โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พระชายาเจ้าน้ำตากับท่านอ๋องจอมโหด(จบ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 09.55 น. • เวลาไม่เช้าแล้ว
ข้ามมาเป็นตัวประกอบที่ตอนจบแสนรันทดเพราะแต่งงานกับชายชั่วผู้นั้นเกิดใหม่ชาตินี้นางต้องหนีเขาให้พ้นแต่เหมือนว่านางยังซวยไม่พอกลับตกไปอยู่ในอุ้งมือของนายท่านแปดที่ร่ำลือว่าฆ่าคนตาไม่กระพริบจนได้

ข้อมูลเบื้องต้น

EBOOK เล่ม1 https://www.mebmarket.com/ebook-214508-พระชายาเจ้าน้ำตาของท่านอ๋องจอมโหด-เล่ม1 (ตอนที่1-30)

EBook เล่ม2 https://www.mebmarket.com/ebook-214509-พระชายาเจ้าน้ำตาของท่านอ๋องจอมโหด-เล่ม-2 (ตอนที่ 31-60)

EBOOK ออกเดือนล่ะ2เล่มนะคะ

สายหมอก็มีแล้ว นักฆ่าก็มาแล้ว สตรีมากความสามารถล้วนตบเท้าข้ามภพมามาสยบทั้งพระเอกและตัวร้ายในนิยาย…วันนี้มาใหม่ มาแปลก… ไม่มีกระเป๋ายา ไม่มีสมุนไพร ไม่มีสูตรลับ ไม่มีมิติ อาวุธยุทธภัฑธ์แปลกใหม่ มีเพียงแอ่งน้ำตาเป็นอาวุธติดกาย…ขอเชิญโบกเช็ดหน้ารับขวัญ"น้องเจียวเจียว" ^^

หยิ่นเจียวเข้ามาเป็นตัวประกอบในนิยายอย่างไม่รู้ตัว เจ้าของร่างเดิมเป็นหญิงสาวเย่อหยิ่ง น่าชัง ที่ผู้คนเกลียดกันทั้งเมืองหลวง แอบรักผู้ชายหน้าซื่อใจคด ผลสุดท้ายตายไปอย่างอเนจอนาถ ชาตินี้นางเลยขออยู่ห่างๆ จากสามีเดิม ทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดูแล้วเกาะต้นขาทองคำของพี่สาวฝาแฝดที่เป็นนางเอกในนิยายเรื่องนี้..ทำแบบนี้แล้วนางจะหนีรอดเคราะห์กรรมไปได้แล้วใช่ไหม? …..

ผิด!!! นางกลับเจอผู้ชายใจโหดอย่างองค์ชายสี่ที่ใครๆ กลับเรียกเขาว่า.."นายท่านแปด" …งงล่ะสิ..ผรร..เองก็งงเหมือนกันค่า…ขอเชิญเพื่อนๆ อ่านนิยายน่ารัก ขำเรี่ยราด ไม่มีดราม่าให้ปวดใจกันน่ะคะ เป็นนิยายที่วันไหนเหนื่อยจากงานแล้วอยากผ่อนคลายไม่ซับซ้อนคิดเยอะ…นิยายเรื่องนี้เป็นแนวนั้นค่ะ เวลาอ่านก็ถอดสมองหน่อยนึงนะคะ555 แต่ไม่ได้เบาๆ แบบ..กลอกตา.หยุมหัวนะคะ..ความสนุก…เอาเป็นว่าสนุกค่ะ..ไม่สนุกมาตีหัวคนแปลได้…^^

เรื่องนี้เป็นนิยายแปลนะคะ มีอีบุ้คและรายตอนค่ะ

ตัวอย่าง

พระเอก: เจ้าแต่งเข้ามาเป็นพระชายาของข้า..ข้าสั่งให้เจ้าไปซ้ายเจ้าต้องไปซ้ายห้ามไปขวาหลังจากนั้นไม่นาน

นางเอก: ข้าให้ท่านไปซ้ายท่านต้องไปซ้ายห้ามไปขวา..เข้าใจไหม?

พระเอก:"…….."

เรื่องนี้นางเอกไม่ซู…นางเป็นหญิงเจ้าน้ำตา..น้ำตาไหลเองราวสั่งได้ค่ะ…ใครชอบนางเอกสายน้องก็น่าจะชอบนะคะ..

************************************

นิยายแปลเรื่องนี้ได้รับลิขสิทธิ์ทางออนไลน์อย่างถูกต้อง

ผู้ถือลิขสิทธิ์ฉบับแปลภาษาไทย : บริษัท เอ็มโมทีฟ

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Thai language translation rights arranged with Beijing IQIYI Science & Technology Co., Ltd. through TLL Literary Agency & Silk Road Publishers Agency Co., Ltd.

ชื่อเรื่อง : 穿成八爺的掌心嬌完結大結局

ผู้แต่ง: 暮涂为客

จำนวนตอน : 584 ตอน

ผู้แปลและเรียบเรียง: เวลาไม่เช้าแล้ว

EBOOK จะออกเดือนล่ะ2เล่มตามหลังจากลงรายตอนนะคะ

คุณหนูรองตกน้ำ

"ช่วยด้วย! คุณหนูรองตกน้ำ!"

