โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สตรีมเมอร์สร้างเมืองในวันสิ้นโลก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • พิกัลยา
ดูสตรีมทำอาหาร ปลูกผัก ทำสวนกันจนเบื่อแล้วใช่มั้ย? มาลองดูสตรีมมิ่งยิงหัวซอมบี้บ้างเป็นไง [Boy Love]

ข้อมูลเบื้องต้น

[Boys Love]

TW : เลือด ความตาย ซอมบี้ วันสิ้นโลก

TW : เลือด ความตาย ซอมบี้ วันสิ้นโลก การฆ่าคน

**ค่อนข้างดาร์คนะคะเรื่องนี้ แต่จบHappyค่ะ
อย่าเพิ่งโดนความสดใสของสองพี่น้องตกหลุมเอาล่ะ**

“ลาก่อนนะ เขม” เสียงใสพร้อมใบหน้าสลดของเพื่อนสนิท เป็นเสียงสุดท้ายในความทรงจำของเขมินทร์ ก่อนที่ร่างบางจะโดนกระแทกหล่นจากท้ายรถปิ๊กอัพ ตกลงท่ามกลางกลุ่มซากศพที่ฟื้นคืนชีพเข้ากรุ้มรุมกัดกินแขนขา

ความเจ็บปวดรุมเร้าทั่วร่าง รับรู้ถึงแรงกระชากจากแขนและต้นคอ ตลอดจนทั่วร่างกาย

เขาคล้ายได้กลิ่นสนิมจากเลือดที่กระฉูด สาดกระจายในครรลองสายตา ราวกับศิลปินที่ลงสีผิดพลาด แต่งแต้มสีแดงฉานลงบนผืนผ้าใบลายท้องฟ้าสีเทาหม่น

หยาดน้ำตาเอ่อคลอยังไม่ทันได้รินไหล ปากอ้าเผยอไม่ทันได้เปลี่ยงเสียงร้องจากความเจ็บปวด ความตายกลับพรากชีวิตของเจ้าของร่างไปเสียก่อน

มีเพียงภาพท้องฟ้าเปื้อนเลือดที่ยังสลักลึกในความทรงจำ

ก่อนสิ้นลมหายใจ

คืนวันผันผ่าน จิตวิญญาณล่องลอยในห้วงอวกาศ ไม่รู้ร้อนหนาว ไม่สุขไม่ทุกข์ มีเพียงความมืดมิดในครรลองสายตาที่เหม่อลอยของเขมินทร์ ไม่มีใครทราบว่าเนิ่นนานเพียงใด

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเสียงซึ่งคล้ายเสียงของหุ่นยนต์บนโลกมนุษย์ดังขึ้นในมโนสำนึกของชายหนุ่ม

[กำลังเชื่อมต่อระบบภาษา…

5…

4…

3…

2…

1]

เปลือกตาบางกระพริบปริบ เสมือนคนเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลและเริ่มประมวลผล

[สวัสดีครับโฮสต์ กรุณายืนยันการจับคู่หลังได้ยินเสียงสัญญาณ]

ติ๊ด

“ยืนยันอะไร”

[การยืนยันจับคู่สำเร็จ…ติ๊ด]

ฟัค! แค่ถามไหมล่ะ

สวัสดีค่า// ไหว้ย่อรอบทิศ

อยากเขียนเป็นแนวSlice of life ในวันสิ้นโลก ระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบค่อยเป็นค่อยไป?

โดยเรื่องนี้เป็นนิยายติดเหรียญบางตอนนะคะ

สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อเหรียญ ไรต์ขออนุญาตลงให้อ่านฟรีภายในช่วงแรกที่อัพนะคะ ฝากกดFavติดตามความเคลื่อนไหวกันไว้น้า

มาลองดูกันว่าสตรีมเมอร์ยิงหัวซอมบี้จะเป็นไปได้ไหม เจ้าระบบตัวป่วนจะมาช่วยให้รอดหรือช่วยให้ยุ่งกันแน่

ฝากคอมเมนต์xโดเนทเป็นกำลังใจกันด้วยนะค้า // คารวะสามจอก

พิกัลยา

บารอน [รีไรท์]

“ลาก่อนนะ เขม”

เสียงใสพร้อมใบหน้าสลดของเพื่อนสนิท เป็นเสียงสุดท้ายในความทรงจำของเขมินทร์ ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นจากท้ายรถปิ๊กอัพ ในตอนที่พวกเรากำลังหนีซอมบี้กลุ่มใหญ่ที่วิ่งไล่ตามมาจนเกือบถึงตัวรถ

เขายังจำภาพตอนที่ถูก 'เพื่อนรัก' กระแทก จนทั้งร่างของเขาตกลงท่ามกลางฝูงซากศพซึ่งฟื้นคืนชีพ พวกมันกรูกันเข้ากรุ้มรุมกัดกินแขนขาเขาอย่างบ้าคลั่ง

ความเจ็บปวดรุมเร้าทั่วร่าง รับรู้ถึงแรงกระชากจากแขนทั้งสองข้าง หัวไหล่ฉีกขาด รอยข่วนและรอยกัดมากมายเกิดขึ้นตั้งแต่ด้านหลังคอตลอดจนทั่วร่างกาย เขาคล้ายได้กลิ่นสนิมจากเลือดที่พุ่งกระฉูด สาดกระเซ็นเป็นสายขึ้นสู่งท้องฟ้า

มุมมองสุดท้ายในความทรงจำของเขมินทร์คือภาพของท้องฟ้าที่แปดเปื้อนไปด้วยจุดสีแดงที่สาดกระจายไปทั่ว ราวกับศิลปินที่ลงสีผิดพลาด เผลอแต่งแต้มสีแดงฉานลงบนผืนผ้าใบลายท้องฟ้าสีเทาหม่น

หยาดน้ำตาเอ่อคลอยังไม่ทันได้รินไหล ริมฝีปากอ้าเผยอยังไม่ทันได้เปล่งเสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวด ความตายกลับพรากชีวิตของเจ้าของร่างไปเสียก่อน มีเพียงภาพท้องฟ้าเปื้อนเลือดที่ยังสลักลึกในความทรงจำก่อนสิ้นลมหายใจ

คืนวันผันผ่าน จิตวิญญาณล่องลอยในห้วงอวกาศ ไม่รู้ร้อนหนาว ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่มีใครทราบว่าเนิ่นนานเพียงใด

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเสียงซึ่งคล้ายเสียงของหุ่นยนต์บนโลกมนุษย์ดังขึ้นในมโนสำนึกของของเขา

[กำลังเชื่อมต่อระบบภาษา…5…4…3…2…1]

เปลือกตาบางกระพริบปริบ เสมือนคนเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลและเริ่มประมวลผล

[สวัสดีครับโฮสต์ กรุณายืนยันการจับคู่หลังได้ยินเสียงสัญญาณ]

ติ๊ด

“ยืนยันอะไร”

[การยืนยันจับคู่สำเร็จ…ติ๊ด]

ฟัค! แค่ถามไหมล่ะ

“นาย…เป็นใคร” เสียงแหบแห้งเอ่ยถามแผ่วเบา ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัวตื่น มองซ้ายขวารอบด้านก็พบเพียงความมืดมิด ไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่มือของตนที่ยกขึ้นมามอง

[ผมคือ AI ของโฮสต์]

“เอไอ?”

[กรุณาบอกชื่อของโฮสต์ หลังได้ยินเสียงสัญญาณ]

ติ๊ด

“เขมินทร์…นายเป็นตัวอะไรกันแน่ ผีเหรอ? ผม ตกนรกเหรอ”

[ผมคือ AI ของโฮสต์]

“แล้วเอไอคืออะไรล่ะ” คิ้วคมขมวดมุ่น จะพูดรู้เรื่องกันชาติไหนวะเนี่ย

[AI คือระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยในการสื่อสารของสิ่งมีชีวิตผ่านเครือข่ายดวงดาว]

งงยิ่งกว่าเดิม เครือข่ายดวงดาว…คืออะไรนะ?

หลังจากพยายามทำความเข้าใจกันอยู่นาน เขมินทร์ตระหนักว่าตอนนี้ตนกำลังติดค้างอยู่ท่ามกลางช่องว่างแห่งห้วงเวลา เป็นช่องทางที่จิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะข้ามผ่านเพื่อละทิ้งเรื่องราวของโลกเก่า ก่อนจะเดินทางไปเริ่มต้นใหม่ ณ โลกต่อไป

AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เขมินทร์คุยด้วย เปรียบเสมือนโรบอท นาฬิกาข้อมือ หรือโทรศัพท์มือถือของมนุษย์โลก ที่แทบทุกคนจะมีติดตัวคนละเครื่อง จนกว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะหมดอายุขัย ระบบจึงจะเปิดปฏิบัติการทำลายข้อมูลของตัวเอง

ถึงแม้ บารอน หรือระบบที่กำลังสื่อสารกับเค้าอยู่ตอนนี้จะไม่ทราบเหตุผลที่ตัวระบบเองโดนส่งเข้ามาอยู่ในช่องว่างแห่งห้วงเวลา มาจับคู่ให้เขาเป็นเจ้านาย แถมยังเปิดทำงานก่อนเวลารวมทั้งปลุกจิตสำนึกของเขาขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดไม่สิ้นสุดนี้

แต่ก็นับเป็นเรื่องดี

เพราะเขา จะได้โอกาสเลือกทางเดินชีวิตของตนเอง

เพื่อจะกลับไปแก้ไขเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้น

อีกครั้ง

[โฮสต์มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 100,029,450 ล้านลิซ ยืนยันสำหรับการสั่งซื้อสกินเอไอ 20,000 Liz หรือไม่]

“ยืนยัน”

[ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อของท่าน กรุณารอสามนาทีสำหรับการดำเนินการ คุณมีทรัพย์สินคงเหลือ 100,009,450 ล้านลิซ]

หลังจากรอสามนาทีตามที่ระบบแจ้ง ท่ามกลางความมืดมิดปรากฏแสงสีแดงเรืองรองลอยอยู่ตรงหน้าของเขมินทร์ มันเป็นรูปร่างเป็นทรงกลม ๆ รี ๆ มีตา มีปาก และปีกขนาดเล็กทั้งสองข้างกำลังกระพือแผ่วเบา

[ยินดีที่ได้พบครับโฮสต์ ผมบารอน]

เสียงยานคางของระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้น

“ยินดีที่ได้พบ บารอน”

แววตาแวววาวราวกับลูกกวางของชายหนุ่มเปล่งประกายขึ้นอย่างพึงพอใจ ใครจะไปคิดว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ของเขาจะมีรูปร่างน่ารักน่าบีบขนาดนี้ ก้อนกลม ๆ นั่นถ้าเอามือไปบีบจะบู้บี้เหมือนตุ๊กตาไหมนะ

[โฮสต์แน่ใจหรือไม่ ที่จะเลือกเส้นทางนี้]

เสียงเอไอที่เรียบนิ่ง ยังพยายามโน้มน้าวโฮสต์มือใหม่

“อื้ม แน่ใจ”

[แต่หากโฮสต์เลือกเดินทางไปยังโลกถัดไป โฮสต์จะได้รับมรดกที่เหลือ 100,009,450Liz เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ นับเป็นเศรษฐี

….กำลังประมวลคำศัพท์..3..2..1..

นับว่าคาบช้อนทองมาเกิดโดยแท้]

“หึ”

ร่างเล็กยิ้มอ่อนบาง ยังอุตส่าห์จะหาคำศัพท์จากภาษาของเขามาโน้มน้าวเขาเสียด้วย แต่คำโบราณไปนิดนึงนะ

ทางเลือกที่ระบบพูดถึง คือการเดินทางไปยังโลกถัดไปของเขาตามที่ระบบฉายภาพให้เห็น

ในอวกาศอันกว้างใหญ่มีจักรวาลนับล้าน หลายจักรวาลระดับสูงซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน สิ่งมีชีวิตรูปร่างต่างๆ ที่มีสติปัญญาคล้ายกัน มักจะรวมตัวกันเป็นจักรวรรดิ และติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายดวงดาว

ชีวิตในโลกถัดไปของเขานั้น จะอาศัยอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง รถเหาะ ยานอวกาศ หุ่นยนต์ สิ่งมีชีวิตนานาชนิดที่มีสติปัญญา อุตสาหกรรมขั้นสูง ทั้งยังเกิดเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลผู้นำทางการทหารของจักรวาลนั้น พร้อมพลังรักษาที่หายากในรอบแสนปี

แม้เรื่องเหล่านั้นจะน่าตื่นเต้นสักเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างความรู้สึกผิด ความทุกข์ตรมในอกของเขมินทร์ได้ ความทรงจำสุดท้ายเจ็บปวดเกินไป ภาพท้องฟ้าหม่นที่เปื้อนเลือดสีแดงฉาน ภาพน้องชายคนเดียวในชีวิตถูกฉุดคร่า ความเสียใจที่มิอาจแก้ไข กลับดึงรั้งให้ร่างบางเลือกทางเดินที่ยากลำบากยิ่งกว่า

“ผมตัดสินใจแล้ว ผมอยากแก้ไขทุกสิ่งที่เคยทำผิดพลาดอีกครั้ง”

แววตากลมโตของเจ้าก้อนระบบสีแดงหลุบลงชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างทำใจ มองไปยังโฮสต์คนใหม่ของตน

[การเดินทางย้อนเวลาในโลกเดิม 3 ปี มูลค่า หนึ่งร้อยล้านล้านลิซ กรุณายืนยันคำสั่งซื้อ]

“ยืนยัน”

[ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อของท่าน กรุณารอสามสิบนาทีสำหรับการดำเนินการ] และหลังจากนั้นไม่นาน ภาพสีแดงเดียวท่ามกลางความมืดมิดในสายตาของเขมินทร์ก็ถูกตัดไปอีกครั้ง

เฮือกกก!

