โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยลโฉมความงาม “เครื่องถ้วยล้านนา” ศิลปะล้ำค่าที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ก.ย 2566 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2566 เวลา 09.54 น.
เครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาบ่อสวก (ภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน)

“เครื่องถ้วยล้านนา”ถือเป็นหนึ่งใน ศิลปะ อันล้ำค่าที่มีประวัติยาวนาน ทั้งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนสมัยนั้น มีการสันนิษฐานว่าเครื่องถ้วยชนิดนี้กำเนิดขึ้นหลังได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย ผ่านการเผยแพร่ของพญายุธิษฐิระ หรือเจ้าเมืองสองแคว จนกระจายไปอยู่ในทั่วทุกพื้นที่ของเมืองเหนือ

ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ “เครื่องถ้วยล้านนา” ในหลายพื้นที่ ได้แก่ เตาสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่, เตาเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า และเตาโป่งแดง (พาน) จังหวัดเชียงราย, เตาวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง, เตาบ้านบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และเตาเผาเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

แม้จะได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งเดียวกัน แต่ด้วยวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของแต่ละเมือง จึงทำให้เครื่องถ้วยมีความแตกต่างและพิเศษเฉพาะตัว ว่าแต่เครื่องปั้นดินเผาเคลือบแต่ละชิ้นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

1. เครื่องถ้วยเตาสันกำแพง

เครื่องถ้วยเตาสันกำแพง เป็นแหล่งเตาเผาสำคัญ ผลิตเครื่องถ้วยขนาดใหญ่ที่สุดในล้านนา ทั้งยังส่งออกภายในพื้นที่เมืองเหนือและดินแดนอื่น ๆ หลายคนคาดว่าเครื่องปั้นดินเผาเคลือบของสันกำแพง เกิดขึ้นมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 หรือต้นพุทธศตวรรษที่ 20 และได้รับความนิยมอย่างมากช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ก่อนจะเสื่อมความนิยมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23 โดยอ้างอิงจากหลักฐานโบราณคดีอื่น ๆ ที่ขุดพบขึ้นมาพร้อมกัน เช่น เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง จารึกที่ปรากฏบนภาชนะบางชิ้น เป็นต้น

เครื่องถ้วยเคลือบเตาสันกำแพงมักปรากฏลักษณะ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบไม่มีลาย มีสีเขียวไข่กาเคลือบด้าน และแบบมีลายสีดำใต้เคลือบเป็นลายพืช ลายปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือลายปลาคู่ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องหยิน-หยางของจีน

แม้เครื่องถ้วยของเชียงใหม่จะมีลวดลายประจักษ์ สวยงาม ทั้งยังโด่งดังไปทั่วทุกดินแดน แต่ก็ยังมีจุดด้อยอยู่ นั่นคือ เนื้อภาชนะและน้ำเคลือบไม่ค่อยได้คุณภาพ อาจเพราะเตาเผาของที่นี่มีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถควบคุมความร้อนได้เท่าที่ควร

2. เครื่องถ้วยเวียงกาหลง

เครื่องถ้วยเวียงกาหลง เป็นเครื่องถ้วยเคลือบที่ปรากฏ 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ เครื่องเคลือบสีขาวนวลถึงเขียว ไม่เขียนลาย และอีกประเภทหนึ่ง คือ เครื่องเคลือบสีขาวเขียนลายสีดำใต้เคลือบ เนื้อภาชนะเป็นสีขาว ทำมาจากดินเกาลิน

ลักษณะพิเศษของเครื่องเคลือบจากเชียงราย คือ มีน้ำเคลือบที่สวยงามมาก โดยเฉพาะประเภทที่มีลาย เนื่องจากมีการเผาแบบพิเศษที่เรียกว่า “จ๊อ” รวมถึงคนในแถบนั้นยังมีความรู้ ความสามารถการเขียนลายพรรณพฤกษาให้พลิ้วไหวจากพู่กันที่มีลักษณะเฉพาะตัว จนเกิดลวดลายใหม่ขึ้นมาอย่าง “กาหลง”ซึ่งคล้ายกับนกกากำลังโบยบิน ให้ความรู้สึกอิสระ