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังไปทั่วบริเวณสวนของวังองค์หญิงเหลียนฮวา ผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ที่สระบัวต่างพากันแสดงสีหน้ากังวลใจ แต่ถ้ามองลึกลงไปกลับเห็นร่องรอยของความยินดีแอบซ่อนเร้นอยู่กันทั่วทุกคน ราวกับว่า หากหญิงผู้นั้นหายไปจากโลกนี้ได้น่าจะเป็นเรื่องที่ควรเฉลิมฉลองหาได้เป็นเรื่องเศร้าโศกไม่

หญิงสาวที่ตกน้ำโบกแขนป่ายเปะปะตีน้ำจนกระจายออกเป็นวงกว้าง

นางพยายามจะถีบตัวขึ้นจากน้ำหากไม่ได้ผล เป็นเพราะเครื่องประดับที่ประโคมไว้บนศีรษะนั้นหนักจนเกินไป แค่ยกคอขึ้นมาได้ชั่วไม่นานก็จมหายไปใต้พื้นน้ำนั่น เรี่ยวแรงของนางเริ่มอ่อนลง ผู้คนที่ยืนเฝ้าดูอยู่ก็พากันนิ่งเฉยไม่มีใครอยากจะขยับตัวไปช่วยนางแม้แต่ผู้เดียว บุรุษหน้าแหลมเสี้ยมกลอกตานึกถึงคำพูดที่มีคนได้สัญญากับเขาเอาไว้ เขากลืนน้ำลายก้าวไปข้างหน้าเอ่ยปากจะอาสาว่า

"คุณหนูรอง.. ข้าจะช่วยท่าน.."

ก่อนจะพูดจบประโยคกลับโดนขัดจังหวะด้วยเสียงหวานใสหากทว่าเย็นชา

"เกิดอะไรขึ้น? "

ผู้ที่เพิ่งมาถึงมีดวงตาหงส์แม้ว่าจะยังเยาว์วัยหากแววตาและท่วงท่ากลับแฝงไว้ด้วยความสง่างาม เมื่อผู้คนเห็นนางเดินมาต่างพากันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงในรูปโฉมที่โดดเด่นของนาง สมแล้วที่มาจากตระกูลพระสนมที่สูงศักดิ์เช่นนี้

ในเวลาเดียวกันก็มีหลายคนแอบลอบถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าคุณหนูรองที่ตกน้ำไปทำไมถึงได้ต่างกับคุณหนูใหญ่ที่เป็นฝาแฝดด้วยกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ได้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นสตรีที่โดดเด่น และสวยงามจนเป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวง คนหนึ่งนั้นทั้งสง่างามและมากไปด้วยความสามารถ ส่วนอีกคนหนึ่งกลับเหมือนโคลนที่ฉาบไม่ติดผนัง แต่เรื่องนี้พวกเขาก็ได้แต่กล้าคิดในใจเท่านั้น

เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ขมวดคิ้วแน่นขึ้น ก็มีคนพูดออกมาว่า

"คุณหนูรองพลัดตกน้ำเจ้าค่ะ "

"แล้วยังไม่มีใครคิดจะช่วยนางอีกหรือ?"…ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นพากันแปลกใจ นี่คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองไม่ใช่ว่าไม่ถูกกันหรอกหรือ เหตุใดคุณหนูใหญ่ถึงได้คิดช่วยนางเล่า?

"ทำไมยังพากันยืนเฉยอยู่อีกไปหาไม้ไผ่ยาวๆ มาสิ "

ในตอนนั้นเองที่หยิ่นเจียวเพิ่งผ่านมาเข้าร่างของหญิงสาวที่ตกน้ำคนนี้เข้าพอดีนางสำลักน้ำเกือบตาย หากรู้ว่าร่างเดิมนี้จะเป็นที่เกลียดชังของผู้คน ไม่มีใครชอบหน้าถึงตกน้ำยังไม่มีใครคิดจะช่วยแบบนี้ นางคงกลั้นใจตายอีกครั้งจะดีกว่า

"คุณหนูใหญ่ช่วยได้แล้ว!" คนที่ยืนอยู่บนฝั่งพากันอุทานอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่ลงไปคว้าเอวของคุณหนูรองเอาไว้ได้ หยิ่นหรูจูคว้าเสาไม้ไผ่ที่มีตนยื่นมาให้ จากนั้นก็ค่อยๆ ประคองเอวของหยิ่นเจียวเอาไว้ แล้วจึงลอยตัวเข้าหาฝั่ง นางไม่ปล่อยเสาไม้ไผ่จนถึงที่ตื้นๆ พอเหยียบเท้าถึง จากนั้นจึงเอาตัวหยิ่นเจียววางลงกับพื้น หยิ่นหรูจูมองหยิ่นเจียวที่หลับตา ใบหน้าซีดขาวจนน่ากลัว สาวใช้ของนางชุ่ยอวี้รีบเอาเสื้อคลุมมาให้นางทันที

หยิ่นหรูจูกลับเอาเสื้อคลุมที่สาวใช้ส่งให้นางไปคลุมตัวน้องสาวของนางเอาไว้ ชุ่ยอวี้ไม่พอใจแทบจะกระทืบเท้าด้วยความโมโห คุณหนูรองใจร้ายกับคุณหนูใหญ่ขนาดนั้น แต่คุณหนูใหญ่ยังทำดีกับนางอยางสม่ำเสมอ เห็นแล้วชุยอวี้ก็ทุกข์ใจเหลือเกิน ชุ่ยอวี้เลยเอาเสื้อคลุมอีกตัวส่งให้คุณหนูใหญ่อีกครั้งคราวนี้นางยอมสวมใส่แต่โดยดี

หยิ่นหรูจูกดหน้าอกหยิ่นเจียวหลายครั้ง หากหญิงสาวก็ไม่ตอบสนอง นางยังคงนอนไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้น ผู้คนที่พากันยืนดูเห็นหยิ่นหรูจูผายปอดก็พากันแปลกใจ พวกเขาไม่คุ้นชินกับคุณหนูรองที่นอนแน่นิ่งแบบนี้เลย ปกติแล้วคุณหนูรองมักปรากฏตัวด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว หยิ่งจองหองอยู่เสมอ