ร่างบางสะดุ้งตัวลืมตาตื่น ฝ้าเพดานและแชนเดอเลียปรากฏในสายตา เขมินทร์ใช้เวลาชั่วครู่ก่อนเข้าใจว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงของเขาเองในบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นมรดกของพ่อแม่

“ฝันไปเหรอเนี่ย?” ฝันที่เกี่ยวกับวันสิ้นโลก ฝันที่น้องชายโดนทำร้ายจนตาย โดนเพื่อนรักทรยศหักหลัง และสุดท้ายกลายเป็นเหยื่อล่อซอมบี้ ความมืดมิดไม่สิ้นสุด ระบบที่แสดงภาพโลกและจักรวาลต่างๆ มากมายให้ได้รู้จัก เป็นแค่ความฝันเท่านั้นหรือ?

[ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อของท่าน ขณะนี้คุณมีทรัพย์สินคงเหลือ 9,450Liz]

จู่ ๆ เสียงแหลมเล็กคล้ายเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นจากข้างเตียง เมื่อหันไปมองก็สบสายตาเข้ากับก้อนกลมปุ้กลุ้กสีแดงก้อนหนึ่ง กำลังกระพือปีกพรึ่บพรั่บลอยอยู่กลางอากาศด้านข้างเตียง

“เฮ้ย!”

[สวัสดีครับโฮสต์ ผมบารอนเอง]

เจ้าก้อนกลมส่งยิ้ม หน้าจอบริเวณดวงตาขึ้นสัญลักษณ์เป็นประกายวิ้งวับ

“บะ บารอน”

[ครับผม]

“เรื่องจริงเหรอเนี่ย” มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงจนยุ่งยิ่งขึ้น

ถ้าบารอนเป็นเรื่องจริง แปลว่าวันสิ้นโลก เครือข่ายดวงดาว มัลติเวิร์ส พหุจักรวาลต่าง ๆ มากมาย แม้แต่การย้อนเวลากลับมาก่อนวันสิ้นโลก ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ!

“ทำไมเสียงนายไม่เหมือนเสียงโรบอทแล้วล่ะบารอน”

[เป็นการปรับรูปแบบเสียงอัตโนมัติ ซึ่งค้นหาบุคลิกลักษณะที่คล้ายกันจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของมนุษย์โลกโดยอ้างอิงจากรูปลักษณ์ครับ]

“ฮ่ะๆ” เขมินทร์ขำออกเสียงเล็กน้อย รูปลักษณ์ของบารอนในโลกนี้คงไม่แคล้วเป็นตัวการ์ตูนของเด็กผู้ชายสินะ จากเสียงโรบอทเลยกลายเป็นเสียงเด็กเล็กไปเสียอย่างนั้น

[หากคุณต้องการปรับตั้งค่า กรุณากดเลือกเครื่องหมายตั้งค่าบนหน้าจอแสดงผล]

จบคำก็มีสัญญาณภาพจอคล้ายโฮโลแกรมแสดงขึ้นมากลางอากาศตรงหน้าของเขมินทร์ ชายหนุ่มลองกดเล่นอยู่ไม่นานก็เข้าใจการทำงานของระบบที่คล้ายกับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง

มุมขวาบนมีตัวเลขแสดงทรัพย์สินของเขาซึ่งเหลือเพียง 9,450Liz เมื่อเทียบกับสินค้าในหน้าร้านค้า ที่จำหน่ายเสื้อผ้า วัสดุ อาวุธ อาหาร และอื่น ๆ อีกมากมายแล้วก็ถือได้ว่าเขาเป็นยาจกคนหนึ่งนี่เอง

“เอ๊ะ? Blessing Box คืออะไรเหรอบารอน” ขณะที่เลื่อนไอเทมต่างๆ ในหน้าร้านค้าไปเรื่อยๆ ก็สะดุดตากับกล่องสี่เหลี่ยมสีสันสดใสแต่ราคาสูงถึง 20,000Liz

[Blessing Box หรือ กล่องอำนวยพร คือ มิติเก็บของขนาดใหญ่ ที่ภายในมิติจะถูกหยุดเวลาเอาไว้ สามารถอัพระดับได้ 5 ระดับ กล่องอำนวยพรขั้นเริ่มต้น มีพื้นที่ 10 x 10 ตารางเมตร ราคา 20,000Liz ครับ]

เสียงเด็กน้อยตัวอ้วนกลมอธิบายฉะฉาน

“แพงมาก แต่ก็สมควรแล้วล่ะนะ” หัวทุยขยับพยักหน้าขึ้นลงพึมพำกับตัวเอง “แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะมีเงินเพิ่มขึ้นล่ะ”

[โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนในจักรวรรดิดาราทำอาชีพที่แตกต่างหลากหลาย และได้รายได้เป็นหน่วยเงิน Liz อยู่แล้วครับโฮสต์ แต่เนื่องจากจักรวาลดาวโลกนั้นอยู่ห่างไกลความเจริญมากเกินไปจนไม่สามารถเชื่อมต่อกับจักรวาลอื่นที่เจริญแล้วได้ ดังนั้น ระบบประมวลผลอาชีพที่เหมาะกับโฮสต์ได้แก่ การหารายได้ทางออนไลน์ เช่น ช่องทางร้านค้าออนไลน์ หรือช่องทางสตรีมมมิ่งครับ]

“เห? สตรีมเหรอ”

[โฮสต์สามารถดูได้ในแอพพลิเคชั่น StarStream ครับ]

มือเรียวบางกดเข้าไปในแอพดังกล่าวทันที หน้าแรกของแอพเป็นรายการยอดนิยมในแต่ละหมวดหมู่ โดยช่องสตรีมที่ได้รับความนิยมสูงสุดห้าอันดับแรกในแต่ละวันเท่านั้นที่จะถูกดันมาอยู่หน้าแรก

เขมินทร์อ้าปากค้างอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นสตรีมมิ่งยอดนิยมในแต่ละหัวข้อ อาทิเช่น

หมวดไลฟ์สไตล์ : อันดับ 1 นำโดยแมวใส่ชุดและหมวกของเชฟ ยืนสองขาทำกับข้าวอยู่ในห้องครัวที่มีหุ่นยนต์แมวเป็นผู้ช่วย ตามมาด้วยช่องที่สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายปลาหมึกกำลังนั่งเอนหลังกระดิกหนวดที่ไขว้กันไปมาอยู่บนเรือที่แล่นเอื่อยท่ามกลางทะเลสาบสีชมพู เป็นอันดับ 2

หมวดผจญภัย : อันดับ 1 คือ ช่องของมนุษย์ต่างดาวตัวสีเขียวรูปร่างประหลาดกำลังขี่ม้ามีเขาล่าสัตว์ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ถัดไปเป็น สตรีมมิ่งการบินผ่านปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุของพิ้กซี่ ภูตจิ๋วตัวเล็กกลุ่มหนึ่ง

หมวดวิชาการ : อันดับ 1 คือ การถ่ายทอดสดการแข่งขันคำนวณอะไรสักอย่างของแมลงห้าตาขนาดใหญ่ซึ่งมีแต่ตัวเลขนับล้านรันไปมาอย่างรวดเร็วบนหน้าจอ

และอื่น ๆ อีกมากมาย

“บารอน ถ้าผมแชร์เรื่องวันสิ้นโลก อุกกาบาตถล่ม หายนะวันสิ้นโลกลงสตรีมล่ะครับ จะพอขอความช่วยเหลือจากทหารของจักรวรรดิได้ไหม”

[โฮสต์ลองเลื่อนลงไปในหมวดสงครามสิครับ]

เขมินทร์ปัดจอโฮโลแกรมตรงหน้าลงไปตามคำแนะนำของระบบ ในหมวดสงครามล้วนเต็มไปด้วยคลิปการต่อสู้เล็กใหญ่มากมาย ทั้งสัตว์ประหลาดไล่ล่าปูในทะเล ผีดิบคืนชีพ ปีศาจเขาโง้งกำลังยกพลทั้งทางบกและทางเรือเพื่อล้อมตีเมืองเมืองหนึ่ง บางช่องก็เป็นสงครามระหว่างไททันกับแฟรี่

[ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจริงที่จักรวาลในจักรวาลหนึ่งในอวกาศ กองกำลังของจักรวรรดิ มีไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาของทุก ๆ ดาว ดังนั้นดาวส่วนมากจึงต้องอาศัยกำลังของตัวเองในการแก้ไขปัญหาครับ ไม่นับว่าดาวโลกเองอยู่ไกลจากจักรวรรดินับหลายพันปี ยังไม่มีเทคโนโลยีวาร์ปที่ดีพอที่จะเคลื่อนย้ายทั้งกองทัพของจักรวรรดิมาที่นี่ได้หรอกครับ

แต่ว่าโฮสต์สามารถสตรีมเพื่อหารายได้จากเครือข่ายดวงดาวได้ ทุกLiz สามารถใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าในร้านค้า และสำหรับโฮสต์ที่กำลังประสบภัยพิบัติ สามารถเลือกซื้อสินค้าหมวดอาวุธสงครามได้ครับ]

เจ้าก้อนกลมสีแดงเล่าเสียงเจื้อยแจ้ว

“นี่มัน….อะไรกันเนี่ย”

หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับเรื่องประหลาดจนเริ่มพอทำใจได้ ร่างบางก็กลับมาทบทวนเรื่องราวของตัวเองอีกครั้ง เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงมาเปิดดูวันที่

“1 กุมภา 20xx”

นั่นแปลว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 11 เดือน ก่อนวันสิ้นปีซึ่งโลกจะพบกับพายุอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่พุ่งตกลงมาพร้อมสารกัมมันตรังสีบางอย่าง สารนั้นทำให้ผู้สูดดมรู้สึกวิงเวียน อ่อนแรงจนหมดสติ และภาพฝันร้ายของโลกก็เริ่มปรากฏ

ชั่วข้ามคืนที่ทุกคนบนโลกสิ้นสติไป ในวันต่อมา ผู้คนเริ่มฟื้นคืนสติก่อนจะพบว่า พวกเขาบางคนตื่นมาพร้อมกับพลังพิเศษบางอย่าง ในทางตรงกันข้าม หลายคนที่โชคร้ายกลับตื่นขึ้นมาได้เพียงร่างกายที่ไร้ตาดำ เหลือแต่ตาสีขาว การขยับเคลื่อนไหวของพวกเขาเชื่องช้าลง เหมือนปีศาจที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณดิบเรียกร้องให้ดำรงชีพด้วยการกัดกินสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง

การกัดกินเพื่อนมนุษย์เริ่มต้นขึ้น และกระจายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว

ภาพเหตุการณ์น่าขนลุกมากมายถูกส่งผ่านโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวต่าง ๆ ผู้คนที่ตื่นมาทันสถานการณ์ก็พากันหลบหนีเข้าที่ปลอดภัย ส่วนคนที่ตื่นไม่ทัน โชคร้ายก็ไม่แคล้วกลายเป็นอาหารสำหรับซอมบี้เหล่านั้นหรือไม่บางคนก็กลายเป็นซอมบี้เสียเอง

ในชีวิตก่อน เขมินทร์ก็เป็นคนหนึ่งที่สลบไปภายหลังจากปาร์ตี้ปีใหม่ที่คอนโดของเพื่อน เขากำลังเข้าไปนั่งในรถเพื่อจะขับกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันได้สตาร์รถเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตถล่มโลกและหมดสติไปเสียก่อน ภายหลังฟื้นขึ้นมาในเช้าอีกวัน เขมินทร์ในสภาวะงุนงงจึงตัดสินใจขับรถกลับบ้าน

แต่ระหว่างทางที่ขับรถไป เขากลับพบผู้คนที่กำลังโดนซอมบี้กัดกินตามรายทางต่อหน้าต่อตามากมาย ด้วยความตกตะลึง เขาต้องพยายามคุมสติให้มั่นแล้วรีบเร่งไปรับเขตต์ ซึ่งเป็นน้องชายวัยมัธยมปลายของเขาที่ไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเพื่อนของเจ้าตัว และเมื่อไปถึงก็เจอเข้ากับเขตต์ที่กำลังวิ่งหนีกลุ่มซอมบี้อยู่ จึงพากันขึ้นรถแล้วขับหนีออกมา โชคดีที่สุดท้ายพวกเขาสามารกลับไปหลบซ่อนที่บ้านได้อย่างปลอดภัย

แรกเริ่มเดิมที พวกเขาโชคดีที่บ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นมรดกที่พ่อแม่ของทั้งคู่ทิ้งไว้ให้นั้นแข็งแรงแน่นหนา ช่วงวันเกิดเหตุก็เป็นช่วงที่ให้คนงานในบ้านกลับบ้านต่างจังหวัดกันทั้งสิ้น ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงสองพี่น้องกับคนงานอีกแค่สองคนที่ปิดบ้านเงียบอยู่ด้วยกัน หลังจากวันโลกาวินาศ ทั้งสี่คนยังสามารถอยู่ได้กันเป็นสัปดาห์จวบจนวันที่เสบียงหมด ไฟถูกตัด น้ำประปาไม่ไหล

นรกบนดินจึงได้เริ่มต้นขึ้น

สองพี่น้องพร้อมกับคนงานชื่อเพชร เริ่มออกหาสเบียงอาหารรอบบริเวณบ้าน เขมินทร์มีพลังน้ำที่สามารถผลิตน้ำออกจากฝ่ามือได้เพียงเล็กน้อย พอให้ดับกระหายเพียงเท่านั้นในช่วงแรก

