รวบตัว “เอส คอลาย” มอมยา-ล่วงละเมิดลูกเลี้ยงวัย 12
จับตัวได้แล้ว “เอส คอลาย” หลังล้างสมองลูกเลี้ยงวัย 12 ขวบ ให้เกลียดแม่ ไม่ไปโรงเรียน และหนีออกไปเร่ร่อนด้วยกัน ซ้ำยังให้เด็กหญิงเสพยาแล้วย่ำยี พบประวัติอาชญากรรมยาวเหยียด ถูกจับมาแล้ว 13 ครั้ง ครั้งล่าสุดก่อนมาก่อเหตุเจอข้อหาอนาจารเด็ก ศาลสั่งใส่กำไลอีเอ็มแต่แอบตัดทิ้งแล้วหลบหนี อ้างไม่พร้อมที่จะเข้าคุก
.
(7 ส.ค. 66) วานนี้(6 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายวีรยุทธ หรือฉายา “เอส คอลาย” อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 113/2566 ลงวันที่ 25 พ.ค. 66 โดยติดตามจับกุมตัวได้ที่ซอยตลาดวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. หลังเจ้าตัวก่อเหตุพาลูกเลี้ยงวัย 12 ขวบ ออกจากบ้านมาเร่ร่อน และอยู่กินกันฉันสามีภรรยา
.
พฤติการณ์ของนายเอสนั้น ก่อนหน้านี้ในปี 2562 นายเอสได้คบหาอยู่กับ น.ส.เอ๋(นามสมตติ) อายุ 30 ปี แม่ของ ด.ญ.ส้ม(นามสมมติ) ซึ่งตอนนั้นมีอายุได้เพียง 8 ขวบ ตอนแรกนายเอสก็อยู่กินกับ น.ส.เอ๋ เหมือนครอบครัวปกติ แต่เมื่อน้งส้มอายุ 11 ขวบ เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น นายเอสก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป มักจะเข้าหาหยอกล้อน้องส้มในเชิงชู้สาวบ่อยครั้ง และสนิทสนมกันเกินกว่าลักษณะของพ่อเลี้ยง-ลูกเลี้ยง
.
กระทั่งปี 2565 นายเอสบอกว่าหมดรัก น.ส.เอ๋แล้ว และอยู่กินกับน้องส้มอย่างเปิดเผย โดยในระหว่างนั้นนายเอสมีพฤติกรรมคอยเป่าหูล้างสมองน้องส้มให้เกลียดแม่ เกลียดครอบครัว ไม่ไปโรงเรียน และให้ยอมเป็นทาสกามให้ตนเอง โดยที่เด็กหญิงก็เข้าใจไปว่าสิ่งนี้คือความรัก ล่าสุดได้พาน้องส้มออกมาเร่ร่อนด้วยกัน 2 คน รวมถึงบังคับให้เด็กหญิงเสพยาและกระทำชำเรา ครอบครัวของน้องส้มพยายามติดตามหาตัวทั้งคู่ สุดท้ายเข้าแจ้งความ และเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวนายเอส และช่วยเหลือน้องส้มได้ทันก่อนที่นายเอสจะพาเด็กหญิงหนีลงภาคใต้
.
ในชั้นจับกุมนายเอสให้สารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองลงมือกระทำชำเราลูกเลี้ยงวัย 12 ปี จริงโดยกระทำโดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ที่ทำไปเพราะความรัก ตอนแรกแค่แอบชอบ แต่พอพูดคุยแหย่กันไปมาก็เริ่มมีความรู้สึกรัก ตอนนี้ไม่ได้รักแม่ของเด็กแล้ว แต่มารักเด็กแทน
.
ที่ผ่านมาตนเองเคยถูกจับกุมตั้งแต่วัยเด็ก โดยรวมทั้งหมดถึงปัจจุบันกว่า 13 ครั้ง ในข้อหา เสพยาบ้า, ครอบครองยาบ้า, ครอบครองยาไอซ์, ขับเสพฯ, ร่วมกันชิงทรัพย์ ชิงโทรศัพท์มือถือเด็กนักเรียน, ลักทรัพย์, ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์, พรากผู้เยาว์อายุ 13 ปี ไปเพื่อการอนาจารฯ และล่าสุดโดนข้อหาอนาจารเด็กและอยู่ระหว่างการประกันตัว
.
ศาลสั่งให้ตนใส่กำไลอีเอ็มติดตามตัว แต่ได้ถอดทิ้งไปเพื่อหลบหนี จะไม่ไปฟังคำพิพากษาของศาล เพราะไม่พร้อมที่จะติดคุก ฝากขอโทษครอบครัวของลูกเลี้ยง ทำให้เกิดเป็นปมด้อยเป็นตราบาปกับเด็ก และยอมรับว่าไม่ได้ไปทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีกแน่นอน หากเจ้าหน้าที่เผยแพร่ใบหน้าตนไปแล้วมีเหยื่อมาชี้ยืนยัน ยินดีให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้เลย”
.
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายเอสนำส่งศาลอาญาธนบุรีดำเนินคดีตามกฎหมาย