"หยิ่นเจียวๆ เป็นอะไรไป? " ฮูหยินจงหย่งโหววิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน ผมที่เกล้าไว้อย่างงดงามตอนนี้ถึงกับรุ่ยร่ายแม้แต่ปิ่นก็ทำท่าจะหลุดออกมาหากนางกลับไม่สนใจ ท่าทางนางวิตกและทุกข์ร้อน อย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงคนนี้มีนัยน์ตาหงส์เหมือนหยิ่นหรูจูหากแต่กลับดูมีเสน่ห์มากกว่า ทุกคนพากันถอยหลัง หลีกทางแล้วคุกเข่าเพื่อให้นางเข้ามาดูลูกสาวได้อย่างสะดวก ดวงตาของหลี่อวี้เหยียนเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีเมื่อเห็นลูกสาวของนางนอนไร้สติอยู่ที่พื้น ใบหน้าซีดเซียว อีกทั้งบุตรสาวคนโตยังคงใช้มือกดที่หน้าอกของนางขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา โทสะของนางแล่นขึ้นมาทันที หลี่อวี้เหยียนเดินเข้าไปตบที่ใบหน้าของนางอย่างโหดร้ายต่อหน้าผู้คนมากหน้าหลายตา แล้วผลักนางลงกับพื้น

หยิ่นหรูจูตกตะลึงจ้องมองมารดาอย่างตัดพ้อ

"เจ้าเกลียดน้องสาวของเจ้ามากหรือไง? อยากให้นางตายหรือ? " นางชี้หน้าบุตรสาว นิ้วที่สั่นเทาด้วยความโกรธ

ผู้คนที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันตกตะลึงกับฉากนี้ ข่าวลือที่ว่า ฮุหยินจวนหยงจงโหวไม่ชอบลูกสาวตนโตนั้นน่าจะเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน แม้คุณหนูใหญ่จะช่วยคุณหนูรองแต่มารดาก็ยังไม่พอใจ ทุกคนจึงได้มองหญิงสาวอย่างเห็นใจมากขึ้น ดวงตาของหยิ่นหรูจูแสบเคืองขึ้นมา หากนางกลับกัดฟันข่ม กลั้นน้ำตาเอาไว้ ไม่ยอมให้ใครเห็น หญิงสาวมีสีหน้าที่สงบ นางลุกขึ้นยืน กวาดตามองหยิ่นเจียวที่นอนแน่นิ่งกับพื้น อย่างนึกเวทนา

"ในเมื่อท่านแม่คิดแบบนั้น ..ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้! .." หลังจากกล่าวกับมารดาแล้วนางจงหันไปหาชุ่ยอวี้ให้สาวใช้ช่วยประคองนางเดินจากไป

หลี่อวี้เหยียนยิ่งโกรธมากขึ้น เมื่อเห็นท่าทางที่ห่างเหินไม่แยแสของลูกสาว ฮึ! อวดดีเหลือเกินนะ! เอาไว้ก่อนเถอะ นางยังไม่กล้าทำอะไรมากเพราะห่วงบุตรสาวคนเล็ก

"แค่กๆ" หลี่อวี้เหยียนหันขวับมามองอย่างดีใจเมื่อเห็นหยิ่นเจียวสำลักน้ำออกมา นางน้ำตาไหลออกมาทันทีรีบเข้าไปประคองลูกสาว

"เจียวเจียว ..เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง? "

หยิ่นเจียวที่เพิ่งลืมตาขึ้นมากลับสลบไปอีก

"หมอๆ หมอยังไม่มาอีกหรือ? เจ้าอยู่เฉยทำไมรีบไปตามหมอมาให้เร็ว " หลี่อวี้เหยียนตะโกนใส่บ่าวข้างกาย คนอื่นพากันแยกย้ายไปตามหมอรวมถึงรายงานให้พ่อบ้านจวนรับทราบ

"จางมามา เจ้าเอาป้ายหยกของข้าเข้าวังไปเชิญหมอหลวงมาโดยเร็ว "หลี่อวี้เหยียนเริ่มวิตกมากขึ้น นางรวบเสื้อคลุมปิดตัวลูกสาวให้มิดชิดเพราะกลัวว่านางจะจับไข้

"เจ้าค่ะ ฮูหยิน" จางมามาเป็นสาวใช้สินสอดของนางมาตั้งแต่สาวๆ นางเข้าใจฮูหยินโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ

********

"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ! ฮูหยินทุบตีท่านต่อหน้าผู้คนมากมายแบบนี้ได้อย่างไรกัน? นางไม่คิดบ้างหรือว่าท่านเองก็เป็นลูกสาวสายตรงของจวนจงหย่งโหวเช่นกัน นางทำเกินไปแล้ว!"ชุยอวี้พูดอย่างขุ่นเคืองเมื่อเห็นใบหน้าที่ช้ำบวมของหยิ่นหรูจูแล้วนางยิ่งปวดใจ

หยิ่นหรูจูชะงักฝีเท้า นางทอดสายตาไปไกล ดวงตาเย็นชาลง

"เจ้ารู้ความหมายชื่อของข้ากับน้องสาวข้าหยิ่นเจียวหรือไม่ "

ชุยอวี้เอียงคอก่อนจะพูดว่า "ชื่อคุณหนูใหญ่หมายถึงไข่มุก ส่วนคุณหนูรองหมายถึงความรัก "

"ใช่ ชื่อของข้าเป็นแค่เครื่องประดับเท่านั้น แต่ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าของจวนโหว มีค่าน้อยกว่าผู้ที่พวกเขาประคองไว้ในอุ้งมือเสียอีก!" หยิ่นหรูจูยิ้มราวกับประชดตัวเอง ตอนแรกที่นางกลับมา ครอบครัวก็ได้ให้ความรักกับนางอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหยิ่นเจียวผู้นั้นแล้ว..ความรักที่มารดามีต่อนางช่างน้อยนิดจนน่าเวทนา