เพชร เด็กมัธยมปลายซึ่งเป็นหลานชายของป้าไพแม่ครัวของบ้าน เด็กหนุ่มมีพลังพฤกษา สามารถสั่งการพืชที่มีมาใช้เป็นอาวุธกำจัดซอมบี้ หรือออกผลเพื่อเป็นอาหารได้

ส่วนเขตต์นั้นไม่มีพลัง จึงใช้ได้เพียงแรงกายและอาวุธทุ่นแรงเช่นไม้กอล์ฟ ไม้เบสบอล สำหรับต่อสู้กับซอมบี้อย่างยากลำบาก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะออกหาเสบียงแถวมินิมาร์ทในปั๊ม พวกเขาได้พบเข้ากับกลุ่มของเมตตาและชายอีกสามคนกำลังต่อสู้กับซอมบี้กว่าสิบตัวโดยรอบ ทั้งสามเข้าร่วมวงต่อสู้จนกระทั่งจัดการซอมบี้บริเวณนั้นได้หมด จึงได้เข้าไปด้านในมินิมาร์ท แบ่งเสบียงพลางพูดคุยสอบถามกัน ได้ความว่ากลุ่มของเมตตานั้นกำลังหาที่พักอาศัย จึงได้ชวนกันให้พากลับไปที่บ้านของพวกเขา

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งสิ้นในชีวิตของพวกเขาเอง

Writer Talks

ฝากคอมเมนต์ กดไลค์ หรือโดเนทเป็นกำลังใจให้ไรต์ตัวน้อยๆคนนี้ด้วยน้า

ส่งบารอนมาช่วยอ้อนอีกแรง ปิ๊งๆ

อั้ยต้าวบารอน

การเตรียมตัวของสองพี่น้อง [รีไรท์]

บทที่ 2
การเตรียมตัวของสองพี่น้อง

ก๊อก ก๊อก

“พี่เขม ตื่นหรือยังครับ วันนี้เรียนเช้าไม่ใช่เหรอ” เสียงที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิตเรียกให้เขมินทร์หลุดออกจากภวังค์ความคิด

ร่างบางลุกพรวดลงจากเตียงแล้วพุ่งตัวไปเปิดประตูหน้าห้อง ก่อนจะโผเข้ากอดกับเด็กหนุ่มที่ความสูงไล่เลี่ยกับตนเอง ยิ้มกว้างทั้งน้ำตาที่ทะลักทลาย

“เห้ยพี่ เป็นอะไร” เขตต์ นักเรียนม.ปลายผู้เป็นน้องชายคนเล็กของบ้านส่งเสียงโวยวายเลิ่กลั่ก ก่อนจะพาพี่ชายตัวเล็กเดินมานั่งที่โซฟาปลายเตียง ลูบหลังลูบไหล่บางเบาๆ เพื่อให้อีกฝ่ายสงบใจลง

“ไม่..ไม่มีอะไร พี่ฝันร้ายน่ะ ฝันร้ายมากๆ” เขมินทร์ปาดน้ำตาป้อย ตากลมแดงก่ำ แพขนตาเปียกชุ่ม

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรน้า แค่ฝันเอง พี่ฉี่รดที่นอนด้วยป่ะเนี่ย” เขตต์แกล้งเปลี่ยนเรื่องเพื่อหยุดน้ำตาของพี่ชาย

“บ้าเหรอ โตแล้วเว้ย ไอ่เด็กนี่” พี่ชายตีอกน้องดังป๊าบไม่เบาแรง น้ำตาหยุดไหลทันที

“ยิ้มได้แล้วนี่ ตกลงบอกได้ยังว่าเป็นไร? ใครมันทำอะไรพี่บอกมาเดี๋ยวเขตต์ไปตีหัวมันให้”

เด็กมัธยมที่สูงกว่าเด็กมหาลัยและพยายามจะยืดอกปกป้องพี่ชายมาโดยตลอดเอ่ยทีเล่นทีจริง แม้เขตต์กำลังยิ้มปลอบโยน แต่หากรู้ว่าใครมันทำร้ายพี่ชายตัวเล็กของเค้าแล้วล่ะก็ พ่อก็พร้อมจะฟาดมันให้หัวแบะ

“ถ้าพี่เล่าอะไรที่มันน่าเหลือเชื่อมาก ๆ อย่าเพิ่งหาว่าพี่บ้าได้หรือเปล่า ลองฟังให้จบแล้วค่อยตัดสินใจได้ไหม”

เขตต์เอียงคอมองพี่ชายตัวเล็กที่โตเกินตัวมาตลอดตรงหน้า สบตาสั่นไหวของเขมินทร์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย “ผมเชื่อพี่เขมทุกอย่างมาตลอดอยู่แล้ว เรามีกันแค่สองคนพี่น้องนี่นา”

เขมินทร์ตัดสินใจจะเล่าทุกอย่างให้น้องชายฟัง เสียงหวานเอ่ยอย่างไม่มั่นคงในตอนแรก ตากลมสบสายตาน้องชายตลอดเวลา ครอบครัวคนสำคัญที่เหลืออยู่คนเดียวในชีวิต คนที่จะไม่ยอมให้เจ็บปวดเหมือนชีวิตที่แล้วอีกเด็ดขาด

เขตต์ทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่ชาย เอ่ยเสียงนุ่ม “ว่ามาได้เลย ทุกเรื่อง ผมฟังพี่เสมออยู่แล้ว”

“วันสิ้นปีนี้ที่กำลังจะมาถึง จะมีพายุอุกกาบาตถล่มโลก….”

เรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลก จนกระทั่งวันตายของเขาและการย้อนเวลา ถูกถ่ายทอดให้น้องชายฟังอย่างละเอียด แม้แต่เรื่องของระบบและเครือข่ายดวงดาวด้วยเช่นกัน

เว้นเพียงแต่ความเจ็บปวดของน้องชายในชีวิตก่อนเท่านั้นที่ไม่อาจพูดถึง แต่เขมตั้งมั่นไว้ในใจว่าเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นจะต้องไม่เกิดซ้ำรอยอีกครั้งอย่างแน่นอน

“แล้ว..ระบบที่พี่พูดถึง ตอนนี้อยู่ที่ไหนอ่ะ ขอผมดูหน่อยได้ไหม พี่บอกว่ามันมีรูปร่างด้วยใช่ไหมครับ” เขตต์ยังไม่ได้ปักธงปักใจเชื่อในทันที แม้เขาจะรู้ดีว่าพี่ชายตัวเองไม่ได้เป็นคนชอบล้อเล่น เพียงแต่คิดว่าช่วงนี้พี่ชายอาจจะเครียดจนสารเคมีในสมองทำงานปิดปกติไปจนเห็นภาพหลอนหรือไม่ จึงต้องทำการพิสูจน์หาหลักฐานเสียก่อน

“ได้สิๆ” พี่ชายพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนหันไปคุยกับอากาศตรงบริเวณที่ว่างข้างๆ ตัวเขา

เขตต์ขนหัวลุกวาบ

“บารอนแสดงตัวได้ไหม” เขมินทร์หันไปถามบารอนที่กระพือปีกสีแดงคู่เล็กๆ นั้นอยู่ข้างๆ น้องชายเขา

[ได้ครับโฮสต์ กรุณาป้อนคำสั่ง แสดงตัวตนระบบ]

“แสดงตัวตนระบบ” เสียงหวานเอ่ยพลางมองปฏิกิริยาของน้องชายด้วย ดวงตาของเด็กมัธยมปลายเบิกกว้าง นิ่งค้างไปหลายวินาที ก่อนจะร้องออกมาสุดเสียง ส่วนเขมินทร์ยืนขำคิกคักสะใจ

“ว๊ากกกกกกกกก”

“ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่มัน…”

เสียงแหบของหนุ่มวัยรุ่นเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก หลังจากคุยกันและปล่อยให้เขตต์ได้ตกตะกอนความคิดจนเริ่มยอมรับได้ว่าเจ้าตัวกลมปีกแดง ๆ ที่ลอยอยู่ตรงหน้านั้นเป็นของจริง รวมทั้งเรื่องเลวร้ายอื่นที่จะตามมาก็อาจเกิดขึ้นจริง

“แล้ว..แล้วเราต้องทำยังไงกันต่อดีหลังจากนี้ หาเงินในระบบมาซื้ออาวุธเตรียมไว้ไหม”

“เรื่องนั้นก็คงต้องทำ แต่เรื่องในโลกของพวกเราสำคัญกว่าเพราะไม่มีใครจะมาช่วยเราได้มีแต่ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น พี่ว่าจะไปลาออกวันนี้เลย เขตต์เองก็เหมือนกัน เอาเวลาไปเตรียมตัวอย่างอื่นกันเถอะ”

“โอเค ได้เลย” คนน้องตัดสินใจรวดเร็วกว่า อะไรจะสำคัญเท่ารักษาชีวิตอีก “แล้วพี่จะทำยังไงกับพี่เมตตา วันนี้พี่ไปม.ก็ต้องไปเจอมันอีกไม่ใช่ไง เคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าให้ระวัง สายตาตอนมองพี่มันแปลก ๆ โดยเฉพาะเมื่อปีก่อนที่มองตามคนที่มาจีบพี่น่ะ เหมือนคนขี้อิจฉา ผมเตือนก็ไม่เชื่อผม” เขตต์ขมวดคิ้วทำหน้าขัดใจ

เคยเตือนไปหลายครั้งแล้วแท้ ๆ แต่พี่ชายเขาก็ไม่เคยจะเชื่อ คนอะไรท่าทางปลอมเปลือก ปากบอกบ้านรวยแต่ก็ชอบทำทีเป็นให้พี่ชายเค้าเลี้ยงข้าวบ้างซื้อของให้บ้าง หยิบยืมเงินแล้วไม่คืนบ้าง แต่พี่เขมก็มัวแต่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนมาตลอด พอคิดว่าครั้งนึงคนนั้นเคยผลักพี่เขาลงกลางดงซอมบี้ก็อยากจะพุ่งเข้าไปตะบันหน้าให้หายแค้นสักหมัดสองหมัด

“พี่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นอีกแล้ว” เขมินทร์ปล่อยเบลอเรื่องที่น้องชายบ่น ในชีวิตก่อนเขาคงโลกสวยเกินไปถึงได้ช่วยงูพิษเอาไว้จนมันมาแว้งกัดตัวเองได้

“โห่…ไม่แก้แค้นมันสักหน่อยเหรอ ขอชกหน้ามันสักทีก็ยังดี หรือจะทำให้มันอับอายอยู่ต่อในมหาลัยไม่ได้ ทำให้โดนไล่ออก หรือจะไปแย่งแฟนมันดีล่ะพี่” เขตต์ยังคงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

เปี๊ยะ!

“โอ๊ย ตีหัวผมทำไมเล่า” น้องชายตัวโตทำหน้างอที่โดนพี่ชายขัดจินตนาการแห่งการแก้แค้น

“ก็บอกว่าไม่อยากยุ่งแล้วไงเล่า คิดเป็นการ์ตูนไปได้แต่ละอย่าง” เขมินทร์ค้อนน้องชายที่ทำท่าทางเหมือนเจ้าฮัสกี้ที่โตแต่ตัว “เอาเวลาไปเตรียมพร้อมเอาตัวรอดหลังวันสิ้นโลกกันดีกว่า อย่าไปเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

“โอเค้ ถ้าพี่ว่าอย่างนั้น” เจ้าฮัสกี้ยักไหล่

“พี่อยากขายบ้าน แล้วย้ายไปอยู่ภาคเหนือ” เขมินทร์เอ่ยเชิงปรึกษา

“เมืองเหนือ ที่พี่พูดถึงใช่ไหม” เขตต์เข้าใจเจตนาของพี่ชายทันที หลังวันสิ้นโลก เมื่อผู้คนเริ่มตั้งตัวได้ ก็มีการตั้งค่ายผู้อพยพตามจุดต่าง ๆ บางค่ายเป็นของกองทัพ บางค่ายเป็นของบริษัทเอกชน มีการตั้งตนเป็นเจ้าของอาณาเขตแต่ละอาณาเขต

บ้านเมืองไร้กฏหมาย คำว่ามนุษยธรรมถูกละเลยโดยสิ้นเชิง ใครแข็งแกร่งกว่าก็กลายเป็นผู้นำ โลกเต็มไปด้วยการเอาตัวรอดและแก่งแย่งชิงดี การทำร้ายร่างกาย ฉุดคร่า ข่มขืน สงครามกองโจร การค้าทาสเกิดขึ้นทุกหัวระแหง ลูกขายพ่อแม่ชรา พ่อแม่ขายลูกสาวหรือเด็กเล็กเพื่ออาหารประทังหิวเพียงหนึ่งมื้อกลายเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปอย่างน่าเศร้าสลด

ค่ายส่วนใหญ่มีการแบ่งชนชั้นระหว่างผู้มีพลังพิเศษ กองกำลังของค่าย และประชาชนคนธรรมดา การขาดแคลนไฟฟ้าและประปาทำให้ขาดแคลนเทคโนโลยีทุกอย่าง โลกจึงย้อนกลับไปราวกับห้าสิบปีก่อน คนทั่วไปในค่ายต้องใช้แรงงานเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารวันละมื้อสองมื้อตามที่ค่ายจัดสรรให้

ยิ่งเวลาผ่านไปนานนับปี ค่ายเล็กค่ายน้อยเริ่มแตก ผู้คนยิ่งโหดร้าย มีเพียงค่ายเมืองเหนือซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ T เท่านั้นที่เริ่มมีชื่อเสียงในด้านมนุษยธรรมขึ้นมา

