โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกทางไหนดี? ซิ่วไปเรียนไป VS ซิ่วอยู่บ้านอ่านหนังสือ

Dek-D.com

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2566 เวลา 03.00 น. • DEK-D.com
จะหยุดอ่านหนังสืออย่างเดียว หรือไปลองเรียนคณะอื่นเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มดีนะ

สวัสดีค่ะ มีน้องๆ คนไหนกำลังลังเลเกี่ยวกับการซิ่วอยู่ไหมคะ ลังเลว่าจะหยุดอ่านหนังสืออย่างเดียว หรือไปลองเรียนคณะอื่นเพื่อหาประสบการณ์เพิ่ม วันนี้พี่คิตตี้จะพาน้องๆ ไปดูทั้งข้อดีและข้อเสียของซิ่วไปเรียนไป และ ซิ่วอยู่บ้านอ่านหนังสือเผื่อจะทำให้น้องๆ ตัดสินใจกับตัวเองได้มากขึ้น

ซิ่วไปเรียนไป

ซิ่วไปเรียนไป คือ การเข้าเรียนมหา’ลัยเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มเติมระหว่างที่เตรียมตัวรอสอบเข้าคณะที่ตั้งใจในปีถัดไป การซิ่วไปด้วยเรียนไปด้วยมีสิ่งสำคัญที่สุดคือ “การจัดการเวลา” เพราะนอกจากที่น้องๆ จะอ่านหนังสือแล้ว ยังต้องแบ่งเวลาไปเรียน ทำงานของมหา’ลัยอีกด้วย แต่ก็ทำให้น้องๆ ได้เพื่อนและสังคมใหม่ๆ รวมไปถึงได้ลองเรียนรู้วิชาพื้นฐานในมหา’ลัยจากการเป็นเฟรชชี่

ข้อดี

  • ได้มีเพื่อนใหม่และคอนเนคชั่นจากการไปเรียนมหา’ลัย

นอกจากไปเรียนและได้ทำกิจกรรมแล้ว น้องๆ อาจจะยังได้เจอเพื่อนที่วางแผนจะซิ่วเหมือนกันกับเราด้วยก็ได้นะคะ หรือได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่อยู่คณะที่เรากำลังจะซิ่วไป เรียกได้ว่าไม่เหงาและอาจจะมีคนคอยช่วยติวและให้คำแนะนำได้มากขึ้นด้วยค่ะ

  • ได้ลองปรับตัวกับการเรียนมหา’ลัย

หากน้องๆ เรียนคณะที่ใกล้เคียงกับคณะที่จะซิ่วไป จะทำให้มีพื้นฐานวิชาเรียนในปี 1 ในด้านนั้นๆเพิ่มเติมด้วย เพราะในช่วงปี 1 จะมีการเรียนรวมเป็นส่วนใหญ่เพื่อปรับพื้นฐานความรู้ก่อนเข้าสู่วิชาเอก ในส่วนนี้จะช่วยให้น้องๆ รู้แนวทางการเรียนและการอ่านหนังสือได้มากยิ่งขึ้น

  • ได้ค้นหาและรู้ตัวเองมากกว่าเดิม

น้องๆ บางคนพอได้เข้ามาเรียนมหา’ลัย ทำให้รู้ตัวเองมากกว่าเดิมว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร บางคนอาจจะมีความสุขกับคณะที่กำลังเรียนจนไม่อยากซิ่ว บางคนก็รู้สึกว่าคณะนี้ไม่เหมาะกับเราจริงๆ ตรงนี้จะช่วยทำให้น้องๆ ตัดสินใจกับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นว่าจะเลือกทางไหน

ข้อเสีย

  • เวลาอ่านหนังสือน้อยลง

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องแรกๆ ที่ต้องยอมรับสำหรับการซิ่วไปเรียนไป คือ เวลาอ่านหนังสือของเราจะน้อยลงแน่นอนเพราะต้องเรียนและทำการบ้านของมหา’ลัยไปด้วย ทำให้น้องๆ ต้องแบ่งเวลาให้กับการทำหลายๆ อย่างเพื่อไม่ให้กระทบกัน

  • หากแบ่งเวลาไม่ได้ อาจจะทำให้น้องๆ หมดไฟ

หากไม่สามารถจัดการเวลาของตัวเองได้ อาจจะทำให้น้องๆ หมดไฟ เพราะรู้สึกว่ามีอะไรต้องทำเต็มไปหมด และทำให้รู้สึกล้า เหนื่อย และถอดใจ การแบ่งเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดมาเป็นอันดับต้นๆ

  • มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ในการเรียนมหา’ลัย มีค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน ที่น้องๆ ต้องเตรียมความพร้อม มาเช็กกระเป๋าตังค์ก่อนเปิดเทอม! เข้ามหาวิทยาลัยต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง นอกจากค่าใช้จ่ายในมหา’ลัยแล้ว ยังมีค่าสมัครสอบที่เราต้องเสียอีกครั้งตอนซิ่วอีกด้วย ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากเดิม

ซิ่วอยู่บ้านอ่านหนังสือ

ซิ่วอยู่บ้านอ่านหนังสือ คือการซิ่วโดยที่ไม่ได้มีการเรียนต่อเน้นอ่านหนังสือ หรือ ติวสอบด้วยตนเองที่บ้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการซิ่วอยู่บ้าน คือ “การเติมไฟให้ตัวเองอยู่เสมอ”เพราะหากเรากดดันตัวเองเกินไปจากการที่อ่านหนังสือคนเดียว หรือ ถูกคนรอบข้างที่ไม่เข้าใจกดดัน อาจจะทำให้เราหมดไฟได้ น้องๆ ควรที่จะหาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเอง และจัดการตารางอ่านหนังสือของตัวเองไม่ให้กระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจเกินไป

ข้อดี

  • มีเวลาอ่านหนังสือตามแพลนของตัวเอง

น้องๆ จะสามารถวางแผนในการอ่านหนังสือของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และกำหนดตารางได้ว่าจะทำอะไรช่วงไหนบ้าง เรียกได้ว่าเวลาทั้งวันเป็นของเราสามารถจัดสรรได้ตามความต้องการของตัวเองเลย และยังมีเวลาให้ออกไปเรียนรู้เพิ่มเติม หรือ เรียนพิเศษตามที่น้องๆ สนใจได้อีกด้วย

อย่างที่พี่คิตตี้ได้บอกไปว่าเวลาทั้งวันเป็นของเรา น้องๆ จะหาช่วงพักผ่อน ออกไปเดินเล่นคลายเครียดให้กับตัวเองตอนไหนก็ได้ หรือบางทีอยากเปลี่ยนที่อ่านหนังสือ ไปอ่านตามร้านกาแฟก็ยังได้เลยค่ะถ้าจัดการเวลาของตัวเองได้ดี จะทำให้สุขภาพเราดีตามไปด้วย

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในบางส่วน

พอเราซิ่วอยู่บ้าน ค่าใช้จ่ายในการเรียนมหา’ลัยตรงนี้ก็จะยังไม่ค่อยมี จะมีเพียงค่าเรียนพิเศษ ค่าสมัครสอบตอนซิ่ว ทำให้สามารถช่วยที่บ้านประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมกับการเข้ามหา’ลัย

ข้อเสีย

  • เสี่ยงต่อการถูกกดดันจากสภาพแวดล้อม หรือ คนรอบข้างที่ไม่เข้าใจ

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น้องๆ หลายคนอาจจะต้องรับมือ เพราะว่ามีหลายคนที่ไม่ได้เข้าใจเรา แล้วพ่นคำพูดมาบั่นทอนกำลังใจ จนทำให้น้องๆ กดดันและเครียด พี่คิตตี้แนะนำว่าให้ฟังแบบหูทวนลมไปค่ะ ไม่มีใครรู้ลึกรู้จริงเท่าตัวของเราเอง!

  • หมดไฟได้ง่ายขึ้นจากการอ่านหนังสืออย่างเดียว

หากน้องๆ กดดันตัวเอง ไม่ลุกไปไหนเลยใช้เวลาทั้งวันจมอยู่กับกองหนังสืออย่างเดียวจะทำให้ล้า และหมดไฟได้ง่ายกว่าการที่แบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นร่วมด้วย อาจจะพักดูซีรีส์ซักตอนให้สมองผ่อนคลาย หรือจะเปลี่ยนสถานที่ในการอ่านหนังสือเพื่อเจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ จะทำให้น้องๆ ไม่เบื่อและได้พักสายตาระหว่างอ่านหนังสือมองอย่างอื่นรอบตัวได้ด้วย

  • มีเวลาเยอะจนเผลอลืมความตั้งใจ

อย่างที่พี่คิตตี้ได้บอกไปว่าการซิ่วอยู่บ้าน เวลาทั้งวันจะเป็นของน้องๆ เราสามารถจัดตารางอ่านหนังสือของตัวเองได้ แต่ ต้องคำนึงถึงความพอดีด้วยนะคะ ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป ไม่อย่างงั้นเราอาจจะมากดดันตัวเองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมตัว

เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ กับข้อดีและข้อเสียของแต่ละแบบที่พี่คิตตี้ได้พาไปดู พอจะช่วยทำให้น้องๆ ตัดสินใจได้มากขึ้นมั้ยเอ่ย? แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องดูแลสุขภาพทั้งใจและกายของเราด้วยนะคะ อย่าหักโหมจนเกินไป น้องๆ ทุกคนทำได้! พี่คิตตี้เป็นกำลังใจให้ค่า <3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...