**************************

เวลาไม่เช้าแล้ว : เรื่องนี้มีความยาว 500กว่าตอนนะคะ เพื่อนๆ ชอบก็ขอคอมเม้นท์เอาไว้ด้วยค่ะ เรื่องนี้ไม่ดราม่า นางเอกเป็นสายน้อง ส่วนพระเอกโหดกับคนทั้งโลกยกเว้นนางเอก มีความขำๆ เรี่ยราด กระตุกมุมปาก นางเอกไม่ซู นางเป็นดาราเจ้าน้ำตาพยายามเอาชีวิตให้รอดจากสามีเก่า แต่ที่ไหนได้ สามีใหม่ก็โหดไม่แพ้กัน …อ่านได้เรื่อยๆ ค่ะ เอาไว้พักสมองตอนทำงานมาเหนื่อยๆ คิดถึงนะคะ มาคุยกันได้ตลอดค่ะ

เรื่องนี้เป็นนิยายแปลจีน จะมีรายตอนและอีบุ้ค เพื่อนๆ ก็รออ่านไปเรื่อยๆ ก่อนนะคะ ยังไม่ติดเหรียญอีกนานเลยค่ะ

ท่านหญิงน้อย

"ทำไมคุณหนูถึงได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้เล่าเจ้าคะ? ..ถ้าหากนาง.."

ถ้าหากนางตายไปแล้วก็จะไม่มีใครมากลั่นแกล้งคุณหนูใหญ่ของนางอีก …ชุยอวี้ได้แต่พูดอยู่ในใจ

"ต่อไปเจ้าอย่าได้เอ่ยวาจาเช่นนี้อีก …ไม่เช่นนั้นข้าไม่อาจช่วยชีวิตของเจ้าได้หรอกนะ! " ใบหน้าของหยิ่นหรูจูเครียดขรึม หากชุยอวี้ไม่กลัว คุณหนูของนางเป็นคนเย็นชาหากทว่าเนื้อแท้นางเป็นคนใจดี

"เจ้าค่ะ ..ต่อไปข้าไม่พูดอีกแล้ว ข้าจะขอเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้คุณหนูใหม่นะเจ้าคะ " ชุยอวี้มองคุณหนูของนางอย่างเศร้าสร้อยก่อนที่จะพากันเดินไป

หลังจากที่พวกเขาเดินจากไปแล้ว ชายผู้หนึ่งในชุดผ้าต่วนสีดำปักลายกิเลนคาดเข็มขัดหยกบ่งบอกสถานะที่ไม่ธรรมดาเดินออกมาจากด้านหลังของเขาจำลอง

ใบหน้าของเขาจ้องมองหยิ่นหรูจูและสาวใช้ด้วยดวงตาร้อนแรง ริมฝีปากเหยียดออกเล็กน้อย

"ลูกสาวของจวนจงหยงโหวช่างตรงไปตรงมาเสียจริง " หยิ่นหรูจูเดินไปแล้วแต่กลับมีลางสังหรณ์บางอย่าง นางเหลียวหลังกลับมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เบื้องหลังไม่มีใครอยู่เลย

"คุณหนู! ดูอะไรอยู่หรือเจ้าคะ? " ชุยอวี้หันมองตาม

"ไม่มีอะไรหรอก..ไปเถอะ " หยิ่นหรูจูขมวดคิ้ว นางเป็นคนที่มีความรู้สึกไวต่ออารมณ์และสายตาของคนอื่นมาโดยตลอด เมื่อครู่นางรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องนางอยู่..หรือนางจะคิดไปเอง?

********

องค์หญิงเหลียนฮวารีบเสด็จมาที่ห้องรับรองแขกอย่างเร็ว เมื่อนางได้ยินว่าคุณหนูรองผู้เย่อหยิ่งจองหองผู้นั้นพลัดตกน้ำไป แม้ว่าฮูหยินจวนจงหย่งโหวจะไม่กล้าเรียกร้องอะไรแต่ในเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นในงานฉลองวันเกิดของนาง จึงจำเป็นที่นางจะต้องไปดูแลให้เรียบร้อย

"ฮูหยินจงหย่งโหว..ข้าได้ยินว่าเจียวเจียวตกน้ำหรือ? โถ! ดูใบหน้าเล็กๆ นั่นสิ ขาวซีดเซียวไปหมดแล้ว ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน หมอหลวงหลิง ท่านรีบมาดูนางเร็วเข้า ช้านักจะจับไข้ได้!"

องค์หญิงเหลียนฮวาดึงตัวหลี่อวี้เหยียนที่นั่งอยู่ขอบเตียงขึ้นมา เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้นางแล้ว ตบที่หลังมือเบาๆ อย่างปลองประโลม

"ขอบพระทัยเพคะ เจียวเจียวช่างโชคร้ายเหลือเกิน แรกเกิดก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ข้ากลัวเหลือเกินว่านางจะเป็นอะไรไป ไม่รู้ผู้ใดใจคอโหดร้ายคิดผลักนางจนตกน้ำไปแบบนี้ เจียวเจียวกลัวน้ำมาตลอด นางไม่มีทางที่จะวิ่งไปที่สระบัวเพียงตามลำพังได้หรอก ถ้าหากไทเฮาทรงรู้ว่าหลานสาวคนโปรดของนางเกือบจมน้ำตาย พระนางคงตกพระทัยมากทีเดียว!" ว่าหลี่อวี้เหยียนก็ร่ำไห้หนักขึ้น องค์หญิงเหลียนฮวารู้ทันทีว่านางกำลังกดดันตนเองเพื่อหาคนที่ทำร้ายลูกสาวของนาง

