คุณแม่ลูกแฝดกับระบบหีบสมบัติพันล้านเท่า
ข้อมูลเบื้องต้น
ใบบัวหญิงสาวอายุ 35 ปี ที่จู่ๆก็ทะลุไปยังโลกอนาคตในอีกล้านปีต่อมา
ไม่เพียงแค่เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีอายุ 20 ปีและมีชื่อเดียวกันเท่านั้น
แต่เธอกับมีลูกแฝดชายหญิงที่อายุ 2 ขวบ!! เหล่าก้อนแป้งล้วนน่ารักแต่ตัวผอมไปหน่อย
ดูๆไปเหมือนจะขาดสารอาหารเสียด้วย ใบบัวไม่สามารถปล่อยให้เด็กน้อยที่น่ารักอดตายได้
ดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิต!!
เพียงแต่โลกนี้มันไม่ง่าย!!
จะปลูกผักหรือ… ไม่มีที่ดินให้ปลูก…
จะล่าสัตว์หรือ… เธอไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะฆ่าไก่…
แต่ก่อนที่จะหมดหวังกับชีวิตใหม่ ระบบกล่องสมบัติก็โผล่ออกมา…
ดังนั้นใบบัวจึงใช้งานระบบเพื่อเป็นหนึ่งคนที่ร่ำรวยและมีชีวิตกับก้อนแป้งน้อยทั้งสอง!! ติดตามการเดินทางของคุณแม่ลูกแฝดที่ต้องหาเงินสร้างครอบครัว ส่วนผู้ชายนะหรือ… กลับมาค่อยว่ากัน…
+++++++++++++++++++++++++++++++
ลงทุกวันเวลาเที่ยงคืน วันละ 2 ตอน
เรื่องนี้มีอีบุ๊ค
ฝากติดตามด้วยนะ
บทที่ 1 ฉันคือใบบัวในอีกโลกหนึ่ง
บทที่ 1 ฉันคือใบบัวในอีกโลกหนึ่ง
ในฤดูร้อนของเมืองทรายแดง
หอพักที่ทรุดโทรมและไม่น่ามีคนอยู่อาศัย ที่ชั้น 10 ยังห้องสุดทางเดินที่มีเลขกำกับไว้ว่า B 10 สีที่ล่อนและผุพังเล็กน้อย หน้าห้องนั้นมีซากต้นไม้ที่ตายแล้วไม่ทราบชนิดอยู่หนึ่งกระถาง พรมเช็ดเท้าสีเทาที่เต็มไปด้วยดินอยู่ชิดกับบานประตู
ภายในห้องตอนนี้ ร่างของเด็กชายและเด็กหญิงวัย 2 ขวบกำลังนอนซบกับร่างไร้ลมหายใจของหญิงสาวนางหนึ่ง เด็กน้อยทั้งสองไม่พูดและดวงตามีความว่างเปล่า แม้ท้องจะร้องอย่างหิวโหยแต่เด็กทั้งสองกับไม่ขยับตัว มือเล็กสีขาวที่ผอมแห้งนั้นโอบกอดท่อนแขนสีขาวซีดของร่างไร้ลมหายใจไว้แน่น
ราวกับไม่ต้องการแยกจาก
ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่าน จนตั้งตรงศีรษะ แสงแดดที่แผดเผานั้นส่องทะลุระเบียงที่มีบานเลื่อนเก่าๆเข้ามาทำในห้องยิ่งทำให้ร้อนมากยิ่งขึ้น
แต่เหมือนมันจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ทั้งสามที่อยู่ในห้อง
ผ่านไปอีก 5 นาที จู่ๆ ร่างที่สิ้นลมหายใจก็เริ่มขยับ ลมหายใจเริ่มถูกสูดเข้าและผ่อนออก เด็กชายหญิงฝาแฝดที่จับแขนขาวซีดจู่ๆ ก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้ส่งเสียงร้อง ร่างของหญิงสาวที่ตายแล้วก็ลืมตาขึ้นพร้อมๆกับการหอบหายใจอย่างนัก
“ท่านแม่ๆ ท่านฟื้นแล้ว”
เด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งเสียงดังลั่นอย่างยินดี ดวงตาสีดำนั้นตอนนี้แดงเรื่อย่างรวดเร็วก่อนจะปล่อยโฮอย่างสุดกลั้นและมันส่งผลให้เด็กหญิงที่จับแขนอีกข้างของหญิงสาวก็ร้องไห้เสียงดังตามไปด้วย
ใบบัวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมายังอยู่ในความงุนงง เธอเพิ่งจะถูกรถชน แต่ตอนนี้กลับมาโผล่ยังที่ใหม่ ซึ่งมันไม่ควรเป็นโรงพยาบาล แถมข้างๆยังมีเด็กร้องไห้เสียงดังชวนให้ปวดหัวอีกสองคน แต่ก่อนที่เธอได้ส่งเสียงห้ามปราม ภาพความทรงจำทั้งหมดที่ไม่ใช่ของเธอก็ถูกเล่นย้อนหลังอย่างรวดเร็ว