3. เครื่องเตาวังเหนือ

เครื่องเตาวังเหนือ หรือเครื่องเตาประจำจังหวัดลำปาง มีลักษณะเฉพาะ คือ ชามขนาดใหญ่เคลือบด้วยสีเขียวไข่กาพร้อมประดับลายดอกบัวใต้เคลือบ คล้ายกับแหล่งเตาเผาศรีสัชนาลัยและเตาหลงฉวนของจีน มีขอบปากของชามรูปร่างหยัก แต่ยังด้อยเรื่องคุณภาพ คล้ายเครื่องเผาสันกำแพง

4. เครื่องถ้วยเตาพาน (โป่งแดง)

นักวิชาการคาดว่าเครื่องถ้วยชนิดนี้น่าจะได้รับอิทธิพลจากเมืองศรีสัชนาลัย ในช่วงที่พญายุธิษฐิระอพยพชาวเมืองเชลียง (ศรีสัชนาลัย) มาขึ้นต่อพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนา และครองเมืองพะเยา ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับเมืองพาน

ลักษณะสำคัญและจุดเด่นของเครื่องถ้วยแถบนี้ คือ เครื่องเคลือบมีสีเขียวไข่กาไม่ต่างจากเตาวังเหนือ ทว่ามีคุณภาพดีกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของน้ำเคลือบที่มีสีเขียวอมเหลือง รูปร่างภาชนะ รวมไปถึงเครื่องเคลือบ

นอกจากนี้เทคนิคในการลงลายยังปราณีต สวยงาม มักปรากฏลายกลีบดอกบัวซึ่งใกล้เคียงกับศรีสัชนาลัย

5. เครื่องถ้วยเมืองพะเยา

เครื่องถ้วยเมืองพะเยามีความคล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยเมืองสันกำแพง จะเห็นว่าข้าวของเครื่องใช้เมืองพะเยาจะมีน้ำเคลือบสีเขียว ส่วนด้านในมีสีเขียวเข้ม น้ำเคลือบภาชนะหนา มีลวดลายปลาคู่ตกแต่ง แต่ก็แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ตรงที่น้ำเคลือบของเมืองพะเยาจะมีสีเขียวเข้มมากกว่า บางใบอาจเคลือบด้วยสีน้ำตาล รวมถึงเนื้อภาชนะจะมีสีดำกว่า

6. เครื่องถ้วยเมืองน่าน

เครื่องถ้วยเมืองน่าน ถือเป็นแหล่งเตาเผาที่ผลิตเครื่องถ้วยนานาชนิดไว้เยอะมากอีกหนึ่งที่ คาดว่าเกิดขึ้นมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 รุ่งเรืองอย่างมากในปลายพุทธศตวรรษที่ 21

ลักษณะเครื่องถ้วยเมืองน่านคล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยจากเตาเผาสันกำแพงและเมืองพะเยา โดยคุณภาพของเครื่องเคลือบจะไม่ค่อยได้คุณภาพเท่าที่ควร มักพบเครื่องเคลือบเป็น 2 สีใหญ่ ๆ ได้แก่ เครื่องที่ด้านนอกเคลือบสีเขียวเข้ม มีสัมผัสด้านและทึบ ส่วนด้านในเคลือบสีใสและผิวสัมผัสเรียบ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเขียนลายสีดำใต้เคลือบด้วยลายพรรณพฤษา

ทว่าภายใต้ความคล้ายคลึง ก็ยังมีลักษณะเฉพาะของตนเอง นั่นคือ ขอบปากจะมีรอยปาดน้ำเคลือบออก หรือตรงกลางก้นชามด้านใน บริเวณไม่เคลือบจะเว้นที่ไว้เป็นรูปวงแหวน ทั้งยังมีเทคนิคการจ๊อ และการวางซ้อนกันขณะเข้าเตาเผา จนด้านนอกไม่มีการเคลือบ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะล้านนา รวมแนวคิดทุกแง่มุม ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2556.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กันยายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...