"เจ้าอย่ากังวลไป ข้าจะหาคนที่ผลักคุณหนูรองตกน้ำให้เจ้าอย่างแน่นอน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือร่างกายของเจียวเจียว อย่าได้โศกเศร้าจนเกินไปนัก หยิ่นเอ้อร์ยังอยากให้เจ้าคอยดูแลนาง" หลังจากปลอบโยนฮูหยินจงหย่งโหวแล้วนางจึงหันไปเรียกสาวใช้คนสนิท

"เจ้านำคำสั่งของข้าไปค้นหาว่า ผู้ใดเป็นคนผลักคุณหนูรองจวนจงหย่งโหวตกน้ำ ถ้าเจอก็จัดการลงโทษอย่างรุนแรงอย่าได้ปรานี"

ใบหน้าขององค์หญิงจริงจังเคร่งเครียด บ่าวรับใช้รับคำอย่างขันแข็ง ใจจริงขององค์หญิงเหลียนฮวาไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจคุณหนูรองผู้นี้เลย นางมองไปที่ใบหน้าอ่อนเยาว์ซีดเซียวที่ถูกน้ำในสระบัวชะล้างจนสะอาด

ชื่อเสียงของนางเลวร้ายขนาดไหนทุกคนในเมืองหลวงย่อมรู้ดี นางทำให้คนเจ็บแค้นมากถึงเพียงนั้น อาจเป็นใครก็ได้ที่อยากจะแก้แค้นนาง…ใครบางคนที่เกลียดชังนางเหลือเกิน ..จนอยากให้นางตายๆ ไปเสีย!

หยิ่นเจียวเป็นคุณหนูรองที่ทระนง หยิ่งจองหองอวดดี ไม่เคารพผู้อาวุโสเลยแม้แต่คนเดียว นางมันใช้แส้โบยทำร้ายผู้คน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือหญิงรับใช้ที่ไม่ได้ดั่งใจของนาง ตราบใดที่นางไม่ชอบไม่พอใจ นางจะแสดงท่าทีที่ดุร้ายออกมาอย่างทันที

ผู้ใดก็ตามที่ได้แต่งงานกับนางนับได้ว่าเป็นเคราะห์ร้ายอัปมงคลถึงแปดชั่วโคตรเลยทีเดียว แต่..เรื่องแบบนี้จะพูดให้มารดาของนาง หลี่อวี้เหยียนได้ยินได้อย่างไร?

"คุณหนูรองปลอดภัยแล้ว ต้องขอบคุณผู้ที่ช่วยผายปอดเอาน้ำออกให้นาง มีคนที่รู้วิธีทำแบบนี้แค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่เป็นเพราะร่างกายคุณหนูรองเดิมทีก็อ่อนแอมากอยู่แล้ว นางอาจจะมีไข้ได้ ข้าจะเขียนเทียบยาเอาไว้ให้ ถ้าให้ดีต้องกินติดต่อกันอย่าได้ขาดเป็นเวลาหนึ่งเดือน " ท่านหมอหลวงหลิวพูดด้วยความเคารพต่อหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ในห้องทั้งสองคน

หลี่อวี้เหยียนถอนหายใจพรั่งพรูยาว แต่กระนั้นนางก็ยังทุกข์ใจไม่น้อยเมื่อเอื้อมไปจับมือเล็กๆ ที่เย็นชืดของลูกสาวเอาไว้ แต่แล้วก็หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่นางได้ขาดสติถึงกลับตบหน้าลูกสาวคนโตต่อหน้าธารกำนัลแบบนั้น

เป็นนางที่เข้าใจผิดไปเอง ลูกสาวคนโตแค่ต้องการจะช่วยชีวิตเจียวเจียวเอาไว้เท่านั้น ..หาไม่แล้วเจียวเจียวคง..

แต่ทำไมล่ะ? ทำไมนางไม่พูดไม่อธิบายอะไรสักคำ หนำซ้ำยังทำท่าทางเย็นชาเหินห่างกับนางผู้เป็นมารดาแบบนั้นอีก

องค์หญิงเหลียนฮวาดูแลฮูหยินจวนจงหย่งโหวเป็นอย่างดี หลังจากรู้ว่าหยิ่นเจียวปลอดภัยดีแล้ว นางจัดรถม้าคันใหญ่ภายในกว้างขวางเพื่อส่งคนทั้งคู่กลับไปยังจวนโหว พร้อมกับของบำรุงล้ำค่าอย่างมากมาย หลังจากที่ส่งแม่ลูกคู่นั้นกลับไปแล้ว สาวใช้รุ่นอาวุโสของนางก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูขององค์หญิงเหลียนฮวา

“เหลวไหล! ซุกซนอะไรอย่างนี้ ไปเรียกท่านหญิงน้อยมาเถอะ!” องค์หญิงเหลียนฮวาพูดอย่างโกรธจัด หลังจากได้ยินสีหน้านางถึงกับเปลี่ยนสีไปเลยทีเดียว

ท่านแม่ …ท่านเรียกหาข้าหรือ? "สาวน้อยที่ก้าวเข้ามาในห้อง สวมกระโปรงปักลายดอกไห่ถัง สีเหลืองนวลพุ่งเข้ามากอดรัดมารดาเอาไว้แน่น เสียงหัวเราะราวกับระฆังเงินก้องกังวานไปทั่วห้อง

เจ้าผลักหยิ่นเจียวตกน้ำหรือ? "องค์หญิงเหลียนฮวาตีสีหน้าเคร่งขรึม

หลัวเฉียนเย่ ย่นจมูก “บ่าวสุนัขตัวไหน ถึงกลับวิ่งมาฟ้องท่านแม่”

องค์หญิงเหลียนฮวาฟาดเข้าไปที่หลังมือของบุตรสาว แม้จะไม่แรงนักแต่ก็ทำให้ลูกสาวนางถึงกับตกใจไม่น้อย

