“สหรัฐ-อิหร่าน” เดือดก่อนประชุม UN ทรัมป์เพิ่มแรงกดดัน-อิหร่านขู่ตอบโต้หนัก
สหรัฐ-อิหร่านยกระดับคำขู่ก่อนประชุม UNGA หลังทรัมป์เร่งกดดันทำข้อตกลง ขณะที่เตหะรานขู่ตอบโต้ทั่วตะวันออกกลางหากถูกโจมตี
วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 11.04 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ขณะที่กองทัพอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้อย่างเจ็บปวด หากสหรัฐและพันธมิตรเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่
ทรัมป์กล่าวกับ Fox News เมื่อวันอาทิตย์ว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทางเลือกที่เหลือคือการทำลายอิหร่าน หรือปล่อยให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดโทรมลง พร้อมส่งสัญญาณกดดันผู้นำอิหร่านให้กลับเข้าสู่การเจรจา
ด้านกองทัพอิหร่านระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองชี้ว่าสหรัฐและพันธมิตรอาจกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน ฐานที่มั่นและผลประโยชน์ของสหรัฐทั่วตะวันออกกลางจะตกเป็นเป้าของการโจมตีที่ต่อเนื่องและรุนแรง
อิหร่านยังเตือนว่า ประเทศในภูมิภาคที่ให้การสนับสนุนการโจมตีดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงด้วย
การตอบโต้ทางวาจาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมานาน 7 เดือน หลังบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายนล่มลง ขณะที่คณะผู้แทนอิหร่านซึ่งนำโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุม UNGA ในนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ และเตรียมหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ นอกรอบการประชุม
ทรัมป์ระบุว่า เขาเปิดกว้างต่อการพบกับเปเซชเคียนระหว่างการประชุม UNGA แต่ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางของสหรัฐต่ออิหร่าน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยกระดับโดยไม่คาดคิด พร้อมแนะนำให้ชาวอเมริกันเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือปิดน่านฟ้า
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีกรุงริยาดด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียต้องประกาศเตือนภัยทางอากาศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสู้รบทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนกรกฎาคม
ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหาย ขณะที่กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า ฮูตียังพยายามโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดการโจมตีได้
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะขยายวง ราคาน้ำมันกลับปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าการส่งออกพลังงานจากซาอุดีอาระเบียจะฟื้นตัว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.7% มาอยู่ที่ 102.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน West Texas Intermediate (WTI) ลดลง 1.8% อยู่ที่ 98.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group มองว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง แม้สหรัฐจะมีความคืบหน้าในการเคลื่อนย้ายน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยภาวะขาดแคลนในตลาดโดยรวม
Eurasia Group คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบสูงที่ 90-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยมองว่าอิหร่านมีแนวโน้มเดินหน้ากดดันสหรัฐ ผ่านกลุ่มพันธมิตรติดอาวุธและการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อจำกัดการขนส่งและเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจา
อิหร่านยืนยันว่าจะยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ จนกว่าวอชิงตันจะปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่าน และยุติการข่มขู่ทางทหารจากสหรัฐ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจำเป็นต้องเดินหน้าทั้งการต่อสู้และการเจรจาเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม โดยควรให้ความสำคัญกับการทูตเมื่ออิหร่านมีความได้เปรียบในสนามรบ
อ้างอิง : cnbc.com