โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-อิหร่าน” เดือดก่อนประชุม UN ทรัมป์เพิ่มแรงกดดัน-อิหร่านขู่ตอบโต้หนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สหรัฐ-อิหร่านยกระดับคำขู่ก่อนประชุม UNGA หลังทรัมป์เร่งกดดันทำข้อตกลง ขณะที่เตหะรานขู่ตอบโต้ทั่วตะวันออกกลางหากถูกโจมตี

วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 11.04 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ขณะที่กองทัพอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้อย่างเจ็บปวด หากสหรัฐและพันธมิตรเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่

ทรัมป์กล่าวกับ Fox News เมื่อวันอาทิตย์ว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทางเลือกที่เหลือคือการทำลายอิหร่าน หรือปล่อยให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดโทรมลง พร้อมส่งสัญญาณกดดันผู้นำอิหร่านให้กลับเข้าสู่การเจรจา

ด้านกองทัพอิหร่านระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองชี้ว่าสหรัฐและพันธมิตรอาจกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน ฐานที่มั่นและผลประโยชน์ของสหรัฐทั่วตะวันออกกลางจะตกเป็นเป้าของการโจมตีที่ต่อเนื่องและรุนแรง

อิหร่านยังเตือนว่า ประเทศในภูมิภาคที่ให้การสนับสนุนการโจมตีดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงด้วย

การตอบโต้ทางวาจาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมานาน 7 เดือน หลังบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายนล่มลง ขณะที่คณะผู้แทนอิหร่านซึ่งนำโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุม UNGA ในนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ และเตรียมหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ นอกรอบการประชุม

ทรัมป์ระบุว่า เขาเปิดกว้างต่อการพบกับเปเซชเคียนระหว่างการประชุม UNGA แต่ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางของสหรัฐต่ออิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยกระดับโดยไม่คาดคิด พร้อมแนะนำให้ชาวอเมริกันเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือปิดน่านฟ้า

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีกรุงริยาดด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียต้องประกาศเตือนภัยทางอากาศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสู้รบทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนกรกฎาคม

ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหาย ขณะที่กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า ฮูตียังพยายามโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดการโจมตีได้

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะขยายวง ราคาน้ำมันกลับปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าการส่งออกพลังงานจากซาอุดีอาระเบียจะฟื้นตัว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.7% มาอยู่ที่ 102.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน West Texas Intermediate (WTI) ลดลง 1.8% อยู่ที่ 98.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group มองว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง แม้สหรัฐจะมีความคืบหน้าในการเคลื่อนย้ายน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยภาวะขาดแคลนในตลาดโดยรวม

Eurasia Group คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบสูงที่ 90-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยมองว่าอิหร่านมีแนวโน้มเดินหน้ากดดันสหรัฐ ผ่านกลุ่มพันธมิตรติดอาวุธและการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อจำกัดการขนส่งและเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจา

อิหร่านยืนยันว่าจะยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ จนกว่าวอชิงตันจะปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่าน และยุติการข่มขู่ทางทหารจากสหรัฐ

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจำเป็นต้องเดินหน้าทั้งการต่อสู้และการเจรจาเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม โดยควรให้ความสำคัญกับการทูตเมื่ออิหร่านมีความได้เปรียบในสนามรบ

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...