โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้างกรมที่ดิน หลอกเหยื่อโอนเกลี้ยง 4 บัญชี สูญ 6.5 แสน

เดลินิวส์

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตำรวจเพชรเกษมตามรวบชายวัย 50 ปี ตามหมายจับคดีเปิดบัญชีให้แก๊งมิจฉาชีพ หลังคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน หลอกเหยื่อรับเงินเยียวยาผ่านไลน์ ก่อนดูดเงินจาก 4 บัญชีรวม 659,900 บาท เร่งขยายผลเส้นทางการเงิน

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ส.ต.ท.ชัยณรงค์ คงเรือง ผบ.หมู่ส.ส.สน.เพชรเกษม พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัว นายนิวัฒน์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาคดี เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”และ “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน” และ “เป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 233/2569 ลงวันที่ 13 ส.ค.69 โดยจับกุมตัวได้บริเวณห้างแห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 69 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 นางมาลี อายุ 53 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ก่อนชักชวนให้นางมาลี เพิ่มเพื่อนทางไลน์ ชื่อ “@กองคลังเอกสาร” และหลอกว่านางมาลี มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา ก่อนแนะนำให้ทำรายการผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคาร รวมถึงให้เปลี่ยนภาษาในแอปเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้นางมาลี ไม่ทราบว่ากำลังดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเงิน ต่อมานางมาลี ตรวจสอบพบว่า มีเงินถูกนำออกจากบัญชีธนาคารออมสิน 2 บัญชี ธนาคารไทยพานิช 1 บัญชี และธนาคารกสิกรไทยอีก 1 บัญชี รวมความเสียหายทั้งสิ้น 659,900 บาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายส่วนหนึ่งถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารหลายทอด ก่อนมีเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัด วาย แอนด์ วาย ออโต้พาร์ท แอนด์ คาร์ เร้นทัล และต่อมามีการโอนเงินออกจากบัญชีกระจัดกระจาย ซึ่งในสำนวนระบุว่าเป็นลักษณะเพื่อหลบเลี่ยงมิให้สามารถติดตามเงินคืนแก่ผู้เสียหายได้ ซึ่งฐานข้อมูลนิติบุคคลพบว่า นายนิวัฒน์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นผู้มีอำนาจจัดการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

สอบสวนนายนิวัฒน์ ให้การอ้างว่า เมื่อปี 68 ได้ซื้อหัวบริษัทต่อมาจากคนรู้จักในราคา 2 หมื่นบาท เพื่อจะใช้ขายครีมบำรุงผิว และต้องเปิดบัญชีออนไลน์ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในบัญชีตน 3 วันก็ถูกถอนออกไป โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ เนื่องจากผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายมีเพียงนายนิวัฒน์ เท่านั้น และจากการตรวจสอบประวัติพบกลางปี 69 นายนิวัฒน์ ยังมีคดียักยอกทรัพย์ท้องที่ สน.โคกคราม อีกด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...