โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุคทองเซมิคอนดักเตอร์ การ์ทเนอร์คาดรายได้ ทะลุ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การ์ทเนอร์คาดตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกปี 2569 พุ่งแตะ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ โต 92% จากแรงหนุนของโครงสร้างพื้นฐาน AI และความต้องการชิปหน่วยความจำ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 11 กันยายน 2569 - การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ คาดการณ์รายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 จะพุ่งสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตเพิ่ม 92% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวมอยู่ 809 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่ามูลค่าตลาดในปี 2570 จะขยับขึ้นไปแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เบน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า "อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเดินไปสู่ระลอกการเติบโตครั้งใหม่ โดยอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวแข็งแกร่งเกินคาดตามรอบวัฏจักร"

“การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนใหม่ทั่วทั้งระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังเข้ามากำหนดนิยามใหม่ของส่วนผสมการใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าระบบนิเวศ AI Data Center จะมีสัดส่วนรายได้เติบโตจาก 36.5% ของรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดในปีนี้ ขึ้นไปมากกว่า 53% ภายใน 4 ปีข้างหน้านี้ (พ.ศ. 2573) ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการสร้างมูลค่าและความต้องการชิปทั่วโลก”

การ์ทเนอร์คาดว่ารายได้จากกลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory) ในปีนี้ จะอยู่ที่ 837 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปีหน้าจะเพิ่มกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยชิปกลุ่ม Memory ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปีนี้ และครองสัดส่วนรายได้เกินครึ่ง (54%) ของรายได้รวมทั้งหมด ขยับขึ้นมาจาก 27% ในปี 2568

ปีนี้ คาดว่ารายได้ชิป DRAM จะพุ่งขึ้นถึง 246.6% ขณะที่หน่วยความจำ NAND flash จะเติบโตสูงถึง 371.9% แม้ในปีหน้า (2570) จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แต่สภาวะอุปสงค์และอุปทานจะยังคงตึงตัว เนื่องจากการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเพิ่มปริมาณการใช้ชิปหน่วยความจำอย่างต่อเนื่อง

คุณชริช พานต์ (Shrish Pant) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์อีกท่าน กล่าวเสริมว่า "โครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงความไดนามิกของตลาดชิป Memory ไปอย่างสิ้นเชิง แม้การปรับตัวขึ้นของราคาชิปจะเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตในปีนี้ แต่การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI การเพิ่มปริมาณความจุหน่วยความจำต่อ AI Server รวมถึงความต้องการชิป High-Bandwidth Memory (HBM) ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้รายได้กลุ่ม Memory เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวไปจนถึงปี 2570 และหลังจากนั้น"

โครงสร้างพื้นฐาน AI กระตุ้นตลาด Non-Memory เติบโตร่วมด้วย

เมื่อระบบ AI Clusters มีขนาดใหญ่ขึ้น รวดเร็วขึ้น และบริโภคพลังงานสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในส่วนประกอบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นชิป CPU, ชิป Networking Silicon, อุปกรณ์จัดการพลังงาน (Power Management), อุปกรณ์อนาล็อก (Analog Devices) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Interconnect)

"AI ขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ครอบคลุมทุกระดับชั้นของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ชิปประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าหากไม่นับรวมกลุ่มชิป Memory รายได้ชิปกลุ่ม Non-memory จะเติบโตจาก 589 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 ขึ้นไปเป็น 718 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ เติบโต 21.9% และพุ่งแตะ 864 พันล้านดอลลาร์ในปี 2570” คุณเบน ลี กล่าวปิดท้าย

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่gartner.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...