ว่ากันว่าทางค่ายเมืองเหนือจะให้ผู้คนทำงานและแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยระบบเงินตราของค่ายเอง เก็บค่าเช่าที่พักอาศัย และค่าเข้าประตูเท่านั้น นับเป็นสวรรค์ของเหล่าผู้เดินทางในวันสิ้นโลกที่ไม่ว่าใครก็ต่างมุ่งหน้าไป แต่ด้วยระยะทางที่ไกลกว่า 800 กิโลเมตร มีจำนวนคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่ไปรอดจนถึงเมืองเหนือ ผู้คนส่วนมากล้วนตกตายกลางทาง ทั้งจากภาวะอดอยากและภัยจากซอมบี้

รวมทั้งเขมินทร์และน้องชายด้วยเช่นกัน

“เมืองเหนือ ตั้งอยู่ที่ค่ายทหาร D32 ในปัจจุบันและขยายอาณาเขตไปราว ๆ สี่จังหวัดของภาคเหนือในช่วงเวลาสองปีหลังจากวันสิ้นโลก พี่อยากเริ่มต้นที่นั่น ถ้าเรามีที่ดินหรือมีบ้านไว้ก่อน ถึงเวลาก็จะเสียแค่ค่าดูแลพื้นที่อย่างเดียว”

“ได้ ผมซื้อไอเดียนี้ เดี๋ยววันนี้เราไปลาออกกันก่อนแล้วผมจะกลับมาช่วยหาข้อมูลพวกโครงการบ้านจัดสรร เอาที่เค้าสร้างไว้เสร็จแล้วเราไปต่อเติม จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ไวๆ” เจ้าฮัสกี้รับคำพี่ชาย

มหาวิทยาลัย CCH เมือง B ประเทศ T

บริเวณทางเดินไปอาคารจอดรถ เขมินทร์อดีตนักศึกษาปีที่4 ซึ่งเพิ่งทำเรื่องลาออกเสร็จหมาด ๆ เมื่อช่วงบ่าย กำลังเดินดูดน้ำดื่มที่เพิ่งซื้อมาอย่างสบายใจ ข้างตัวมีระบบเอไอตัวกลมสีแดงสดกำลังกระพือปีกเล็กบินอยู่ในระดับสายตา

ดวงตาของระบบมองไปรอบตัวอย่างสนใจในสิ่งแวดล้อมของโลกใบใหม่ที่ล้าหลังกว่าโลกเดิม กระนั้นก็ร่มรื่นกว่ามาก มีต้นไม้ดอกไม้เขียวขจี ลมเย็นพัดผ่านร่างกลมไปให้ความรู้สึกเย็นสบาย ตากลมของระบบเริ่มปรือคล้ายลูกแมวตัวกลมที่กำลังง่วงนอน เรียกสายตาเอ็นดูจากผู้เป็นเจ้าของ

ระบบ AI ประมวลผลความง่วงได้ด้วยเหรอ เขมินทร์คิด ก่อนที่หางตาจะเหลือบเห็นเพื่อนรักเพื่อนแค้นกำลังเดินมาหาหน้าตาตื่น

“บารอน เตรียมอัดวีดีโอไว้ให้ทีนะ” ชายหนุ่มกระซิบ เผื่อได้เจอกันเป็นครั้งสุดท้าย

[ครับโฮสต์ เริ่มบันทึกภาพ ติ๊ด…]

“เขม! ได้ยินว่าเขมจะลาออก เรื่องจริงเหรือเปล่า”

เมตตา นักศึกษาปีสี่เอ่ยถามเพื่อนสนิท เมตตาเป็นชายหนุ่มร่างบางอ้อนแอ้น ผิวขาวใส แก้มกลมอมชมพู เมื่อทั้งคู่ยืนอยู่ด้วยกันความออร่าของคู่เพื่อนซี้ก็ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็นคู่หูไอดอลประจำคณะมาตั้งแต่ปีหนึ่ง

“อืม เพิ่งไปทำเรื่องมานี่แหละ” เขมินทร์กัดริมฝีปากจนห้อเลือดก่อนจะกลั้นใจตอบ พยายามทำเสียงให้เรียบนิ่งที่สุด อดกลั้นความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ ท่องไว้ว่าเมตตาคนที่อยู่ตรงหน้าเขาในชาตินี้ยังไม่ได้ชั่วช้าขนาดนั้น อย่าเสียเวลาไปคิดแค้นจนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์เองเสียดีกว่า

“ทำไมล่ะเขม เกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือเปล่า”

เสียงใสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท การจับคู่บัดดี้ระหว่างตนและเขมินทร์ทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้คนรอบข้างมาโดยตลอด เมื่อคิดว่ากำลังจะเสียไปก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาเต็มหน่วย

“เขมมีปัญหาอะไรเล่าให้เราฟังได้ทุกเรื่องเลยนะ” มือขาวบางทาปลายเล็บสีฟ้าสดใสเอื้อมจับไหล่ของคนตรงหน้าเพื่อปลอบใจ

“ไม่มีอะไร เราแค่ค้นหาแนวทางชีวิตของตัวเองเจอน่ะ” เขมินทร์บิดไหล่ออกจากอุ้งมือเรียว

รังเกียจ!

เขารังเกียจสัมผัสนั้นเสียจนอยากอาเจียน

“อีกไม่ถึงปีเราก็เรียนจบกันแล้ว ออกตอนนี้จะไปทำอะไรล่ะเขม อย่างน้อยถ้าได้วุฒิแล้วจะได้ยื่นสมัครงานได้ไม่ดีกว่าเหรอ เราเป็นห่วงเขมมากนะ” เมตตายังคงโน้มน้าวเพื่อน ตากลมดูราวกับเป็นห่วงอย่างจริงใจ

“เมตไม่เห็นต้องห่วงเรื่องนั้นเลย เมตก็รู้นี่ว่าสมบัติที่พ่อแม่เราทิ้งไว้ให้ ไม่ต้องทำงานทั้งชีวิตยังได้ เสียเวลาเราเปล่า ๆ ขอตัวก่อนนะ ต้องไปทำอะไรอีกเยอะ อ้อ ที่เมตยืมเราไป 30,000 อย่าลืมโอนคืนมาด้วยนะ จะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก บัญชีเดิม ไปนะ” แววตากลมใสเหมือนตากวางกลับแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อยขณะพูดกับเพื่อนเคยสนิท ก่อนจะเดินเลี่ยงคนที่ขวางทางตรงหน้าต่อไปยังอาคารจอดรถ

“เดี๋ยวก่อนสิเขม เขม!” เมตตามองเพื่อนที่เดินผ่านเขาไปและไม่หันกลับมา คิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ ทั้งโกรธที่ทั้งโดนทวงเงินที่คั่งค้างและเหมือนโดนแดกดันในแบบเขมินทร์ไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน

เมื่อร่างบางเดินลับสายตาไป มือของเมตตาก็เริ่มกำแน่น สายตาเป็นประกายกร้าว

“ไม่ทำงานทั้งชีวิตก็มีกินมีใช้! ใช่สิ ไม่ได้เกิดมารวยเหมือนมึงนี่ แล้วยังมาทวงเงินไม่กี่หมื่นกับกูทำไม อีเขม!”

ในอีกด้าน เขมินทร์ที่เดินเลยผ่านเมตตามาจนถึงอาคารจอดรถ และ เปิดจอโฮโลแกรมขึ้นตรงหน้า ทำให้เห็นชัดเจนทั้งท่าทางและแววตาที่เพื่อนสนิทแสดงออกลับหลังเขา ริมฝีปากบางบิดโค้งลง ถอนหายใจหนัก

“ที่แท้…ก็เกลียดกันมาตั้งแต่แรกเลยสินะ” ใจที่พยายามหาข้อแก้ตัวให้เพื่อนมาโดยตลอด ความเลวร้ายต่าง ๆ ที่อีกฝ่ายทำอาจเพราะโดนบีบบังคับจากสถานการณ์ที่โหดร้าย จากที่เคยคิดวนไปวนมาถามหาเหตุผลก็ราวกับได้ปลดล็อคและปล่อยวางลง หากคนเริ่มเกลียดกันแม้ในวันที่โลกยังสงบสุขแล้ว ก็ไม่แปลกใจที่จะทำร้ายกันต่าง ๆ นานาได้เมื่อโลกวิบัติ

ร่างบางพรูลมหายใจแรง

“ขอบคุณนะบารอน ทำให้เห็นอะไรชัดขึ้นมากเลย” หันไปพูดกับเจ้าก้อนกลมที่ทิ้งตัวแหมะอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

บารอนที่กำลังปรือตารับลมแอร์เย็น ๆ ลืมตาขึ้นสบตาเจ้าของ เขมินทร์ใจน้วยกับภาพน่ารักตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบกล่อมเจ้าก้อนอย่างอ่อนโยน

สัมผัสนุ่มนิ่มราวกับขนสั้น ๆ ของแมวทำให้เกิดรอยยิ้มแย้มบาง ส่วนเจ้าบารอนนั้นก็ยิ่งปรือตาทำหน้าเคลิ้มกว่าเดิม ปีกทั้งสองข้างที่เคยหยุดนิ่งตอนนี้กระพือแผ่วเบาราวกับแมวอ้วนที่กำลังส่ายหางเชื่องช้าอย่างสบายอกสบายใจ

[ครับโฮสต์ ระบบขอหลับเพื่อดูดซับพลังงานใน 3…2…1…]

แล้วดวงตาของระบบก็ปิดนิ่งสนิทไป ดีที่ระบบเคยเล่าไว้แล้วว่าระบบจะต้องดูดซับพลังงานจากก๊าซไฮโดรเจนในอากาศ เมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี สบายและปลอดภัย ระบบอาจเริ่มกระบวนการดูดซับพลังงานได้ดียิ่งขึ้น

หลังจากสองพี่น้องไปลาออกจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เย็นวันนั้นเอง พวกเขาเรียกรวมพลสมาชิกทั้งบ้าน พร้อมกับที่นัดหมายทนายประจำตัวมาร่วมฟังด้วย ภายในโต๊ะอาหารตัวยาวของบ้านหลังใหญ่ วันนี้มีเขมินทร์เจ้าบ้านนั่งทางหัวโต๊ะ เขตต์นั่งทางซ้าย พ่อบ้านและทนายประจำครอบครัวนั่งทางขวามือของเขมินทร์ ส่วนคนอื่น ๆ ยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะฝั่งตรงข้ามของเจ้าของบ้าน

“วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะบอกทุกคนนะครับ” สายตากลมโตสบมองทุกคนรอบห้อง น้ำเสียงหนักแน่น “ผมกับเขตต์ตัดสินใจจะย้ายไปอยู่ที่ภาคเหนือช่วงปลายปีนี้ และคงไม่กลับมาที่เมือง B อีกแล้ว ส่วนบ้านหลังนี้ ผมอยากขายให้ได้ก่อนช่วงกลางปี”

ปฏิกิริยาตอบรับของทุกคนไม่ต่างจากที่เขมินทร์คิดไว้ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อกับแม่ ที่สร้างตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่ายังอยู่ คนในบ้านก็ล้วนแต่เป็นคนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่เขายังไม่เกิด บางคนก็เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเสียด้วยซ้ำ

“ผมให้โอกาสทุกคนตัดสินใจนะครับ จะย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยกันก็ได้ แต่ถ้าใครอยากกลับบ้านหรือไปทำอย่างอื่น ผมจะให้อาปีติช่วยดูแลเรื่องเงินสบทบให้อีกสิบเดือน”

หันไปสบตากับทนายปีติ ทนายความประจำครอบครัวตั้งแต่รุ่นพ่อของปีติและสืบทอดมายังเขา ซึ่งคอยดูแลและช่วยจัดการมรดกต่างๆ ของบิดามารดาตลอดมา

“ฝากอาทนายด้วยนะครับ”

“ได้ครับคุณเขม เดี๋ยวอาดูแลต่อให้” ทนายความมือฉมังพยักหน้ารับทราบ

“เอ่อ คุณเขมจะไปอยู่ที่นั่น แล้วทำอะไรต่อเหรอคะ แล้วลูกสาวน้า..” ชบา แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถาม เธอมีครอบครัวที่เมือง B นี้และไม่ได้พักประจำอยู่ที่บ้านของเขมินทร์ แต่เนื่องจากลูกสาวของเธอกำลังเรียนโรงเรียนมัธยมชั้นนำที่เขมินทร์เป็นคนดูแลช่วยเรื่องทุนการศึกษามาให้โดยตลอด เธอจึงไม่อยากเสียโอกาสที่เคยได้รับนี้ไป

“ไม่ทำอะไรทั้งนั้นครับ แค่ย้ายไปอยู่เฉย ๆ เรื่องอื่นค่อยคิดอีกทีปีหน้า” เขมินทร์ไม่ลงรายละเอียดใดเพิ่มเติมทั้งสิ้น

เขาตัดสินใจแบบนี้แหละ ใครจะอยู่หรือไปเขาไม่สน ในวันสิ้นโลกมีเรื่องเลวร้ายกว่านี้มากมายหลายเท่า เขาต้องการคนที่พร้อมจะติดตามเขาไปทุกที่โดยไม่มีข้อโต้แย้งทั้งนั้น ถ้าลังเลใจเขาก็จะไม่ห้าม

