รวบบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้างกรมที่ดิน หลอกเหยื่อโอนเกลี้ยง 4 บัญชี สูญ 6.5 แสน
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ส.ต.ท.ชัยณรงค์ คงเรือง ผบ.หมู่ส.ส.สน.เพชรเกษม พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัว นายนิวัฒน์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาคดี เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”และ “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน” และ “เป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 233/2569 ลงวันที่ 13 ส.ค.69 โดยจับกุมตัวได้บริเวณห้างแห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 69 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 นางมาลี อายุ 53 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ก่อนชักชวนให้นางมาลี เพิ่มเพื่อนทางไลน์ ชื่อ “@กองคลังเอกสาร” และหลอกว่านางมาลี มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา ก่อนแนะนำให้ทำรายการผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคาร รวมถึงให้เปลี่ยนภาษาในแอปเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้นางมาลี ไม่ทราบว่ากำลังดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเงิน ต่อมานางมาลี ตรวจสอบพบว่า มีเงินถูกนำออกจากบัญชีธนาคารออมสิน 2 บัญชี ธนาคารไทยพานิช 1 บัญชี และธนาคารกสิกรไทยอีก 1 บัญชี รวมความเสียหายทั้งสิ้น 659,900 บาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายส่วนหนึ่งถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารหลายทอด ก่อนมีเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัด วาย แอนด์ วาย ออโต้พาร์ท แอนด์ คาร์ เร้นทัล และต่อมามีการโอนเงินออกจากบัญชีกระจัดกระจาย ซึ่งในสำนวนระบุว่าเป็นลักษณะเพื่อหลบเลี่ยงมิให้สามารถติดตามเงินคืนแก่ผู้เสียหายได้ ซึ่งฐานข้อมูลนิติบุคคลพบว่า นายนิวัฒน์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นผู้มีอำนาจจัดการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
สอบสวนนายนิวัฒน์ ให้การอ้างว่า เมื่อปี 68 ได้ซื้อหัวบริษัทต่อมาจากคนรู้จักในราคา 2 หมื่นบาท เพื่อจะใช้ขายครีมบำรุงผิว และต้องเปิดบัญชีออนไลน์ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในบัญชีตน 3 วันก็ถูกถอนออกไป โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ เนื่องจากผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายมีเพียงนายนิวัฒน์ เท่านั้น และจากการตรวจสอบประวัติพบกลางปี 69 นายนิวัฒน์ ยังมีคดียักยอกทรัพย์ท้องที่ สน.โคกคราม อีกด้วย.