อย คัดแยก สกัดและหลอมโลหะ รวมถึงเศษชิ้นส่วนโลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการบดย่อย ปริมาณไม่น้อยกว่า 2,500 ตัน

เจ้าหน้าที่ คพ. เก็บตัวอย่างวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว 14 ตัวอย่าง ตะกอนดิน 1 ตัวอย่าง และน้ำ 1 ตัวอย่าง นำไปตรวจสอบเพิ่มเติม และประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา ในข้อหาตั้งและประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดอายัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐาน

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด หากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขยายผลถึงต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...