“ท่านแม่…ดวงตาของหลงเฉียนเย่ ฉายแววเจ็บปวดและน้อยใจ นางสะบัดมือเร่า

“ฮือๆๆ ท่านแม่ นางสมควรจะโดนแล้ว !นางเป็นหญิงร้ายกาจ ถ้าหากนางไม่คิดแย่งท่านพี่ฉีอันไปจากข้า ข้าก็ไม่คิดจะทำร้ายนางหรอก!"หลัวเฉียนเย่ น้ำตาคลอเบ้า ร้องไห้เสียงดังลั่น

องค์หญิงเหลียนฮวาทั้งจนใจและกลุ้มใจ นางดึงท่านหญิงน้อยมานั่งข้างกาย

ครั้งนี้ … แม่ต้องตำหนิเจ้าจะคิดตีสุนัขก็ต้องดูหน้าเจ้าของมันด้วย แม้ว่านางจะเป็นแค่คุณหนูรองจวนจงหยงโหวแต่เจ้าอย่าลืมว่าท่านป้าของนางเป็นถึงไทเฮาของฮ่องเต้รัชกาลนี้ อีกทั้งนางยังเป็นที่โปรดปรานของไทเฮาเป็นอย่างมาก หากว่านางเป็นอะไรไป เจ้าจะทำอย่างไร? "องค์หญิงเหลียนฮวา"ลูบปลายจมูกของลูกสาวเบาๆ อย่างรักใคร่

เมื่อได้ยินมารดาเปรียบเทียบหยิ่นเจียวผู้นั้นเหมือนสุนัขแล้ว เด็กสาวก็อารมณ์ดีขึ้นทันที นางเงยหน้าพูดกับมารดาอย่างหยิ่งยโส

"จะทำอะไรข้าได้หรือ? นางเป็นแค่หญิงชราใกล้ตายอยู่รอมร่อ แต่ข้าเป็นพระญาติขององค์ฮ่องเต้ อีกทั้งฮ่องเต้เป็นผู้แต่งตั้งให้ข้าเป็นท่านหญิงด้วยพระองค์เอง "

คราวนี้มือของหลัวเฉียนเย่ถูกท่านแม่ตีอีกครั้งอย่างไม่ไว้หน้า นางถึงกลับร่ำไห้ออกมา

“เจ้าห้ามพูดแบบนี้ต่อหน้าผู้อื่นอย่างเด็ดขาด แม้ว่าไทเฮาจะไม่ใช่พระมารดาผู้ให้กำเนิดฮ่องเต้ก็ตาม แต่ฮ่องเต้ก็ยึดถือหลักกตัญญู อีกทั้งให้ความเคารพพระนางเป็นอย่างดี หากผู้ใดได้ยินวาจาสามหาวของเจ้าเยี่ยงนี้ แม่เกรงว่าจะช่วยเหลือเจ้าไม่ได้อีกต่อไป!!” องค์หญิงเหลียนฮวาถึงกลับรีบปรามลูกสาวทันที

*********************

หงเซี่ย

ในตอนนั้นเองที่ หลัวเฉียนเย่รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เด็กสาวหยุดร้องไห้แล้วเปลี่ยยนมาออดอ้อนองค์หญิงเหลียนฮวาแทน

เสด็จแม่..ข้าผิดไปแล้ว..ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะเพคะ แต่หยิ่นเจียวคิดว่าเป็นพี่ฉีตอนนั้นไม่มีใครเห็นข้าผลักนางเลยสักคน "

ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าแม่ก็ไม่จัดการเรื่องนี้ให้หรอกนะ แม่จัดการกับสาวใช้ที่จะเอ่ยชื่อของเจ้าไปแล้ว อีกทั้งยังส่งสาวใช้อีกคนไปรับโทษที่จวนจงหยงโหวบังคับให้นางสารภาพว่าเป็นคนผลักหยิ่นเจียวตกน้ำ แม้ว่าเจ้าจะเกลียดนางแค่ไหนก็ตามแต่เจ้าต้องไม่ทำเรื่องนี้เองด้วยมือของเจ้า..เจ้าเข้าใจที่แม่พูดไหม? "องค์หญิงถึงกับส่ายหน้า บุตรสาวของนางยังเด็กเกินไป หากภายหน้านางได้แต่งงานกับใครสักคน แล้วต้องดูแลเรือนหลังที่วุ่นวายและสกปรกสาดโคลนกัน นางจะสู้กับใครได้อย่างไร? ความวู่วามใจร้อนของนางช่างน่าเป็นห่วงเหลือเกิน นางเป็นมารดาจะคอยปกป้องบุตรสาวไปตลอดชีวิตได้หรือ? หลัวเฉียนเย่แลบลิ้น นางรู้ว่ามารดาไม่ทอดทิ้งนางอย่างแน่นอน

****

ไม่นานนักหลังจากที่ หลี่อวี้เหยียนนำบุตรสาวกลับมาที่จวน วังขององค์หญิงก็ส่งสาวใช้มารับสารภาพหลี่อวี้เหยียนเพิ่งตำหนิสาวใช้ที่ไม่ได้อยู่ข้างกายหยิ่นเจียวตอนเกิดเหตุ เมื่อได้ยินว่าทางวังส่งสาวใช้ที่เป็นคนก่อเหตุมาให้ นางก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ หลังจากที่หลี่อวี้เหยียนเดินจากไป สาวใช้ทั้งหมดของหยิ่นเจียวก็ยังไม่สบายใจ ทุกคนพากันนั่งหน้าซีดเซียว แม้นายหญิงจะไปลงโทษพวกนาง แต่ทว่า…พวกนางคงจะหาชีวิตรอดไม่!..

