จับตาข้อพิพาท ‘เกาหลีใต้-ยูเครน’ ปมเชลยศึกเกาหลีเหนือ ทำไมอีแจมยองเดือด ถึงขั้นขู่ใช้ ‘มาตรการเพิ่มเติม’ หากเซเลนสกีไม่ขอโทษ
เกาหลีใต้และยูเครนกำลังเผชิญข้อพิพาททางการทูตครั้งสำคัญ กรณีการส่งตัวเชลยศึกเกาหลีเหนือ 2 นายมายังเกาหลีใต้ หลัง โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ขณะที่รัฐบาลโซลออกมาโต้แย้งว่า ทั้งสองประเทศเคยตกลงกันว่า จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ฝ่ายเคียฟปฏิเสธว่า ไม่เคยมีข้อตกลงดังกล่าว
ประเด็นสำคัญ
- ชนวนเหตุขัดแย้ง เซเลนสกีพูดอะไรบนเวที UNGA?
- ทำไมเกาหลีใต้ไม่พอใจยูเครน?
- ท่าทีล่าสุดของเกาหลีใต้-ยูเครน
ความขัดแย้งยกระดับขึ้นอีกในวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา หลัง อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ขู่ว่า รัฐบาลอาจใช้ ‘มาตรการเพิ่มเติม’ ต่อยูเครน หากเคียฟยังปฏิเสธและไม่ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ
“หากยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเท็จจริง และไม่ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ เราจะใช้มาตรการเพิ่มเติม” อีระบุผ่าน X
ชนวนเหตุขัดแย้ง เซเลนสกีพูดอะไรบนเวที UNGA?
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน เซเลนสกีขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม UNGA โดยช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ เขาพูดถึงเหตุการณ์เกาหลีเหนือส่งกำลังทหารเข้าไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาติเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เซเลนสกีอธิบายว่า คิมจองอึนส่งทหารเกาหลีเหนือไปรัสเซียเพื่อช่วยเสริมกำลังในจุดที่มอสโกอ่อนแอ แต่ทหารเกาหลีเหนือเองก็ประสบความสูญเสียอย่างหนัก พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดคนกลุ่มนี้จึงต้องเสี่ยงชีวิตในสงครามยูเครน
ผู้นำยูเครนระบุว่า เกาหลีเหนือได้รับผลประโยชน์จากการร่วมมือกับรัสเซีย ทั้งความก้าวหน้าด้านขีปนาวุธและขีดความสามารถด้านโดรน ก่อนจะยกตัวอย่างผลกระทบของความร่วมมือขึ้นมาอธิบายต่อ
เซเลนสกียังเล่าว่า เมื่อไม่มานานมานี้ ยูเครนเพิ่งส่งเชลยศึกทหารเกาหลีเหนือ 2 นายไปยังเกาหลีใต้ แต่มีทหารคนหนึ่งพยายามปลิดชีพ เมื่อรู้ตัวว่าจะถูกจับตัวเป็นเชลย โดยชี้ว่า นี่คือระบบการปลูกฝังของเกาหลีเหนือที่ทำให้ทหารเชื่อว่า พวกเขาต้องยอมตายแทนการถูกจับ
ผู้นำยูเครนชี้ว่า เหล่านี้คือผลกระทบต่อชาติเอเชีย เพราะหากปล่อยให้สงครามยูเครนยืดเยื้อต่อไป ก็อาจเปิดโอกาสให้เกาหลีเหนือได้เรียนรู้ และพัฒนาขีดความสามารถจากประสบการณ์การทำสงครามจริงมากขึ้น
ทำไมเกาหลีใต้ไม่พอใจยูเครน?