ใบบัวที่เห็นภาพนั้นจนจบก็รู้ว่าเธอได้มาสู่โลกใหม่แล้ว
เป็นโลกในอีกล้านปีต่อมา
โลกที่ไม่มีประเทศแต่แบ่งเป็นอาณาเขต และมีเมืองเล็กใหญ่กระจายเต็มไปหมด ซึ่งขนาดของโลกถูกขยายจนใหญ่กว่าเดิมมากกว่าหมื่นเท่า มีอาณาจักรลับ รอยแตก ดันเจี้ยนและสัตว์ประหลาด รวมถึงเป็นโลกนี้ที่เต็มไปด้วยพลังงาน
ทุกคนในโลกนี้ต่างฝึกฝนตัวเองเพื่อเป็นนักรบที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น แต่ไม่เพียงมนุษย์ที่ฝึกฝนเพื่อความแข็งแกร่ง สัตว์อสูรก็เช่นกัน ดังนั้นจึงมีการล่าและฆ่าเป็นประจำ และนอกเมืองเป็นเขตอันตรายมาก น้อยครั้งที่มนุษย์ที่ไม่ใช่นักรบระดับนักสู้จะจะออกไปยังถิ่นทุรกันดาร
แน่นอนว่าไม่นับเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อเดียวกับเธอ
เนื่องจากหมดหนทางแล้ว เจ้าของร่างเดิมที่ซึ่งมีลูกวัยเล็กสองคน ไม่มีทางเลือกเมื่อที่บ้านไร้เงิน ดังนั้นเธอจึงเสี่ยงอันตรายออกจากเมืองเพื่อล่าสัตว์อสูร ความตั้งใจเดิมของเธอคือกระต่ายหน้าเมือง เพียงแต่ฟ้าโทษว่าเธอไร้เดียงสาเกินไป ดังนั้นจึงส่งหมาป่าสายลมตัวหนึ่งมาไล่ล่าเธอ
เจ้าของร่างเดิมที่เป็นนักรบระดับ 3 ดาว ไม่มีทางสู้
เธอทำได้แค่วิ่งหนีกลับเข้าเมือง
โชคดีที่ทหารยามอยู่บริเวณนั้น เจ้าของร่างเดิมจึงรอดมาได้
แต่เพราะความตื่นตระหนกนั้นยิ่งใหญ่เกินไป เมื่อเธอกลับมาที่บ้านจึงเริ่มเป็นไข้ และล้มป่วยอย่างหนักและเสียชีวิตไปในที่สุด
ทิ้งลูกเล็กสองคนไว้
ใบบัวที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเจ้าของร่างแล้วอดไม่ได้ที่ถอนหายใจ ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมช่างน่าสงสาร แต่ก็โทษเธอไม่ได้ เดิมเจ้าของร่างเดิมก็เป็นคนอ่อนไหวง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นในช่วงภาวะเสี่ยงตายจึงส่งผลกระทบต่ออารมณ์และตัวเธออย่างมาก
ดังนั้นได้แต่โทษฟ้าว่าอิจฉาคนงาม
ใบบัวที่ตอนนี้ยอมรับได้แล้วว่าได้ทะลุมิติมาเป็นใบบัวในอีกล้านปีต่อมา สิ่งสำคัญยิ่งใหญ่คือการปลอบโยนเด็กๆทั้งสองให้หยุดร้องไห้เสียก่อนเพราะตอนนี้เธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีก เนื่องจากเสียงร้องไห้มันเสียดแทงสมองเธออย่างมาก
“โอเคๆ หยุดร้องๆ แม่ไม่ได้ตาย ยังอยู่ดีตรงนี้”
ใบบัวได้แต่ยอมรับสภาพและรับเด็กทั้งสองเป็นลูก แม้จะมีความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจเล็กน้อบ แต่เสี้ยวหนึ่งในใจเธออาจเพราะเจ้าของร่างเดิมมีห่วง ดังนั้นเธอจึงเต็มใจจะรับเด็กน้อยทั้งคู่เป็นลูกและดูแลอย่างดี ไหนๆก็ได้ร่างใหม่มาแล้ว ดูแลลูกของอีกฝ่ายก็ไม่นับว่าเป็นการเอาเปรียบ
“ทะ… ท่านแม่ตายแล้ว…” เด็กชายที่ร้องไห้ไปด้วยพูดไปด้วยเอ่ย
ใบบัวที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งและพิงหัวเตียงอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจไปทั่วห้อง
ทำไมมันเก่า… ทำไมมันโทรมได้ขนาดนี้!
