โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัวต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของไทย

77kaoded

เผยแพร่ 19 ก.ย 2566 เวลา 10.26 น. • 77 ข่าวเด็ด

กรุงเทพฯ - อบก. ชูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง ภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ตามมาตรฐานคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ ระดับสากลแห่งแรกของประเทศไทย ให้ความสำคัญการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างยั่งยืน

วันที่ 19 กันยายน 2566 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมป่าไม้ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมจัดงานสัมมนาเผยแพร่ แนวทางการพัฒนาโครงการ T-VER มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER) พร้อมเปิดตัวพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง ภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนได้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

โดยมี นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต นายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. และ ผศ.ดร.สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะวนศาสตร์ มก. ร่วมสัมมนา ณ ห้องอบรม CAA อบก. กรุงเทพฯ

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ตลาดคาร์บอนมีความสำคัญ ในฐานะกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรม ซึ่งจะช่วยชะลอและลดปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ หน่วยงานนานาชาติหลายแห่ง รวมถึงภาครัฐ จึงเริ่มกำหนดหลักการ และมีทิศทางความต้องการคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส

อบก. จึงร่วมมือกับ กฟผ. กรมป่าไม้ และ มก. จัดโครงการ 'การพัฒนาต้นแบบโครงการ Premium T-VER ประเภทป่าไม้' โดยเลือกพื้นที่การดำเนินงานภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. ในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง เพื่อทดสอบระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจประเภทป่าไม้ เครื่องมือการคำนวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลที่ได้รับไปปรับปรุงสำหรับใช้เป็นแนวทางในการขยายผลต่อไป

ด้านนายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมดำเนินโครงการ T-VER ตั้งแต่ปี 2557 ผ่านโครงการพัฒนาพลังงานทดแทน และมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน ในพื้นที่โรงไฟฟ้าและกิจการของ กฟผ. จำนวน 10 โครงการ นับคาร์บอนเครดิตได้ 410,746 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ ยังดำเนินภารกิจองค์กรเพื่อมุ่งสู่ EGAT Carbon Neutrality ภายในปี พ.ศ.2593 และ Thailand Carbon Neutrality ตามกรอบแผนพลังงานชาติ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 1 ล้านไร่ ภายในระยะเวลาปี พ.ศ.2574 ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการปลูกป่าไปแล้วกว่า 1 แสนไร่ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และเพื่อให้เกิดต้นแบบการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ กฟผ. จึงยื่นขอขึ้นทะเบียนยกระดับมาตรฐาน T-VER ให้เป็น Premium T-VER ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ระดับสากลแห่งแรกของประเทศไทย โดยดำเนินการร่วมกับพันธมิตร เลือกพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบโครงการ Premium T-VER แห่งแรกของประเทศ

โครงการ T-VER เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ รวมถึงการปลูกต้นไม้และการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะเลือกพื้นที่สำหรับการปลูกกล้าไม้ที่มีวงปี ซึ่ง อบก. จะพิจารณาขึ้นทะเบียนและรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้เป็น 'คาร์บอนเครดิต' ใช้รายงานการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กรได้

สำหรับโครงการ Premium T-VER จะมีความพิเศษขึ้น เนื่องจากให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ การประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ อาทิ การบริหารโครงการ การเกิดไฟไหม้ป่า แมลง หรืออุบัติภัยต่าง ๆ รวมถึงการขยายตลาดคาร์บอนเครดิตจากในประเทศสู่ต่างประเทศ

ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. ที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่น โดย กฟผ. ได้จ้างงานชาวบ้านในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมปลูกและดูแลบำรุงรักษาป่าตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้มั่นใจว่าต้นไม้ที่ปลูกจะอยู่รอดและเติบโตเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และเลี้ยงชาวบ้านในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน มีองค์กรยื่นแจ้งความประสงค์ในการพัฒนาโครงการ Premium T-VER อีก 14 โครงการ โดยโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นโครงการแรกที่ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม การตรวจสอบค่าฐาน (Baseline) และการตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการ พร้อมต่อการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ Premium T-VER แห่งแรกของประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...