ประเด็นที่ทำให้เกาหลีใต้ไม่พอใจ คือ การที่เซเลนสกีผิดคำสัญญา และนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งที่สองประเทศเคยตกลงกันแล้วว่า จะเก็บกระบวนการส่งตัวเป็นความลับ
ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม 2025 ทหารเกาหลีเหนือ 2 นายถูกกองกำลังยูเครนจับตัวได้ในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย หลังถูกส่งไปร่วมรบสนับสนุนกองทัพรัสเซีย ก่อนที่ทั้งสองจะแสดงความต้องการเดินทางไปเกาหลีใต้
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม เซเลนสกีและอีได้หารือถึงแนวทางการจัดการทหารทั้งสองนาย โดยเห็นตรงกันว่า จะเคารพ ‘เจตจำนงเสรี’ ของเชลยศึก ก่อนมีรายงานตามมาว่า ทหารเกาหลีเหนือเดินทางถึงเกาหลีใต้ผ่านประเทศที่สามในช่วงกลางเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า การส่งตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเปิดเผย เป็นเพราะยูเครนเป็นฝ่ายร้องขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ โดยให้เหตุผลว่า ทางการเคียฟอาจเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศว่า เหตุใดยอมส่งเชลยศึกเกาหลีเหนือออกไป แทนที่จะเก็บตัวประกันทั้งสองไว้เพื่อใช้ในการเจรจาแลกเปลี่ยนกับเชลยศึกชาวยูเครนจำนวนมากที่อยู่ในการควบคุมของรัสเซีย
ส่วนเกาหลีใต้ระบุว่า สาเหตุที่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทหารทั้งสองนาย รวมถึงครอบครัวของพวกเขาที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ ตลอดจนประเด็นด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง
อนึ่ง มีการวิเคราะห์ว่า ช่วงเวลาของการส่งตัวเชลยศึก อ่อนไหวสำหรับรัฐบาลเกาหลีใต้เป็นพิเศษ หลังมีความพยายามลดความตึงเครียดและฟื้นการเจรจากับเกาหลีเหนือ โดย มุน ซองมุก นักวิเคราะห์จาก Korea Research Institute for National Strategy ชี้ว่า รัฐบาลโซลต้องการจัดการประเด็นเชลยศึกอย่างเป็นความลับให้มากที่สุด
ท่าทีล่าสุดของเกาหลีใต้-ยูเครน
ฝั่งเกาหลีใต้ยังยืนยันว่า ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงให้เก็บเรื่องการส่งตัวเชลยศึกเป็นความลับ โดยกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า มีความเข้าใจร่วมกันในระหว่างการหารือในหลายระดับ โดยมีเหตุผลสำคัญจากความกังวลด้านความปลอดภัยของทหารทั้งสองนายและครอบครัว
ส่วนสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (NIS) ยังให้ข้อมูลต่อรัฐสภาว่า ยูเครนเป็นฝ่ายขอให้เก็บเรื่องการส่งตัวเป็นความลับตั้งแต่ช่วงแรกของการหารือ เพราะกังวลว่าอาจกระทบต่อการเจรจาแลกเปลี่ยนเชลยศึกในอนาคต โดยโซลระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกันว่า จะไม่เปิดเผยเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกมาแสดงความเสียใจ หลังยูเครนออกมาโต้แย้งว่า ข้อตกลงนี้ไม่เป็นความลับ พร้อมระบุว่า ประเด็นดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศยังเรียกอุปทูตยูเครนประจำกรุงโซลเข้าพบ เพื่อเรียกร้องคำชี้แจงและคำขอโทษอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ อียังระบุว่า หากยูเครนยังปฏิเสธข้อเท็จจริงและไม่ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ เกาหลีใต้จะใช้ ‘มาตรการเพิ่มเติม’ โดยขณะนี้ ยังไม่มีเปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวคืออะไร
อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังไม่ได้ยอมรับตามข้อกล่าวหาของโซล แต่มีสัญญาประนีประนอมจากทางการเคียฟ หลัง อันดรีย์ ซีบีฮา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศยูเครน เรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็น ‘ความเข้าใจผิดทางการทูต’ พร้อมระบุว่า ต้องการให้สถานการณ์ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองฝ่ายยังติดต่อกันโดยตรง โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือว่า ยูเครนจะตอบสนองต่อข้อกังวลของโซลอย่างไร ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการออกคำขอโทษ โดยต้องคำนึงถึงทั้งสถานการณ์สงครามของยูเครน และหลีกเลี่ยงไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียความรู้สึก
ภาพ:President of Ukraine
อ้างอิง:
- https://apnews.com/article/south-korea-ukraine-north-pow-russia-war-330e1b3f1e2c40c274964c6939c03a10
- https://www.theguardian.com/world/2026/sep/29/south-korea-ukraine-north-korea-prisoners-of-war-dispute-explainer
- https://www.koreatimes.co.kr/world/20261003/seouls-anger-at-kyiv-over-pows-may-reflect-nk-concerns