เปลี่ยนได้ไหม… เปลี่ยนเป็นให้เธอกลับไปโลกเดิม…
แม้จะไม่ได้รวยมากแต่ก็ไม่ถึงกับยากจนแบบนี้
บัวรับไม่ได้…
แม้จะนอกเรื่องแต่เธอยังต้องปลอบโยนเด็กทั้งสองก่อน
“ยังไม่ตาย ดูสิแม่คุยโต้ตอบกับนับหนึ่งได้ไม่ใช่หรือ”
บทที่ 2 อาหารมื้อแรก
บทที่ 2 อาหารมื้อแรก
เด็กชายชื่อนับหนึ่งที่ยังร้องไห้อยู่ก็ค่อยๆหยุดร้อง รวมถึงเด็กหญิงที่อยู่ด้านข้างอีกคนก็เช่นกัน ต่างค่อยๆหยุดร้อง ก่อนจะขยับร่างเล็กๆนั้นมาชิดติดแขนของใบบัว ราวกับอยากจะพิสูจน์ว่าแม่ที่ไม่หายใจ ตอนนี้กลับมามีร่างกายอุ่นๆ และหายใจได้ตามเดิมแล้ว
“เห็นไหม ยังไม่ตาย หายใจได้ ตัวอุ่นด้วย”
เด็กชายยื่นมือเล็กๆ ไปแตะที่แขนของท่านแม่ สัมผัสความอบอุ่นที่กลับมาก็หยุดร้องไห้ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาในทันที
“ทะ..ท่านแม่หายแล้ว ไม่ตัวเย็นแล้ว”
“ใช่ไม่เย็นแล้ว อุ่นมากด้วย”
ใบบัวใช้แขนโอบกอดเด็กหญิงที่ตอนนี้ยังคงมีน้ำตาไหลแต่ไม่มีเสียงร้องไห้อีกต่อไป เด็กหญิงชื่อนับสอง เดิมเป็นเด็กที่ร่าเริงและติดท่านแม่มาก แต่นับจากที่เจ้าของร่างเดิมกลับมาจากนอกเมืองและล้มป่วย เด็กหญิงก็เปลี่ยนเป็นเงียบขรึมและขี้อายมากยิ่งขึ้น
“ดีจัง ท่านแม่ไม่ตายแล้ว”
เด็กชายหัวเราะ แม้จะยังมีน้ำตาแต่ก็ไม่ไหลเป็นสายน้ำเหมือนเดิม
“ใช่แล้ว” ใบบัวเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้บุตรชายก่อนจะกอดอีกฝ่ายในอ้อมแขนอุ่นๆ เด็กชายนับหนึ่งไม่ได้ผละจากท่านแม่แต่กลับโอบกอดรอบเอวแทน
ระหว่างที่ใบบัวปลอบโยนเด็กทั้งสอง เสียงท้องที่ร้องโหยหวนก็ดังลั่นจากร่างเล็กๆทั้งคู่ เด็กชายนับหนึ่งรู้สึกเขิลอาย ดวงหน้าเล็กๆผอมๆนั้นแดงระเรื่อ เขาใช้มือเล็กปิดที่ท้อง ราวกับจะกดให้มันไม่ส่งเสียงดังอีกต่อไป ส่วนเด็กหญิงนับสองนั้นแม้หน้าจะแดงแต่ปฏิกิริยากลับดูสงบกว่ามาก
“หิวหรือ งั้นแม่ทำอะไรให้กินก่อน”
ใบบัวลุกขึ้นจากเตียง เด็กทั้งสองลุกขึ้นและเดิมตามหลังท่านแม่ไปติดๆ แม้ใบบัวจะเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย แต่ร่างกายของเธอไม่ได้อ่อนแอมากหนัก อย่างน้อยเธอก็มีร่างกายของนักรบระดับ 3 ดาว ซึ่งมันถือว่าแข็งแรงกว่าคนปกติทั่วไป