พี่หงเซี่ยจะทำอย่างไรดี คุณหนูรองไม่ยอมให้พวกข้าตามนางไป นางรั้นจะไปแต่ผู้เดียว..แต่ดูสิ..กลับเป็นความผิดของพวกเราไปได้ "สาวใช้ที่ใส่ชุดสีชมพูพูดออกมาด้วยความแค้นใจ หงเซี่ยมองผู้ที่นอนอยู่ในห้องด้วยสายตาเกลียดชังอย่างไม่ซ่อนเร้น

“ใช่ แม้ว่าฮูหยินจะปล่อยพวกเราไม่ทำโทษพวกเราแล้วอย่างไรเล่า ..หากคนผู้นั้นตื่นขึ้นมาเราก็ยังต้องรับโทษตายกันอยู่ดี ..ทำไมเราไม่จัดการนาง…"สาวใช้ผู้หนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมทำท่าเอามือปาดของตนเอง เมื่อสาวใช้ชุดสีชมพูได้ยิน หัวนางก็เต้นแรงด้วยความตกใจ

“พอแล้ว..อย่าพูดจาไร้สาระ คุณหนูคือเจ้านายของพวกเรา ตอนนี้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับคุณหนู พวกเราต้องมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบด้วย อย่าลืมว่าเป็นใครมีฐานะอะไร”

หลังจากที่หงเซี่ยพูดออกมา สาวใช้ทุกคนพากันเงียบเสียงอย่างงเชื่อฟัง

สาวใช้ทั้งหมดของเรือนอี้ฉิงต้องเชื่อฟังคุณหนูใหญ่เพราะนางเป็นคนเจ้าโทสะ และเย่อหยิ่ง แต่ในใจของทุกคนกลับเชื่อและเกรงใจพี่หงเซี่ยที่สุด ท่าทางของนางดูเป็นเจ้านายที่แท้จริงกว่าคุณหนูเสียอีก

หงเซี่ยเป็นสาวใช้ที่คุณหนูโปรดปรานที่สุด หยื่นเจียวให้อำนาจในเรือนอี้ฉิงกับหงเซี่ยเต็มที่ แต่ในความโปรดปรานนี้กลับมีค่าใช้จ่ายสูงทีเดียว หงเซี่ยมักถูกคุณหดุด่าเฆี่ยนตีอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุที่นางเป็นคนดีและมีอำนาจอยู่ในมิอ นางจึงชนะใจผู้คนในเรือนอี้ฉิงแทบทุกคน

หลี่อวี้เหยียนนั่งเก้าอี้จิบชาด้วยท่าทีที่สุขุม มองดูสาวใช้ที่ตัวสั่นอยู่กับพื้น

เจ้าเป็นคนผลักหยิ่นเจียวตกน้ำงั้นหรือ? "

เจ้าค่ะ "สาวใช้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เพล้ง! "ถ้วยชาปลิวเข้าใส่นางแล้วตกแตกกระจายลงพื้นเศษกระเบื้องกระเด็นเข้าบาดใบหน้าของสาวใช้ผู้นั้น ทิ้งรอยเลือดไหลยาว

“บอกข้ามา! ทำไมเจ้าถึงผลักเจียวเจียวตกน้ำ!..เจ้าพูดให้ชัด ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนทำหรือไม่? อย่าให้ชีวิตของเจ้าต้องสูญเปล่าเพียงเพราะรับผิดแทนผู้อื่น!”

ร่างของสาวใช้ยิ่งสั่นมากขึ้น หากเมื่อนางคิดถึงคำพูดขู่ขององค์หญิงเหลียนฮวาที่ว่าจะจัดการกับครอบครัวของนางแล้ว ….ถ้าหากนางไม่สารภาพ…

ฮูหยินเป็นข้าผิดเองเจ้าค่ะ ..คุณหนูรองดุข้า ตีข้า ข้าลยโกรธนาง แค้นนางเจ้าค่ะ ข้าเป็นคนผลักนางตกน้ำเอง..เป็นความผิดของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ "นางทรุดตัวกระแทกเข่าลงกับพื้นเอาหัวก้มโขกอย่างแรงเพื่อขออภัย

หลี่อวี้เหยียนเอาผ้าจากบ่าวข้างกายมาเช็ดมือที่เปื้อนน้ำชา มองสาวใช้ดวงตาสั่นระริกราวคบเพลิง

เอาตัวนางไป ทุบตีให้ตาย สับร่างเป็นชิ้นๆ ให้สุนัขกิน! "

สาวใช้หน้าซีดแทบจะเป็นลมด้วยความตกใจ

ฮูหยินๆ ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถอะ บ่าวรู้ผิดแล้ว แต่อย่าฆ่าบ่าวเลย บ่าวเต็มใจเป็นวัวเป็นม้าทดแทนใช้หนี้ให้คุณหนู..อย่าฆ่าบ่าวเลย ..ฮูหยิน! "

สาวใช้ต้องการจะคลานไปขอความเมตตา หากแต่มีคนเข้ามาจับกุมตัวนางแล้วลากออกไปจากห้องเสียก่อน

หลี่อี้เหยียนมองดูด้วยความรังเกียจ นางรีบเดินกลับไปหาลูกสาวที่เรือนอี้ฉิงนางรู้แต่แรกแล้วว่าสาวใช้ผู้นี้เป็นเพียงแค่แพะรับบาปเท่านั้น แสดงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังนางจะต้องมีสถานะตัวตนสูงส่งทีเดียว ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งตัวตายตัวแทนมาเช่นนี้หรอก!

ต่อให้นางไม่สามารถทำอะไรคนผู้นั้นได้ ..แต่เด็กสาวคนเล็กๆ ผู้นั้น นางเชื่อมือว่าตนเองยังจัดการได้อยู่ เพียงแต่ตอนนี้ต้องรอให้เจียวเจียวฟื้นเสียก่อน นางจะรอให้เจียวเจียวเป็นคนลงมือเอง!