“ส่วนเรื่องลูกสาวน้าไม่ต้องเป็นห่วงครับ อาทนายจะช่วยดูแลค่าเทอมให้เหมือนเดิม ปีนี้น้องเรียนจบม.6แล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นพอจบเทอมสุดท้าย ฝากอาทนายสบทบค่าเรียนมหาวิทยาลัยอีกสี่ปีให้น้าชบาด้วยเลยนะครับ”

เขาอยากรีบตัดจบพันธะผูกพันทุกอย่าง แต่คิดเอาไว้ว่าจะให้เม็ดเงินมากพอสำหรับครอบครัวให้ตั้งตัวได้และเผื่อดูแลตัวเองได้ในช่วงวันสิ้นโลกช่วงแรกๆ

“ขอบคุณมากค่ะคุณเขม” ชบายกมือไหว้คนรุ่นลูกประหลก ๆ ซึ้งใจในสิ่งที่คุณหนูของบ้านช่วยเหลือมาโดยตลอด และตื่นเต้นกับเงินก้อนใหญ่ที่คาดว่าจะได้รับ

“ป้ากับเพชร ขอตามไปดูแลคุณหนูใหญ่ คุณหนูเล็กที่นั่นนะคะ เราไม่มีครอบครัวคนอื่นแล้ว พวกคุณ ๆ ย้ายที่อยู่ไป จะกินจะอยู่ยังไงป้าก็ห่วง ขอให้ได้ไปดูแลด้วยตัวเองดีกว่า” หัวหน้าแม่บ้านและแม่ครัวประจำบ้านเอ่ยขึ้น พร้อมจับมือหลานชายเธอที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขตต์เอาไว้ เพชรพยักหน้ารับคำป้าของตน

“ครับ ผมเองก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ ที่มีกินมีที่อยู่ ได้เรียนทุกวันนี้ก็เพราะคุณเขมส่งให้ ถ้าคุณเขมย้ายไป ผมขอตามไปดีกว่าครับเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง อันที่จริง…ผมอยากขอไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วด้วยครับ ผมมันคนหัวไม่ดีเท่าไหร่ อยู่ช่วยงานอื่นดีกว่า”

เด็กหนุ่มพูดด้วยเสียงแผ่วลงเพราะกลัวถูกตำหนิ แค่ป้าไพที่หันขวับมามองเขาตาเขียวก็กลัวจะแย่ แต่เขาเกรงใจเงินหลักหมื่นหลักแสนที่ได้จากคุณหนูมาตลอด จะมาส่งเสียคนโง่อย่างเขาเรียนก็เสียเปล่า

“ไหน ๆ เพชรเองก็ชอบทำอาหารอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ดีไหม ผมอยากให้เพชรดร็อปเรียนตอนนี้เลย แล้วลงคอร์สเรียนทำอาหารเพิ่ม ถ้าเกิดผมเปิดร้านอาหารที่นั่น อยากให้เพชรไปช่วยดูแลในส่วนของครัว”

“จะดีเหรอคะคุณหนู อันที่จริงเจ้าเพชรเองมันก็ใกล้จบม.6แล้ว” ป้าไพยังลังเลไม่แน่ใจ

“ได้…ได้เลยครับคุณเขม ผมเต็มใจมาก ขอบคุณคุณเขมมากครับ” เด็กชายพูดแทรกป้า พร้อมยกมือไหว้ด้วยความซึ้งใจที่คุณเขมใส่ใจและรู้ว่าเขารักการทำอาหารมาก อีกทั้งยังสนับสนุนเขาให้ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ

แม้จะกุเรื่องร้านอาหารขึ้นมา แต่เขมินทร์อยากได้คนครัวฝีมือดีจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ชีวิตก่อนอดอยากยากแค้น ช่วงท้ายก่อนตายยิ่งแล้วใหญ่ แค่ได้กินข้าวเปล่าประทังชีวิตถือว่าดีหนักหนาแล้ว

ได้โอกาสกลับมามีชีวิตใหม่ย่อมต้องแก้ไขเรื่องปากท้องเป็นเรื่องแรก

ด้วยความที่เป็นหลานชายคนเดียวของป้าไพ แม่ครัวประจำบ้าน เจ้าเพชรเลยวิ่งเล่นและช่วยงานครัวมาตั้งแต่เด็ก ถือว่ามีฝีมือจัดจ้านในการทำอาหาร ทั้งอาหารคาวหวาน ประกอบกับความสนใจส่วนตัวของเจ้าตัวที่เริ่มหัดทำเบเกอรี่ตามยูทูป ยิ่งทำให้มีความสามารถต่อยอดจากป้ามากยิ่งขึ้น เขมินทร์จึงคิดอยากสนับสนุนให้เรียนอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาฝีมืออย่างเร่งด่วนให้ทันวันสิ้นโลก

อีกอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า ป้าไพและเพชรเป็นสองคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันในชีวิตก่อน เพชรได้รับพลังพฤกษา ทำให้สามารถเร่งพลังให้กับพืชที่ไม่ได้ติดพิษให้เกิดดอกออกผลมากินเพื่อยังชีพได้ แม้ช่วงเริ่มต้นจะได้แค่วันละต้นและออกผลเพียงวันละสามถึงสี่ผลก็ตาม นับเป็นคนสำคัญของทีมมาโดยตลอด

แต่หลังจากตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านมุ่งขึ้นเหนือได้สามเดือน ด้วยความชรา ป้าไพไม่สามารถวิ่งหนีซอมบี้ที่หลุดเข้ามาในตึกที่พวกเขาหลบซ่อนอยู่ได้ทัน เจ้าเพชรหลานชายพุ่งตัวเข้าไปช่วยป้าจนโดนกัดไปด้วย แม้สุดท้ายกลุ่มของพวกเขาจะช่วยกันฆ่าซอมบี้ที่หลุดเข้ามาได้หมด และปิดประตูตึกได้ทัน แต่ทั้งสองคนก็ติดเชื้อเข้าเสียแล้ว

เพื่อนร่วมทีมของเมตตาที่มาด้วยกันต่างบอกให้ฆ่าคนทั้งสอง ในขณะที่เขาและเขตต์ออกตัวห้ามสุดชีวิตจนเกือบจะโดนยิงแทน เจ้าเพชรเด็กม.ปลายตัดสินใจเด็ดขาด บอกให้เขาและน้องชายทิ้งทั้งคู่เอาไว้ในห้องเก็บความเย็นที่อยู่ชั้นใต้ดินของและมีที่ปิดล็อคแน่นหนา แล้วให้เขากับน้องชายหนีต่อไป

ในครั้งนั้นเขารู้สึกใจสลาย การสูญเสียคนรอบตัวยิ่งใกล้ตัวพวกเขาสองพี่น้องมากขึ้นทุกที ความรู้สึกผิดที่แบกรับเอาไว้ในครั้งนั้นเป็นอีกเหตุการณ์ที่เขาตั้งใจจะแก้ไข เริ่มจากชาตินี้เจ้าเพชรไม่ต้องออกผจญภัยที่ไหนทั้งนั้น ทั้งคู่ป้าหลานคอยทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกเขากินก็พอ วิน ๆ กันทุกฝ่าย

“ฝากอากิต ติดต่ออาจารย์สายพฤกษศาสตร์ให้เพชรด้วยนะครับ ผมอยากให้เพชรมีความรู้เรื่องสมุนไพรและพืชต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดด้วย ขอเน้นที่เป็นอาหาร กับ ยารักษาโรคพื้นฐานก่อนเลย” เขมินทร์หันไปฝากงานกับพ่อบ้านประจำตัว

ส่วนเพชรพยักหน้ารับหงึกหงัก ขอแค่ไม่ต้องมานั่งแก้โจทย์ฟิสิกส์เคมีที่น่าปวดหัว แถมได้เรียนทำอาหารแทนแล้ว ที่เหลือให้เค้าทำอะไรก็พร้อมทำได้หมดนั่นแหละ

“ครับคุณเขม” คุณพ่อบ้านรับคำ เริ่มวางแผนติดต่อประสานงานต่าง ๆ ในหัว

“แล้วอากิตล่ะครับ จะย้ายไปด้วยกันหรือเปล่า แฟนสาวน้อยของอาที่ไม่พามาให้พวกเรารู้จักสักทีจะติดอะไรไหมเนี่ย” เขตต์ที่นิ่งฟังมานานเอ่ยถามพ่อบ้านอย่างหยอกเย้า ด้วยความที่เลี้ยงกันมาแต่เล็ก ทำให้เขตต์ซึ่งติดและสนิทกับคุณพ่อบ้านมาตั้งแต่เด็กจนโตรู้สึกขุ่นใจเล็กน้อยที่รู้ว่าพ่อบ้านของตนมีแฟนแต่ไม่ยอมพามาให้รู้จักเสียที

“ผมพร้อมย้ายตามคุณหนูไปทุกที่เลยครับ ส่วนเรื่องแฟนผมเดี๋ยวให้เค้าย้ายตามไปด้วย แล้วถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมพามาแนะนำตัวนะครับ” ท้ายประโยคคุณพ่อบ้านพูดเสียงอ้อมแอ้ม พยายามเก็กหน้านิ่งแต่หูขึ้นสีแดงจัด จนทุกคนในบ้านเริ่มยิ้มออก บรรยากาศจึงผ่อนคลายลงในที่สุด

นอกจากพ่อบ้าน ป้าไพ และเพชรแล้ว คนอื่น ๆ อีกสองสามคนที่เหลือที่ยังมีท่าทางลังเลใจ บ้างก็ด้วยมีห่วงครอบครัวทางนี้ บางคนสนใจเม็ดเงินสมทบก้อนใหญ่ตัดสินใจจะลาออกเมื่อครบกำหนด เขมินทร์ไม่รู้สึกติดค้างอะไรอีกจึงให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานต่อ

ในห้องเหลือเพียงทนายปีติ พ่อบ้านกิตติ เขตต์และเขม ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร เขมินทร์เริ่มพูดประเด็นถัดไป

“ผมอยากขายหุ้นของทั้งสามบริษัท รวมถึงที่ดินทุกที่ของพ่อกับแม่ ฝากอาปีติช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ” เขาพุ่งตรงประเด็นทันที

“คอนโดอีกสามห้องด้วยพี่เขม ตอนนี้มีคนเช่าอยู่สองห้อง เพิ่งหมดสัญญาไปห้องนึง” เขตต์ช่วยเตือนอีกสินทรัพย์ที่สำคัญ

“อื้ม นั่นก็ด้วยครับ ภาพวาดและพระเครื่องในห้องทำงานของคุณพ่อกับห้องหนังสือด้วย เครื่องเพชรกับเครื่องกระเบื้องของคุณแม่ รถสปอร์ตอีกสองคัน ฝากเรียกคนมาประเมินราคาแล้วจัดประมูลขายเสีย ผมต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์ของพ่อกับแม่เป็นเงินทั้งหมด”

ถึงจุดนี้ทนายปีติเริ่มตระหนกตกใจแล้ว ลำพังอยากย้ายที่อยู่อาศัยยังไม่เท่าไหร่ ด้วยมรดกที่สองพี่น้องมี ปล่อยให้เงินเติบโตเองไปตลอดชีวิตยังได้ อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปอาศัยเมืองไหนในประเทศนี้ล้วนได้ทั้งสิ้น แต่ถึงขนาดขายหุ้น ขายคอนโด สิทนทรัพย์ทุกอย่าง ตลอดชีวิตการเป็นทนายของเขา มีแต่เคสล้มละลายเท่านั้นถึงจะตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้ ซึ่งทรัพย์สินที่สองพี่น้องมีห่างไกลจากคำนั้นมากโข

“คุณเขม ติดขัดปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ มีอะไรที่ผมช่วยได้ไหม” แววตาจริงจังและเป็นห่วงที่ส่งผ่านมาทำให้เขมินทร์ซึ้งใจ คนดี ๆ รอบตัวเขามีมากมายแต่สุดท้ายในวันสิ้นโลกไม่อาจรู้ได้เลยว่าเป็นตายร้ายดีกันอย่างไรบ้าง

“ขอให้เชื่อในการตัดสินใจของผมนะครับ สักวันคุณอาจะเข้าใจ เอาเป็นว่าหลังจากจัดการอะไรเรียบร้อยแล้ว ช่วงเดือนธันวาผมอยากชวนคุณอาไปพักผ่อนรับอากาศหนาวด้วยกันสักเดือน ปิดพักทั้งบริษัทไปเลยก็ได้ ถือว่าเป็นโบนัสให้พนักงานและจ่ายค่าตอบแทนตามเดิม” นอกจากไม่ตอบคำถามแล้วยังบอกคำสั่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

“แต่ว่า” ปีติอึกอัก คิดหาเหตุผลใดไม่ออก เหลือบมองสบสายตากับพ่อบ้านกิตติชั่วครู่ อีกฝ่ายพยักหน้าเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกต แต่ปีติเข้าใจสัญญาณนั้น เขาลอบถอนลมหายใจแผ่วเบาก่อนพยักหน้ารับ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน

“เฮ้อ ถ้าเจ้าของบริษัทว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ เดือนธันวาทางสำนักงานทนายความจะหยุดทำงานทั้งหมด คงต้องขอไปอาศัยบ้านคุณชายสักเดือนแล้วล่ะครับ” ปีติที่เป็นผู้บริหารสำนักงานทนายความระดับประเทศเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ แม้จะมีข้อสงสัยมากมาย แต่ก็รู้ดีว่าเขมินทร์ไม่ใช่คนเกเร ตรงกันข้าม เด็กหนุ่มที่เขารู้จักมาตั้งแต่เล็กคนนี้เรียกได้ว่าโตเกินวัยมากนัก