ใบบัวเดินตรงเข้าไปที่ห้องครัว เธอเลือกเปิดตู้เย็นเก่าๆเป็นอย่างแรก มีไข่ไก่สีน้ำตาลใบเล็กอยู่ 6 ฟอง น้ำดื่มที่แช่เย็นไว้ขนาด 1.5 ลิตร 5 ขวด ผักกาดขาวและข้าวเก่าครึ่งหม้อ ไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อย ใบบัวยังได้ก้มตัวเพื่อดูตู้ด้านล่าง ในนั้นมีถังที่ใส่ข้าวอยู่ครึ่งถัง
“ยังดีที่ยังมีข้าวกับไข่”
แม้มันจะกินได้อีกไม่นานแต่ก็ยังดีกว่าที่เหลืออะไรเลย
ใบบัวหยิบหม้อที่ดูเก่าๆ เธอเติมน้ำ ใส่ข้าวเก่าที่อยู่ในตู้เย็นทั้งหมดและเริ่มปรุงรส ใส่เกลือและซีอิ๋วขาว เมื่อข้าวในหม้อเริ่มเดือดก็ตอกไข่ลงไปสองฟอง คนๆให้ข้าวแตกตัวผสมกับไข่ จากนั้นก็ปิดเตา แน่นอนเพราะเป็นที่โลกล้านปีต่อมาเตาไฟจึงใช้พลังงานจากผลึกพลังงานแทน ไม่เกิดเปลวไฟและไม่มีควัน
หลังจากที่ข้ามต้มเสร็จ ใบบัวก็ตักใส่ถ้วยเล็กสองใบและถ้วยใหญ่ใบหนึ่ง
เธอไม่ได้ให้เด็กตัวเล็กๆแบบนี้มายกแต่เธอยกมาที่โต๊ะกินข้าวเอง วางถ้วยลงและเด็กชายและเด็กหญิงก็ปีนขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเริ่มลงมือทานเมื่อเห็นว่าเธอนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
อาหารมื้อแรกหลังจากข้ามโลก
ใบบัวไม่คิดจริงๆว่ามันคือข้ามต้มไข่ไก่
ช่าง…
ยากจน…
ระหว่างที่กินใบบัวยังได้เปิดหน้าต่างตัวละครขึ้นมา แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนที่ฝึกฝนจนเป็นนักรบไม่ว่าจะระดับไหนจะได้รับหน้าต่างตัวละคร มันเป็นสิ่งที่ยืนยันการเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาเพื่อเป็นนักรบ ซึ่งเจ้าของร่างเดิมที่ฝึกในโรงเรียนจนมีระดับนักรบ 3 ดาว ก็มีหน้าต่างตัวละคร
[ชื่อ:ใบบัว]
ระดับ:นักรบ 3 ดาว
ช่องเก็บของ: 50 ช่อง ภายในว่างเปล่า
เงิน:1,000 เหรียญ
ใบบัวดูข้อมูลของเจ้าของร่างเดิม เธออดไม่ได้ที่จะกัดช้อนอย่างแรง 1,000 เหรียญ!
เงินที่แทบจะซื้อไข่ไม่ได้แม้แต่แผงเดียว! ช่างน่าอนาจเหลือเกิน!
ใบบัวอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจแรงๆ เธอพยายามควบคุมตัวเองอย่างมากไม่ให้กรีดร้องเสียงแหลม และทำให้เด็กๆตกใจ เพราะตอนนี้เธอตกใจมากจริงๆ พันเหรียญ!! เงินก้อนสุดท้ายของบ้านที่มีประชากรเด็กสองคนและผู้ใหญ่หนึ่งคน!! ไม่คิดว่ามันน่าอายเกินไปหรือไง
ช่างเป็นแม่เก่าที่ไม่ได้เรื่อง
ออกไปหาเงินในตอนที่อยู่ต่ำที่สุดของเงินในบัญชี
มิน่าถึงได้เสี่ยงออกไปนอกเมือง
เพราะมันไฟลนตูดแล้วแบบนี้สินะ
ใบบัวอดที่จะสาปแช่งเจ้าของร่างเดิมไม่ได้
บทที่ 3 มดทหารเปลวไฟ
บทที่ 3 มดทหารเปลวไฟ
หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้ว ใบบัวก็พาตัวเองไปอาบน้ำ เพราะร่างเดิมไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว อาบน้ำให้ตัวเองเสร็จก็อาบให้กับลูกๆทั้งสอง เปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาดบ้านเล็กๆ น้อยๆ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม ก่อนจะพาเด็กๆเข้านอน แม้จะเป็นตอนบ่ายแล้ว แต่เด็กทั้งสองนั้นไม่ได้พักผ่อนมาตลอดสองวันทำให้เมื่อเรื่องที่กดดันหายไปก็อ่อนเพลียกันหมด
“นอนก่อน ตื่นมาแล้วแม่จะทำอะไรอร่อยๆไว้ให้กิน”
“สัญญานะครับ”
“สัญญาจ๊ะ”
ใบบัวเกี่ยวก้อยกับบุตรชาย ส่วนบุตรสาวนั้นไม่ได้ยื่นนิ้วก้อยมาเพื่อเกี่ยวสัญญาทำเพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้ทีหนึ่งก่อนจะหลับตาและหลับทันที เด็กชายก็เช่นกันหลังจากเกี่ยวก้อยสัญญาก็หลับทันที
หญิงสาวเดินมาเปิดพัดลมเพื่อเป่าให้เด็กๆนอนสบายขึ้น เพราะห้องนี้ไม่มีระบบปรับอากาศ มีแต่พัดลมทำความเย็นที่จะพัดอุณหภูมิ 18 องศาให้กับห้องเท่านั้น
“ดีที่มีพัดลมและเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่อย่างนั้นห้องรูหนูนี้แทบจะไม่สามารถอยู่ได้”
ใบบัวอดไม่ได้ที่จะบ่น ตอนนี้ถือว่ามีเวลาแล้ว เพราะเด็กๆหลับกันหมด เธอจึงได้ทำการสำรวจห้อง มันเป็นห้องที่กว้าง 10 เมตรและยาว 10 เมตร แบ่งห้องด้วยไม้ระแนงเป็นฉากกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องครัว ซึ่งมีห้องน้ำเล็กๆอีกห้อง แม้ห้องจะเล็กแต่ยังมีอวัยวะครบคริน
สีที่ผนังได้รับการทาใหม่แต่เหมือนกับการทาของมือสมัครเล่นเพราะมันไม่สม่ำเสมอแม้แต่น้อย ยังคงมีสีหลายเฉดทำให้ห้องยิ่งดูโทรมมากขึ้นไปอีก
ในตู้ที่ห้องครัวนอกจากข้าวครึ่งถังแล้วยังเมื่อเครื่องปรุงสำรองและแผงไข่เค็มที่เก็บซ่อนไว้อย่างดีอีกหนึ่งแผง นอกจากนั้นใบบัวยังเห็นมันฝรั่งขนาดใหญ่อีก 5 หัวซึ่งถูกถุงพันเก็บไว้ ส่วนน้ำดื่มนั้นดีที่ดื่มได้โดยตรงจากก๊อกเลย เพราะมันสะอาดเนื่องมากจากการผลิตที่มาจากผลึกพลังงาน
หลังจากที่สำรวจห้องจนทั่วแล้ว เธอก็กลับมานั่งยังโต๊ะกินข้าว เปิดหน้าต่างตัวละครขึ้นมาและมองจำนวนเงินที่มีอยู่