ฮูหยินจวนจงหยงโหวก้าวเข้าไปในเรือนอี้ฉิง สาวใช้ทั้งหมดของเรือนยังคงคุกเข่ากันอยู่ที่ลาน นางเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของลูกสาว จึงพบว่าหยิ่นเจียวนอนซมอยู่บนเตียง เหงื่อออกท่วมตัว หน้าผากของนางร้อนผ่าว

พวกเจ้าตายกันหมดแล้วหรอ? เจียวเจียวเป็นไข้ยังไม่เรียกหาหมออีก "หลี่อวี้เหยียนถึงกับคำรามออกมาเสียงดัง คนส่วนใหญ่จะตายเพราะเป็นไข้หรือไม่ก็กลายเป็นคนโง่งมไปได้ หากไข้สูงมากขนาดนี้…เจียวเจียวของนาง..ยิ่งคิดนางยิ่งร้อนใจ

“ฮูหยิน ข้าได้ยินว่าเจียวเจียวตกน้ำ ข้าเลยรีบเชิญหมอหลวงเฉียนมาดูเจียวเจียว” หยิ่นเจิ้งเป่ยที่ยังไม่ได้ชุดราชสำนักออกเลยรีบไปเชิญหมอหลวงมาดูบุตรสาวของเขา หยิ่นอี้เฉินบุตรชายคนโตเองก็รีบตามหลังมาเช่นกัน

“สามี! " หลี่อวี้เหยียนเรียกหยิ่นเจิ้งเป่ยเสียงดังราวกับนางเห็นที่พึ่ง หยิ่นเจิ้งเป่ยถอนหายใจยาวปลอบโยนภรรยาอย่างนุ่มนวล

หยิ่นอี้เฉินมองดูน้องสาวที่นอนหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาขมวดคิ้วแต่ไม่ได้แสดงท่าทีกังวลมากนัก น้องสาวผู้นี้ทำแต่เรื่องอื้อฉาว ตอนนี้นอนหลับดูสงบเสงี่ยมยิ่งกว่ายามที่นางตื่นขึ้นมามากนัก หลังจากหมอหลวงจับชีพจรดูแล้ว ท่านหมอก็หยิบเข็มเงินขึ้นมาจากนั้นก็ทำการฝังเข็มตามจุดต่างๆ ดูเผินๆ เหมือนกับหยิ่นเจียวได้กลายเป็นเม่นไปเสียแล้ว ไม่นานนักเหงื่อก็พรั่งพรูไหลออกมาจากร่างของนาง ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หมอหลวงเฉียนก็ดึงเข็มออกจากหัวของหยิ่นเจียว

เอาล่ะ นางไม่เป็นไรมากแล้ว เอาผ้าห่มคลุมนางอีกผืนหนึ่งเถอะ พรุ่งนี้นางก็ฟื้นแล้ว ท่านมีใบเทียบยาหรือไม่? "หมอหลวงเฉียนลุกขึ้นก่อนที่จะเก็บเข็มเงินของเขา

“หมอหลิวได้เขียนไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้ว!” หลี่อวี้เหยียนปาดน้ำตา ก่อนจะส่งกะดาษเทียบยาให้หมอเฉียนดู

“อืม..ใช้ยาตามเทียบนี้ก็ได้!” หมอหลวงเฉียนพยักหน้าหลังจากกวาดสายตาอ่านเทียบยาแล้ว

ขอบคุณท่านหมอหลวงเฉียน..เฉินเอ๋อเจ้าช่วยไปส่งท่านหมอหลวงหน่อยเถอะ "นางหันไปสั่งบุตรคนโต

หยิ่นเจิ้งเป้ยโคงคำนับท่านหมอหลวงเฉียนด้วยความเคารพ และขอบคุณอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทำเอาหมอหลวงเฉียนรีบคำนับกลับแทบไม่ทัน

“ท่านหมอเฉียน ขอเทียบยาแก้ไข้จากท่านได้หรือไม่ น้องสาวอีกคนของข้าก็ตกน้ำเช่นกัน แม้ว่านางจะแข็งแรงกว่าหยิ่นเจียว แต่ข้าก็ยังกังวลอยู่!”

“เอ๊ะ! คุณหนูใหญ่ก็ตกน้ำด้วยหรือ? อืม…เทียบยาของคุณหนูรองคงไม่เหมาะกับคุณหนูใหญ่แน่นอน ข้าจะเขียนเทียบยาให้ใหม่จะดีกว่า!” หมอหลวงพยักหน้า

“ขอบคุณมากท่านหมอหลวง “หยิ่นอี้เฉินเอากระดาษจดเทียบยาใส่ในกระเป๋า จากนั้นยื่นถุงเงินให้หมอหลวงเฉียน

***********

ผรร : บ้านนี้โหดกันทั้งบ้านเลยวุ้ย ..อ่านแล้วอย่าลืมปาหัวใจ คอมเม้นท์ ติ๊กเกอร์มาด้วยนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่มาคุยกันอย่างคึกคักนะคะ หายเหงาไปเลย..บ้านใครน้ำท่วมบ้างมั้ยคะ ช่วงนี้เหมือนพระพิรุณท่านจะเข้าทำงานตอกบัตรตรงเวลานะคะ ไม่มีโอทีเลย เข้าตามเวลาราชการเป๊ะ แถมเสาร์อาทิตย์หยุดงานอีก ดูท่าท่านจะขยันจริงๆ 55555

ปล. หงเซี่ยเป็นสาวใช้ที่มีบทเยอะมากค่าาาา คอยอ่านกันนะคะ ตัวตนนางไม่ธรรมดา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...