ตั้งแต่บิดามารดาประสบอุบัติเหตุทั้งคู่ในตอนที่คุณหนูเขมินทร์ยังอายุเพียง 17 ปีแน่นอนว่ามรดกกว่าพันล้านที่มีทำให้ญาติพี่น้องห่าง ๆ พากันมาแสดงความสนิทสนมเพื่อหวังจะได้เป็นผู้จัดการมรดก แต่ด้วยความเด็ดขาดของเขมินทร์ที่ยืนยันให้พ่อของปีติซึ่งเป็นทนายในตอนนั้น ยื้อเรื่องไว้จนถึงที่สุดจนกระทั่งเจ้าตัวอายุ 18 ถึงได้เข้ามาจัดการดูแลทรัพย์สินทุกอย่างเองตั้งแต่นั้นมา จัดการจ้างผู้บริหารมืออาชีพจากทั้งในและต่างประเทศคอยดูแลจัดการบริษัทต่าง ๆ ของครอบครัวให้ดำเนินต่อไปได้ แล้วตัวเองก็คอยพิจารณาผลประกอบการและกำหนดแนวทางอยู่เบื้องหลัง เรียกได้ว่าใช้คนทำงานเก่งมาตั้งแต่วัยรุ่น

“ขอบคุณครับอา เชื่อผมเถอะ อาจะไม่เสียใจแน่นอน” สบสายตาอาทนายอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนหันไปมองเขตต์อย่างเข้าใจกัน เวลาเหลือไม่มากแล้ว หยุดเรื่องไม่จำเป็นแล้วเตรียมตัวรับมือให้เร็วที่สุดดีกว่า

เมือง B ประเทศ T

หลังจากคุยกับคนงานในบ้านเรียบร้อยแล้ว สองพี่น้องพร้อมระบบกลม ๆ อีกก้อนก็พากันมานั่งหาข้อมูลที่ดินและบ้านจัดสรรในห้องของเขมิทร์

“หลังนี้น่าสนใจไหมพี่เขม อยู่เมือง N ใกล้สนามกอล์ฟ ที่ดิน 1 ไร่ 8 ห้องนอน” เขตต์ยื่นแท็บเล็ตให้พี่ชายตัวเองดู

“อื้ม น่าสนใจนะ เซฟไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวนัดเข้าไปดูหลายๆ ที่พร้อมกันทีเดียว” เขมินทร์ไล่ดูรายละเอียด พยักหน้าอย่างพอใจแล้วยื่นแท็บเล็ตกลับคืนให้น้องชาย

“แล้วอันนี้ล่ะพี่ เมือง A เขต2 ที่ดิน 2 ไร่ มีบึงน้ำในหมู่บ้านด้วย”

“อืม บึงน้ำก็น่าสนใจ ถ้าถึงวันสิ้นโลกแล้วพี่มีพลังน้ำ ก็จะได้ใช้ประโยชน์จากบึงนั้นได้ เอ๊ะเดี๋ยวนะ เมือง A2 มันอยู่ใกล้ค่ายทหารอะไรสักอย่างหรือเปล่า บารอนลองค้นหาให้หน่อย”

[ครับโฮสต์ กำลังทำการค้นหา]

ระบบเงียบไปสามวินาที

[กำลังดาวน์โหลดตำแหน่งที่ตั้ง]

และรออีกเพียงชั่ววินาที ข้อมูลแผนที่ดาวเทียมก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอกลางอากาศให้สองพี่น้องได้ดูภาพไปพร้อมกัน

[พบค่ายทหาร D32 พื้นที่ 135 ไร่ อยู่ห่างจากหมู่บ้านที่คุณค้นหา 3 กิโลเมตร บนถนนสายหลักเส้นเดียวกันครับ]

“พอจะหาข้อมูลจำนวนผู้คนในค่าย อาวุธ หรืออะไรอย่างอื่นได้ไหมบารอน” คนพี่ถามอย่างลังเลใจ

ถ้าค่ายที่ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเหนืออย่างที่เคยได้ยินมาในชาติก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่จะไปอยู่ใกล้ ๆ ตั้งแต่แรก แต่หากไม่ใช่ การตัดสินใจไปอยู่ใกล้ค่ายทหารที่มีคนจำนวนมากจะเหมือนพาตัวเองที่เป็นเนื้อไปเข้าปากเสือซอมบี้ทั้งกองทัพหรือไม่

[ได้ครับโฮสต์ แต่ต้องเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลของกองทัพประเทศ T ต้องการให้ดำเนินการหรือไม่ครับ]

เสียงเด็กผู้ชายของระบบตอบกลับมา สองพี่น้องหันมองหน้ากันตาโต

“นายเจาะได้เหรอบารอน แล้วจะโดนจับได้ไหม” เขตต์เอ่ยถามขลาดกลัว

[เทคโนโลยีปัจจุบัน ล้าหลังกว่าระบบประมาณสามพันสี่ร้อยสิบสองปี ดังนั้นไม่โดนจับได้แน่นอนครับ]

เจ้าก้อนระบบบอกเสียงมั่นอกมั่นใจจนดูน่าหมั่นไส้

“ถ้าอย่างนั้นก็เจาะเลย” เขมินทร์ยิ้มมุมปาก ความรู้สึกที่ได้ทำอะไรแบบนี้ก็น่าตื่นเต้นไม่น้อย

[ระบบกำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่…

ประมวลผลสำเร็จ…

ค่าย D32 มีกำลังพล 3000 นาย ระดับผู้บัญชาการ 5 นาย ได้แก่…]

ชื่อและรูปภาพของระดับบัญชาการของทหารในค่ายทั้ง 5 คนถูกแสดงขึ้นมา ตั้งแต่ยศพลเอกที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในค่าย จนถึงคนที่ดูเด็กที่สุดเป็นยศพันตรี อายุราว35 ปี

“เดี๋ยวก่อนบารอน ขอขยายรูปพันตรีเหนือสมุทรที” เขมินทร์รู้สึกสะดุดใจขึ้นมา พยายามนึกค้นจากความทรงจำที่เลือนลาง “นั่น ทหารที่เคยเจอระหว่างทางขึ้นเหนือนี่!”

ภาพอดีตฉายซ้อนเข้ามา ระหว่างการเดินทางได้ครึ่งปี ทีมของพวกเขาเดินทางขึ้นเหนือไปราว 200 กิโลเมตร พบกับค่ายเล็ก ๆ ระหว่างทางหลายค่าย แต่ข่าวลือเรื่องความแข็งแกร่งของค่ายเมืองเหนือนั้นหนาหูที่สุด ทำให้ทีมยังตัดสินใจเดินทางต่อไป

ระหว่างการเดินทาง มีครั้งนึงที่เจอกับซอมบี้กลุ่มใหญ่นับร้อยตัวที่ระดับความเร็วของพวกมันเร็วขึ้น ไม่ติดขัดเชื่องช้าเหมือนช่วงแรก คล้ายกับคนเดินเร็วจนตามรถมาเป็นขบวนใหญ่ ด้วยความที่ต้องขับรถหลบสิ่งกีดขวางกลางถนนทำให้รถวิ่งได้ช้าจนซอมบี้เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที

จู่ ๆ กลับมีขบวนรถถังขนาดใหญ่ขวางทางตรงหน้า หน้าขบวนเป็นรถที่คอยดันสิ่งกีดขวางให้ตกออกจากถนน และช่วยเปิดทางให้รถของพวกเขาเข้าไปหลบอยู่หลังขบวน จากนั้น รถถังสามคันแปรขบวนเป็นสามเหลี่ยมปะทะกับซอมบี้นับร้อยตัวนั้น ทั้งกระสุนจากรถและปืนของทหารหลายสิบนายกระหน่ำยิงเข้าไปที่ซอมบี้พวกนั้นจนตายหมดในเวลาไม่นาน เสียงปืนดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ทุกคนในทีมของพวกเขากรีดร้องตัวสั่นด้วยความขลาดกลัว

หลังจากซอมบี้ตายทั้งหมด ก็มีนายทหารเดินมาเคาะกระจกรถเพื่อบอกให้พวกเขารีบเดินทางไปต่อก่อนที่ซอมบี้ฝูงอื่นจะตามเสียงมาถึงจุดนี้ ส่วนพวกทหารจะเดินทางเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมเพื่อหาเสบียงและเครื่องจักรสำหรับผลิตและฆ่าเชื้ออาหารกระป๋อง ก่อนจะแยกย้ายกัน เมตตาได้ถามพลทหารถึงชายร่างสูงใหญ่มีราศีจับที่กำลังยืนอยู่หน้ารถถังพอดี พลทหารบอกว่า นั่นคือพันตรีเหนือสมุทร เป็นผู้บัญชาการค่ายเมืองเหนือ

“พี่เคยเห็นคนคนนี้เป็นผู้บัญชาการเมืองเหนือ” เขมินทร์บอกน้องชาย

“จริงเหรอพี่” น้ำเสียงกระตือรือร้น “แต่ตอนนี้เค้าเป็นแค่พันตรีเองนะ ผบ.เขายังมีอีกตั้งสี่คนจะไปกลายเป็นผบ.ค่ายได้เลยเหรอ” เขตต์ยกมือขึ้นเกาศีรษะ

“ไม่แน่ว่าวันสิ้นโลกอาจจะติดเชื้อหรือตายกันหมดล่ะมั้ง แต่นั่นก็ทำให้เราเดาได้นะว่าค่าย D32 เนี่ยแหละ ที่น่าจะกลายเป็นที่ตั้งเมืองเหนือตามที่เคยได้ยินมา”

หลังเขมินทร์พูดจบคนน้องก็หันมองพี่ชายอย่างตื่นเต้นตาลุกวาว

“จริงด้วย” เขมินทร์เหมือนได้เห็นร่างไซบีเรียนฮัสกี้ประทับร่างน้องชายอีกครั้ง ตาวับวาวเป็นประกาย หางส่ายพึบพับ “ถ้างั้นเราก็ย้ายไปโครงการนี้แหละดีมั้ย ห่างกันไม่กี่กิโล พอพวกเขาตั้งตัวได้ต้องขยายพื้นที่ปลอดภัยมาที่บ้านเราแน่ ๆ ” เรียกได้ว่าดีใจจนเนื้อเต้น เขตต์รีบเปิดหน้าเว็บโครงการบ้านหรูนั้นให้พี่ชายดูกันอย่างละเอียดอีกครั้ง

“อื้ม โครงสร้างบ้านก็ดูแน่นหนาดีด้วย พี่อยากขอซื้อสวนหย่อมกับบึงน้ำด้านข้างด้วยเลย ล้อมรั้วให้กลายเป็นของบ้านเรา” เขมินทร์ช่วยเสนอความเห็น “มันดูเป็นของส่วนกลาง น่าจะเจรจายากหน่อย แต่ลองทุ่มเงินดู ถ้าพี่ใช้พลังน้ำทำให้น้ำในบึงสะอาดจนดื่มได้ เราก็หมดห่วงเรื่องประปาแล้ว ช่วงแรกที่เรายังมีพลังแค่ขั้นเริ่มต้นคงผลิตน้ำจำนวนมากไม่ไหว”

“จริง ๆ พื้นที่ด้านหลังโครงการก็น่าสนใจนะพี่เขม น่าเอามาทำโรงเรือนสำหรับเลี้ยงสัตว์ หรือเรือนกระจกปลูกพืชแล้วก็สมุนไพรให้เพชรมันคอยช่วยดูแล” เขตต์เสนอความเห็น จินตนาการเริ่มโลดแล่นจากการดูหนัง เกมยิงซอมบี้และเกมสร้างเมืองมากมายที่เคยเล่นมานานหลายปี

“ดี เดี๋ยวให้อากิตนัดเขาให้ เราเข้าไปดูบ้านให้เร็วที่สุดดีกว่า เอ้อ พี่ว่าจะซื้อสองหลัง เราอยู่หลังในสุดติดกับบึง หลังถัดเข้ามาพี่จะซื้อไว้ให้อาทนาย หรือคนอื่น ๆ ที่อาจมาเข้าร่วมทีมกับพวกเราในอนาคต”

“ว้าว เหมือนทีมซุปเปอร์ฮีโร่เลยพี่” เลือดลมของวัยรุ่นพลุ่งพล่าน

“หึ ถึงเวลาจริงจะยิ้มไม่ออก มันเลวร้ายมากต่างหาก” คนพี่ที่จริงจังกว่าเอ่ยปากเตือน

“ก็พอเดาได้อยู่แหละ” วัยรุ่นที่เลือดลมพลุ่งพล่านเริ่มห่อเหี่ยวเหมือนลูกโป่งฟีบลม “แค่คิดภาพน้ำเลือดน้ำหนอง กลิ่นเหม็นเน่าของศพเดินได้ก็จะอ้วกแตกแล้วอ่ะ” เด็กหนุ่มหน้าแหยมองพี่ชายตนเอง

“เอาน่า เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ครั้งนี้เราเตรียมตัวรับมือให้ดีที่สุด แถมมีระบบคอยช่วยอีก ทั้งอาวุธและเครื่องมืออะไรต่าง ๆ ที่ซื้อจากระบบได้ ก็ต้องหาเงินมาซื้อเตรียมไว้ให้ได้มากที่สุด เราต้องรอด”

“เราต้องรอด!”

“อื้ม เราจะรอดไปด้วยกัน จะพาป้าไพ เจ้าเพชร อากิต อาทนายรอดไปด้วยกันทั้งหมด” สายตามุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดทั้งสองคู่สบประสานกัน

“ว่าแต่ แล้วเราจะทำยังไงถึงจะมีเงินไปซื้อของจากระบบได้อ่ะพี่เขม ที่พี่บอกว่าอยากซื้อกล่องอำนวยพรใช่มั้ย”

“เอ้อ จริงด้วย พี่ลืมเรื่องนี้ไปเลย” ร่างบางหน้ามุ่ยอย่างขัดใจตัวเองที่ลืมเรื่องสำคัญ แก้มกลมพองออกเล็กน้อย คิ้วขมวดทำท่าขบคิด “จะสตรีมอะไรดีล่ะ?”