จู่ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี
“เงินแค่พันเดียว มันจะทำอะไรได้”
ใบบัวได้แต่ถอนหายใจ ระหว่างที่เธอกำลังคิดหาวิธีทำเงินอยู่นั้น เสียงเกาแกร็กๆก็ดังที่หน้าประตูห้อง ใบบัวหันไปมองอย่างให้ความสนใจ เธอลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินไปส่องที่ตาแมว
ไม่มีใครอยู่ภายนอก
หญิงสาวชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบไม้เบสบอลที่ข้างประตูเผื่อเอาไว้สำหรับป้องกันตัวเอง จากนั้นก็กลับมาที่หน้าประตู สูดลมหายใจเข้าเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะทำการเปิดประตู ตรงหน้าไม่มีคนเลยสักคน แต่ด้านล่างกับมีมดสีแดงคล้ำราวกับเลือดที่มีขนาดเท่ากับหนูตัวหนึ่งอยู่สิบกว่าตัว
ใบบัวกระโดดถอยหลังทันที
เธอตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีมอนเตอร์อยู่หน้าประตูห้อง
“มดทหารเปลวไฟมาอยู่ที่ชั้น 10 ได้ยังไงกัน ใครแอบเลี้ยงแล้วปล่อยออกมา”
ใบบัวพูดด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเธอที่อยู่ชั้น 10 ยังสามารถเจอมอนเตอร์ได้ ต้องมีคนแอบเลี้ยงแล้วพลาดปล่อยเจ้าพวกนี้อย่างไม่ตั้งใจ แน่นอนว่าพวกมันเป็นมอนเตอร์เกรด 0 ที่อันตรายน้อยแต่อันตรายอยู่เพราะเป็นสัตว์ที่มีพิษ ตัวสีแดงคือพิษเปลวไฟ
สำหรับมนุษย์ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนผ่านเป็นนักรบ พิษพวกนี้สามารถทำให้ตายได้
แต่สำหรับนักรบมันแค่เจ็บและรู้สึกอุ่นๆเมื่อถูกกัด
ด้วยตัวเธอที่เป็นนักรบระดับ 3 ดาว พวกมันไม่มีอันตราย แต่สำหรับเด็กๆที่บ้าน มันคือสัตว์ร้ายที่สามารถทำให้ตายได้ ใบบัวที่เห็นก็ไม่มีความอ่อนโยนอีกต่อไป เด็กในบ้านกำลังนอน หากมีมดพวกนี้เข้ามาในบ้านก็นับว่ามีสัตว์ร้ายกำลังจะรังแกลูกแกะ
ดังนั้นเธอไม่ลังเลใช้ไม้เบสบอลทุบพวกมัน
ติ๊ง!
[สังหารมดทหารเปลวไฟ ได้รับหีบสมบัติสีขาว 1]
[เปิดระบบหีบสมบัติสวรรค์ เมื่อการกระทำใดๆก็ตาม โฮสต์จะได้รับหีบสมบัติจากสวรรค์ หีบสมบัติแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ต่ำสุดสีขาว สีเขียว สีฟ้า สีทอง สีม่วง สีส้มและสูงสุดสีแดง ของที่ได้จากหีบสมบัติไม่แน่นอน อาจเป็นเงิน อาจเป็นอาหาร อาจเป็นอาวุธ หรือแม้แต่ทรัพยากรการบ่มเพาะ หีบสมบัติสามารถดรอปได้ และทุกๆหีบสมบัติ 100 ชิ้น มีโอกาสเปิดหีบพรสวรรค์]
ใบบัวที่เพิ่งฆ่ามดทหารเปลวไฟก็เบิกตากว้าง เธอมองหีบสมบัติสีขาวขนาดเล็กที่ดรอปอยู่ด้านข้างซากมดทหารเปลวไฟที่ตายแล้ว จู่ๆเธอก็รู้สึกว่ามันเกินจริง
“แบบนี้ก็ได้หรือ”
ใบบัวอดไม่ที่จะตื่นเต้น เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอขาดที่สุดคืออะไร?
เงินไงละ!!!
ในเมื่อหีบสามารถสุ่มเงิน อย่างนั้นนี้คือการส่งหมอนในตอนที่ง่วงพอดี
ไร้ความลังเลใดๆ ใบบัวยกไม้เบสบอลก่อนจะลงมือทุบมดทหารเปลวไฟทั้งหมดในทันที