“อืม” เขตต์ส่งเสียงในลำคอขณะกำลังช่วยคิด ก่อนหันไปมองร่างกลมที่นอนกลิ้งอยู่บนหมอนนุ่มของพี่ชาย “สตรีมแนวไหนเป็นที่นิยมมากที่สุดเหรอบารอน”

“ขอดู 5 อันดับแรกเลยบารอน” เขมินทร์ช่วยบอกขอบเขตการค้นหา

[ครับผม]

ระบบหยุดกลิ้งและหันร่างอ้วนกลมกลับมาทางสองพี่น้อง

[สตรีมยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ แข่งขันเกมอวกาศเสมือนจริง, แอคชั่นผจญภัย, ไลฟ์สไตล์, ทำอาหารประจำดวงดาว และ การเดินทางข้ามจักรวรรดิครับโฮสต์]

“ทำเป็นไลฟ์สไตล์ไปก่อนแล้วกัน พอหลังวันสิ้นโลก ไลฟ์สไตล์ของเราคงกลายเป็นออกหาอาหารหรือตีหัวซอมบี้ มันคงจะกลายเป็นหมวดแอคชั่นไปโดยอัตโนมัติล่ะนะ”

[ผมขอแนะนำสำหรับการทำอาหารด้วยครับโฮสต์ ระบบสตรีมทำอาหาร ผู้ชมสามารถรับได้ทั้งภาพ เสียง กลิ่น และรสชาติ รวมไปถึงโฮสต์สามารถจัดส่งหรือขายอาหารผ่านช่องทางมิติวาร์ปของระบบไปยังจักรวาลต่าง ๆ ได้ด้วย เป็นการหารายได้เพิ่มอีกทางครับผม] ระบบเสนอ

“มิติวาร์ป?” สองเสียงประสานกัน

[มิติวาร์ปของระบบมีขนาด 1x1เมตร ทุกที่ที่ระบบสามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้ ก็สามารถใช้มิติวาร์ปได้ เหมือนกับกล่องอำนวยพรครับโฮสต์]

ระบบยังคงพูดเสียงเจื้อยแจ้ว

“น่าสนใจมากเลยพี่เขม รอบนี้พี่ทำขนมดีไหม มาการองก็ได้ สวยด้วยอร่อยด้วย” เขตต์ตาเป็นประกาย

“อยากกินล่ะสิ” พี่ชายหรี่ตา รู้ทันน้องชายตัวอย่างที่เป็นมาเสมอ

“แหะ ก็พี่ทำมาการองอร่อยนี่นา นะพี่เขม ขนาดผมยังชอบเลย มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะชอบด้วยนะ เอาดาร์คช็อคโกแลต ไม่สิ เอามาการองเก้ารสเก้าสีไปเลย ถือว่าเปิดตัวคลิปแรกอย่างอลังการเลยเป็นไง”

“บารอน นายว่ามาการองจะขายได้ไหม คนจากดาวอื่นเขาชอบเบเกอรี่กันหรือเปล่า” เขมินทร์ยังลังเล

[เบเกอรี่…ขอระบบจับคู่คำศัพท์สักครู่ครับ

…ไม่พบคำที่ค้นหา]

“หา? หมายความว่ายังไงไม่พบ การทำขนมแบบตีแป้ง ผสมส่วนผสมก่อนแล้วเอาไปอบจนสุก ประมาณนี้มีมั้ย” เขมินทร์ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

[กำลังทำการค้นหา…

…ไม่พบคำที่ค้นหา]

“หรือว่า มนุษย์ต่างดาวไม่กินขนมปังกันเหรอพี่เขม” ได้ยังไงกัน ขนมปังคือของอร่อยที่สุดเลยนะ เบเกอรี่อีสดาเบส

“งั้น ขนมเค้กล่ะ มีไหม?”

[กำลังทำการค้นหา…

…ไม่พบคำที่ค้นหา]

สองพี่น้องสบตากัน มองเห็นถึงโอกาสบางอย่าง

“สุดยอดไปเลยพี่ งั้นเราต้องเผยแพร่การทำขนมอบให้ทั่วจักรวาลได้รับรู้ความอร่อยของมันแล้วล่ะ”

“อื้ม เป็นสตรีมเมอร์ไลฟ์สไตล์และขายขนมกันเถอะ” ร่างบางยิ้มจนแก้มยกอย่างมีความหวัง ริมฝีปากสีเชอรี่เป็นประกายเงาวับ

ละครโรงเล็กหลังวันสิ้นโลก

เขตต์ : "พี่เขม มาถ่ายรูปทำรูปโปรไฟล์ฉลอง 1 ล้านล้าน Subscriber กันเถอะ"

เขม : "มาสิๆ เอาท่าไหนดี"

เขตต์ : "ส่งจูบๆ"

เขม : ม๊วะะะ

เขม : น่ารักมากกก เหมือนวิ้งค์พอดีเลย ดีมากกกกกก

#เจ้าเด็กคลั่งรัก(พี่ชาย)

เจ้าเขตต์ / พี่น้องเขม

ไปคอมมิชมาตั้งแต่หลายเดือนก่อน 5555555 น่ารักมั้ยคะ เห็นแล้วใจละลาย

เจ้าเด็กคลั่งรักพี่ชาย พี่ว่าอะไรดี ผมก็ว่าดีค้าบ ดีทุกอย่างเลยค้าบบบบ

ฝากเมนต์xโดเนทค่าอาหารแมวเป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะค้า

ขอบคุณงับ

[Re-Write : 11May2024]

มาการองคืออะไรเหรอสตรีมเมอร์

บทที่ 3

มาการองคืออะไรเหรอสตรีมเมอร์

ภายในห้องครัวขนาดใหญ่ของบ้าน ที่เรียกได้ว่าเป็นครัวฝรั่ง หรือครัวรับแขก เพราะเป็นครัวที่อยู่ในตัวบ้านสำหรับทำอาหารที่ไม่มีกลิ่นแรงมาก มีไอร์แลนด์ตรงกลางสำหรับวางเตาและเตรียมอาหาร ด้านหลังเป็น อ่างล้างจาน เตาอบ ตู้เย็น และเคาต์เตอร์ครัวยาวตลอดแนวกำแพง

พอดีที่ห้องครัวนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีประตูกระจกกั้นแยกจากส่วนอื่นของบ้าน ทำให้สามารถทำอะไรได้สะดวก เขตต์เสนอให้ทำทีเป็นเอากล้องวีดีโอพร้อมขาตั้งมาวางไว้ตรงหน้า เพื่อทำทีเป็นอัดคลิปทำอาหาร แต่ที่จริงแล้ว ใช้ระบบซึ่งล่องหนสำหรับคนอื่นๆ แทนกล้องวีดีโอสำหรับไลฟ์สตรีม และใช้จอโฮโลแกรมที่ระบบฉายให้สำหรับอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ที่ถูกแปลภาษาโดยอัตโนมัติ มีกล้องโคลสอัพอีกหนึ่งตัวที่ระบบแนะนำให้ซื้อเพิ่ม สำหรับการรับภาพ เสียง และกลิ่นที่ชัดยิ่งขึ้น

หลังจากจัดเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ไว้รอบๆ ตัวแล้ว สองพี่น้องก็ยืนเคียงข้างกันหน้าไอร์แลนด์หินอ่อนกลางห้องครัว

“เริ่มเลยบารอน” ร่างบางปัดผมด้านหน้าที่เกลี่ยตาออก ก่อนจะส่งยิ้มให้กล้อง และเมื่อสัญญาณเริ่มต้นสตรีมเริ่มขึ้น ไม่กี่นาที ช่องของ KK brothers ถูกแนะนำขึ้นในหัวข้อ สตรีมเมอร์หน้าใหม่ และเริ่มมีผู้เข้าชมที่ถูกดึงดูดจากภาพหน้าปกเป็นภาพเคลื่อนไหวที่หนุ่มน้อยน้าใสสองคนยืนยิ้มและโบกมือให้กล้อง

จำนวนผู้ชม 5 คน

ฉันมาจากดาวปลาหมึก ; สวัสดีสตรีมเมอร์หน้าใหม่ พวกคุณดูดีกันจังเลย

เอสโตเนียเซาท์เวสต์ ; สวัสดี พวกคุณคือดาวแอสการ์ดใช่ไหม น่ารักจังเลย ชื่ออะไรกันเหรอ

“สวัสดีครับทุกคน” เขมินทร์เริ่มทักทายก่อน ใช้มือแตะที่กลางอกตัวเองเป็นเชิงแนะนำตัว “ผมชื่อเขม นะครับ ส่วนนี่น้องชายที่สูงกว่าผมเอง ชื่อเขตต์ครับ”

เขตต์ยิ้มทักทายกล้องอย่างสดใสร่าเริง รอยยิ้มดูจะกว้างกว่าปกติจากการพยายามกลั้นหัวเราะ เพราะภาษาที่พวกเขาพูดจะถูกแปลเป็นภาษาอื่นๆ ตามแต่เครื่องผู้รับภาพจะตั้งค่าโดยอัตโนมัติ แค่คิดว่าเสียงตัวเองอาจต้องโดนแปลเป็นภาษาปลาหมึกเพื่อคุณที่มาจากดาวปลาหมึกก็อยากจะขำดังๆ แล้ว

“สวัสดีคร้าบ ทุกคน ผมเขตต์น้า” ส่งยิ้มหวานของฮัสกี้ให้อีกหนึ่งแมตต์

คุณแม่ลูกสิบ ; โอ๊ย น่ารักๆ น่าเอ็นดูจังเลยลูก น้องเคธ

“ไม่ใช่เคธนะครับทุกคน เขตต์ครับผม ใช้เสียงต่ำนะครับ” เด็กชายตัวโตหน้ามุ่ยเล็กน้อย ชื่อเขาออกจะเท่ขนาดนี้ เสียงเปลี่ยนความหมายเปลี่ยนเลยนา

คุณแม่ลูกสิบ ; ครับผม คูมแม่ขอโทษหนูน้า น้องเขตไม่หน้ามุ่ยค้าบ +50Liz

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; น้องเขตหน้ามุ่ยน่ารักจังค้าบ +10Liz

“ขอบคุณสำหรับ50Liz จากคุณแม่ลูกสิบนะครับ และ10Liz จากชาวแอสการ์เดี้ยนด้วยครับ” เขมินทร์ส่งรอยยิ้มหวาน พาให้ผู้ชมรู้สึกน้วยอยู่หน้าจอไปพร้อมๆ กัน

เอสโตเนียเซาท์เวสต์ ; โอ้ย ยิ้มสวยมาก คนสวยขา +10Liz

คุณแม่ลูกสิบ ; วันนี้มาทำอาหารอะไรเหรอ นี่คือห้องครัวของชาวแอสการ์เดี้ยนใช่ไหม ดูสวยดีจังเลย

“พวกเราไม่ได้อยู่ที่ดาวแอสการ์เดี้ยนนะครับ ขอยังไม่บอกแล้วกันเนาะว่าเราอยู่ที่ไหน ทุกคนลองติดตามพวกเราไปเรื่อยๆ แล้วลองทายกันดูนะครับ” เขตต์เริ่มใช้ลูกเล่นเรียกฟอลโลว์เวอร์

“และวันนี้พวกเราจะมาทำขนมครับ นี่คือห้องครัวของบ้านพวกเราเอง ออกแบบตกแต่งโดยคุณแม่ของพวกเราครับ ส่วนขนมที่พวกเราจะทำวันนี้ มีชื่อว่า มาการองครับ”

เอสโตเนียเซาท์เวสต์ ; มาการอง คืออะไรเหรอ ไม่เคยได้ยินชื่อ

คุณแม่ลูกสิบ ; มัมหมีก็ชอบทำขนมนะ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย คุณปลาหมึกเคยได้ยินไหม

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; +1ไม่เคยได้ยิน

ฉันมาจากดาวปลาหมึก ; ไม่เคยเหมือนกัน ขนมของดาวเรามีแต่หมึกหวานราดนมข้นน่ะ

“มาการองเป็นขนมของดาวเราเองครับ เป็นเบเกอรี่ชนิดหนึ่ง อ้อ เบเกอรี่คือชื่อเรียกชนิดของขนมที่ทำโดยการตีส่วนผสมให้เข้ากันแล้วอบให้สุกเป็นหลักนะครับ มากจากคำว่าเบคที่แปลว่าอบครับ” เขมินทร์เริ่มเล่ารายละเอียดไปเรื่อยๆ

“เริ่มจากการร่อนน้ำตาลไอซิ่งกับผงอัลมอนด์เข้าด้วยกัน ร่อนผ่านตะแกรงเบาๆ แบบนี้นะครับเดี๋ยวมันฟุ้งกระจาย” เสียงใสเอ่ยพร้อมสาธิตให้ทั้งกล้องและน้องชายดู “ทุกคนรู้จักอัลมอนด์กันไหมครับ เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งนะ ดังนั้นถ้าใครมีอาการแพ้ถั่วควรเลี่ยงขนมชนิดนี้ไปก่อนนะครับ” เงยหน้าสบตากับผู้ชม

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; ใจละลาย ผู้ชายเป็นห่วง

เอสโตเนียเซาท์เวสต์ ; ไม่แพ้อะไรทั้งนั้น เราชนะ!ทั้งหมด

มาจงมาจุ๊บ ; ไม่แพ้ถั่วค่า ชอบถั่วมาก ว่าแล้วอยากกินอัลมอนด์ของดาวอาบาเนีย สั่งมากินดีกว่า

“หืม ดาวอาบาเนีย อัลมอนด์อร่อยเหรอครับ” เขตต์ที่อ่านคอมเมนต์อยู่ถามอย่างสนใจ นึกอยากลองกินดูบ้าง

มาจงมาจุ๊บ ; อร่อยสุดยอด โดเนทให้สตรีมเมอร์ไปลองซื้อมาชิมดูนะ +50Liz

“ฮ่าๆ ขอบคุณคุณมาจงมาจุ๊บนะครับ ใจดีที่สุดเลย จู๊บบบบ” เจ้าฮัสกี้เอียงคอส่งยิ้มหวานจนตาหนีให้หนึ่งที แล้วทำปากส่งจุ๊บตามชื่อคนโดเนท

คุณแม่ลูกสิบ ; น่าร้ากกก จุ๊บคูมแม่บ้างค้าบ +50Liz

ฉันมาจากดาวปลาหมึก ; จุ๊บปลาหมึกด้วย +50Liz

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; ว้าย จู๊บบบบบ +50Liz

“ฮ่าๆ เขตต์ต้องจุ๊บทุกคนแล้วล่ะทีนี้” เขมินทร์ยักคิ้วล้อเลียนน้อง ส่วนคนน้องที่เห็นแววตามีความสุขของพี่ แทนที่แววตาตึงเครียดช่วงสองสามวันที่ผ่านมาก็นึกคึกอยากแกล้งกว่าเดิม

“จุ๊บพี่เขมแทนแล้วกันนะครับทุกคน” มั้วะ แกล้งจุ๊บแก้มพี่ชายตัวเล็กเสียงดังๆ เขมินทร์สะดุ้งตกใจ ฟาดมือเข้าที่ไหลของเขตต์ไม่แรงนัก แต่เจ้าหมาแกล้งทำเป็นร้องโอดโอย

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; โอ๊ยใจน้วยหมดแล้ว พี่เขมเขินน้องเหรอค้า แก้มแดงเลยลูก +50Liz

ตะลุยอวกาศ ; เปิดมาเจอผชจุ๊บกันพอดี อะไรเนี่ย +10Liz

คุณแม่ลูกสิบ ; เขาเป็นพี่น้องกันจ้า เมื่อกี้น้องเขตต์แกล้งพี่เขมจ้ะ

ตะลุยอวกาศ ; นนน่ารักจังเลย จุ๊บอีกๆ

“ทุกคนไม่แกล้งผมสิครับ” แววตากลมค้อนประหลับประเหลือก ส่งตะแกรงและชามแป้งให้น้องชายพลางบ่น “เขตต์ร่อนแป้งไปเลยนะ พี่จะไปตีไข่ขาว วันนี้จะเสร็จไหมเนี่ย” แล้วหันไปหยิบชามอีกใบมาตอกไข่ด้วยมือเดียว แยกไข่ขาวกับไข่แดงใส่คนละถ้วยอย่างชำนาญ

จำนวนผู้ชม 53 คน

คุณแม่ลูกสิบ ; ตอกไข่มือเดียวด้วย เท่มาก +10Liz

ฉันมาจากดาวปลาหมึก ; ไข่ขาวกับไข่แดงแยกกันได้แบบนั้นเลยเหรอ เพิ่งเคยเห็น สตรีมเมอร์เก่งจัง

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; สตรีมเมอร์เขตต์ทำอะไรน่ะ ฟุ้งไปหมดแล้ว

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; โอ๊ยแป้งติดแก้มแล้ว ตลกจัง +10Liz

เขมินทร์ที่เหลือบสายตาขึ้นมาอ่านคอมเมนต์พอดี หันกลับไปมองคนด้านข้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียดัง เจ้าฮัลกี้ไม่รู้จักผ่อนแรง บอกให้ร่อนแป้งก็เคาะตะแกรงโป๊กๆ จนแป้งฟุ้งกระจายขึ้นด้านบนไปติดที่แก้มตัวเอง

“แป้งติดแล้วเขตต์ ร่อนเบาๆ สิ ฟุ้งหมดแล้ว”

“นี่ก็ร่อนเบาๆ แล้วนา”

“เบากว่านี้ เบาๆ มือเลย อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้วน่ะ” คนพี่พูดพลางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดแป้งที่แก้มออกให้น้องชายตัวโต ก่อนจะหันกลับมาทำของตัวเองต่อ

“ต่อไปเราจะตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าทุกคนเคยเห็นเครื่องนี้ไหม” หยิบเครื่องตีอัตโนมัติให้ดู “ถ้าใช้เครื่องตีอันนี้ก็จะผ่อนแรง ลดเวลาทำขนมได้ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ตะกร้อมือแบบนี้ ตีจนกว่าจะขึ้นฟูนะครับ ส่วนวันนี้เดี๋ยวเราใช้เครื่องดีกว่าเนาะ จะได้ไม่เมื่อย” ว่าแล้วก็เปิดเครื่อง ตีไข่ขาวในชาม เทน้ำตาลทรายลงไปผสมแล้วตีต่อไปจนเริ่มตั้งยอดเป็นเนื้อครีม

“เสร็จแล้วก็เทส่วนผสมที่ร่อนไว้เมื่อกี๊ลงไป” เขตต์ส่งผงแป้งให้พี่ชาย เขมินทร์รับมาเทผสมลงในชาม ใช้ไม้พายตะล่อมคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งออกใส่ชามเล็กๆ หลายๆ ใบ “นี่คือเราได้ส่วนที่เป็นฝาของมาการองแล้ว ที่ผมแยกใส่หลายๆ ใบเพื่อจะใส่สีผสมอาหารสีต่างๆ ลงไปตามใจชอบเลย ใส่สีแค่นิดเดียวพอนะครับจะได้เป็นสีอ่อนๆ น่ารับประทาน” แล้วก็หยดสีต่างๆ ลงไปชามละเล็กน้อย ส่งบางส่วนให้เขตต์ช่วยคนด้วย

“ต่อไปก็นำมาบีบลงบนถาดที่รองด้วยกระดาษไขแบบนี้ บีบเป็นวงกลมให้ขนาดเท่าๆ กันนะครับ” แป้งวงกลมสีสันต่างๆ วางเรียงกันเป็นแนว เริ่มจะแถวที่หนึ่ง เรียงไปเป็นสิบๆ แถว

จำนวนผู้ชม 128 คน

บลองบลังเบลือง ; ตามช่องแนะนำเข้ามา สตรีมเมอร์น่ารักจัง +10Liz

เหมี่ยวเหมี๊ยว ; ตามมาจากคลิปผชจุ๊บแก้มกันในMultipanel สตรีมเมอร์น่ารักมาก +10Liz

1@#$!@#$ ; ใช่ๆ ชาวแอสการ์เดี้ยนมีธรรมเนียมจุ๊บแก้มกันด้วยเหรอ

คุณแม่ลูกสิบ ; ชั้นโพสต์เองแหละจ้า ลูกชายทั้งสองของแม่เล่นกันน่ารัก จักรวาลต้องรับรู้ อิอิ

ชาวแอสการ์เดี้ยนน่ารักจังเลย ; สตรีมเมอร์ไม่ใช่ชาวแอสการ์เดี้ยนจ้า แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ดาวไหน

ฉันมาจากดาวปลาหมึก ; แป้งวงกลมหลายๆ สีน่ารักจัง ช่วยทำสีหมึกด้วยได้ไหม +50Liz

บลองบลังเบลือง ; ขนมอะไรมีหลายสี น่ากินมาก อยากกินแล้ว

“สีหมึกอาจจะเข้มไปสักหน่อยสำหรับขนมของเราในวันนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะใช้สีม่วงกับน้ำเงินผสมกันอย่างละนิดแล้วกันนะครับ สีจะออกมาเป็นฟ้าคราม แต่ว่าเป็นสีอ่อน ให้คล้ายสีของหมึกที่ละลายน้ำหน่อยแล้วกันเนาะ” พูดไปเขมินทร์ก็หยดสีผสมให้ดูเลย ได้ออกมาเป็นสีฟ้าครามอมม่วงอ่อนจาง ดูน่ารักไปอีกแบบ ชายหนุ่มสองคนช่วยกันบีบแป้งไปเรื่อยๆ จนครบ 9 สี วางเรียงกันห้าถาด นับจำนวนได้ราวสองร้อยกว่าชิ้น

“ที่พวกเราทำกันเยอะแบบนี้ตามที่ทุกคนเห็น เพราะว่าเราเตรียมทำไว้สุ่มแจกผู้โชคดีด้วยนะครับ สักกี่คนดีพี่เขม” เขตต์เสนอไอเดียดึงดูดแฟนคลับ

“อิ้ม สักสิบคนแล้วกันนะครับ กล่องละ 2 ชิ้น สิบคน”

“แล้วที่เหลือเราจะวางขาย ทุกคนจะได้ลองชิมขนมหวานแสนอร่อยนี้ไปด้วยกัน บอกเลยว่าผมชอบมากกก” เด็กหนุ่มลากเสียงยาว

“เขตต์ชอบมาการองมากจนเคยขอให้จัดปาร์ตี้วันเกิดเป็นปาร์ตี้มาการองเลยแหละครับ ชอบขนาดนั้นอ่ะ”

“ชอบมากจริงทุกคน มาการองอ่ะนะ ทำให้อร่อยยากด้วย เนื้อแป้งข้างนอกมันจะกรอบ ด้านในนุ่ม ต้องระวังไม่ให้เปราะเกินไปเพราะมันจะแตก มาการองแต่ละสีก็จะมีรสชาติกับกลิ่นที่แตกต่างกัน ตัวไส้ตรงกลางจะนุ่มละมุน มีหลายรสชาติเหมือนตัวแป้งเลย ทำให้มีรสชาติที่หลากหลาย กินได้เยอะโดยไม่เลี่ยนทั้งๆ ที่เป็นขนมหวานอ่ะ ชอบมากๆ” สายตาเป็นประกายวิ๊งวั๊บ

จำนวนผู้ชม 1298 คน

บลองบลังเบลือง ; เชื่อแล้วว่าชอบมาก น้ำลายจะหยดแล้วสตรีมเมอร์ +10Liz

1@#$!@#$ ; อยากทานไวๆ แล้ว เมื่อไหร่จะเสร็จ

เหมี่ยวเหมี๊ยว ; อยากชิมๆ +10Liz

“ก่อนเอาเข้าเตาอบเราก็เคาะๆ ก่อนแบบนี้นะครับ เพื่อให้ผิวเรียบและไม่มีฟองอากาศ แล้วก็พักทิ้งไว้ให้ความชื้นออกจากขนมประมาณ 20นาที ระหว่างนี้เดี๋ยวเราไปทำตัวไส้กัน อย่างที่เขตต์บอกว่ามาการองมีหลายไส้เนาะ เดี๋ยววันนี้จะทำไส้บัตเตอร์ครีมให้ดูสามสี แต่ที่เราทำขายจะมีทั้งหมด 9 สีนะครับ แต่จะขายเป็นแบบสุ่มน้า ให้ทุกคนไปลองชิมไส้ต่างๆ กันเนาะ อ้อ แล้วถ้าใครแพ้ถั่ว แพ้นม แพ้เนย ขอให้ผ่านก่อนนะครับ ไว้รอขนมอื่นๆ แทนน้า”

เขมินทร์ผสมเนยจืด ลงในชาม ใช้ตะกร้อมือคนเล็กน้อย ใส่น้ำตาลไอซ์ซิ่งที่ร่อนแล้วลงไปผสม คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเนียน ใส่กลิ่นวานิลลาลงไป นมสดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความนุ่ม คนอีกครั้งให้ครีมนุ่ม กลิ่นวานิลลาและนมสดหอมหวลทั่วห้องครัว รวมถึงส่งเข้าไปในระบบและจำลองกลิ่นให้ผู้รับแต่ละดาวรับรู้ได้โดยพร้อมกัน

“ได้แบบนี้เป็นเบสแล้วเป็นไส้ที่1 ไส้วานิลลานะครับ ส่วนไส้ที่สองเราก็จะเพิ่มสตรอเบอรี่สดที่ปั่นจนเหลวแบบนี้ลงไป แล้วคนให้เข้ากันก็จะได้เป็นไส้สตรอเบอร์รี่ และไส้ที่3 ก็คือไส้ช็อคโกลแลต ทำเหมือนกันเลย ใส่ช็อคโกแลตเหลวลงไป คนให้เข้ากันแบบนี้” เทส่วนผสมแล้วคนเป็นตัวอย่างไม่กี่ครั้ง ก็ยื่นไม้พายให้น้องชาย “อ่ะ เขตต์คนช็อคโกแลตนะ”

มือเรียวของทั้งสองคนช่วยเตรียมไส้กันเป็นระวิง จนเนื้อครีมได้ที่ ก็พักไว้ แล้วหันไปยกแป้งมาการองเข้าเตาอบ

“เราจะเอาแป้งที่พักไว้ทั้ง 5 ถาดเข้าเตาอบนะครับ 160 องศา 15-20 นาที” ชี้นิ้วไปที่เตาอบทั้งเครื่องเล็กและเครื่องใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ริมกำแพง ให้เขตต์ช่วยยกถาดมาวางเรียง ส่วนเขมินทร์ปิดฝาและตั้งค่าเครื่อง “ทีนี้ก็รอเวลาให้รอเวลาแป้งสุก”

----------------------------------------

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...