โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ‘Caregiver’ โครงการพี่เลี้ยงเด็ก & ดูแลผู้สูงอายุ โอกาสโยกย้ายไปคว้า PR ที่แคนาดา

Dek-D.com

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2566 เวลา 08.26 น. • DEK-D.com
ใครอยากย้ายประเทศมาทางนี้! โครงการ Caregiver ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือดูแลผู้สูงอายุที่ประเทศแคนาดา (ครบ 2 ปีมีสิทธิเป็นพลเมืองถาวร)

สวัสดีชาว Dek-Dทุกคนค่า ใครกำลังหาลู่ทางโยกย้ายไปทำงานหรืออาศัยในแคนาดากันอยู่บ้างมั้ยคะ? วันนี้พี่ครีมมีอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ อย่าง โครงการ “Caregiver”มาแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จักกันค่ะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโครงการออแพร์ (Au Pair) เลย แต่ที่แตกต่างคือ+ไม่จำกัดเพศและขยายขอบเขตอายุที่มากกว่า และที่พิเศษสุดๆ ก็คือถ้าทำงานครบ 2 ปีแล้วก็สามารถยื่นขอสิทธิ์เป็นพลเมืองถาวรของแคนาดาได้อีกด้วย! +

ว่าแต่โครงการนี้คือะไร? เหมาะกับเราไหม? ค่าโครงการแพงไหม? สมัครยังไง? ถ้าใครกำลังอยากย้ายประเทศไปเป็น #ทีมแคนาดารีบตามมาทำความรู้จัก Caregiver ให้มากขึ้นและเตรียมพร้อมสมัครกันเลยค่ะ~

Note:บทความนี้อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2566

Caregiver คืออะไร?

Caregiver คือโครงการที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (Home Child Care Provider Pilot) หรือคนดูแลผู้สูงอายุ (Home Support Worker Pilot) ที่ประเทศแคนาดาเป็นระยะเวลา 1-2 ปีโดยพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของนายจ้าง ซึ่งคล้ายกับโครงการออแพร์ (Au Pir) ในประเทศฝั่งยุโรปนั่นเองค่ะ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับวีซ่าอนุญาตให้ทำงานในประเภท Caregiver และได้รับการดูแลคุ้มครองเปรียบเสมือนพลเมืองของแคนาดา แถมยังสามารถพาครอบครัวไปอยู่แคนาดาพร้อมกันได้ ซึ่งความพิเศษของโครงการนี้คือ ถ้าทำงานครบ 2 ปีก็จะมีสิทธิได้เป็นพลเมืองถาวร (Permanent Resident)ของแคนาดาอีกด้วย

อ่านบทความโครงการออแพร์ (Au Pair)

Caregiver ทำอะไรบ้าง?

ผู้สมัครจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (Home Child Care Provider Pilot)หรือ ดูแลผู้สูงอายุ (Home Support Worker Pilot)ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถของผู้สมัครด้วยค่ะ

หน้าที่ของพี่เลี้ยงเด็ก (Home Child Care Provider Pilot)

  • ดูแลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเด็ก เช่น อาบน้ำ แต่งตัวและให้อาหาร (ในกรณีที่เป็นเด็กทารกจะต้องเตรียมสูตรอาหารและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ด้วย)
  • วางแผน จัดเตรียมและเสิร์ฟอาหารสำหรับเด็ก รวมทั้งทำหน้าที่ดูแลความสะอาดอื่นๆ
  • สอนเด็กเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคล
  • จัดฝึกอบรมด้านการศึกษาที่เหมาะสมกับวัยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เกม งานฝีมือ การอ่านและกิจกรรมนอกสถานที่
  • รับ-ส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนหรือไปทำกิจกรรมอื่นๆ
  • คอยเล่นกับเด็กและดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ
  • อาจจำเป็นต้องเก็บบันทึกกิจกรรมประจำวันและข้อมูลสุขภาพของเด็กที่ดูแล

หน้าที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย (Home Support Worker Pilot)

  • ให้การดูแลและเป็นเพื่อนกับบุคคลที่อยู่ในช่วงทุพพลภาพ พักฟื้น หรือครอบครัวหยุดชะงัก เช่น หย่าร้าง ห่างจากครอบครัว หรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต เป็นต้น
  • ดูแลผู้ป่วยข้างเตียงและดูแลเรื่องส่วนตัวต่างๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ป่วย การอาบน้ำ ดูแลเรื่องสุขอนามัย และการแต่งกาย
  • วางแผนและเตรียมอาหาร (อาจมีการช่วยเหลือในการให้อาหาร)
  • อาจทำหน้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น เปลี่ยนผ้าปิดแผล ช่วยดูแลเรื่องการรับประทานยาและเก็บสิ่งส่งตรวจภายใต้คำสั่งของหน่วยงานหรือพยาบาลที่ดูแล
  • อาจทำหน้าที่ดูแลบ้าน เช่น ซักผ้า ล้างจาน และจัดเตียง เป็นต้น

ลักษณะการทำงานและรายได้

โดยปกติ Caregiver จะทำงานไม่เกิน 35-45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และได้รับรายได้ไม่น้อยกว่าฐานขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ CA$1,600-2,400 ต่อเดือน(~41,000-63,000 บาท/ต่อเดือน) **ค่าแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละเมืองและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ Caregiver จะได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมทั้งได้รับวันหยุดเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากทำงานครบ 1 ปีอีกด้วย

ค่าใช้จ่าย

รายการ

ค่าใช้จ่าย

ค่าดำเนินการสมัคร $570 (~19,600 บาท) ค่าธรรมเนียมสมัครการพำนักอาศัยถาวร (Permanent residence) $515 (~17,700 บาท) ค่าธรรมเนียมสำหรับคู่สมรสหรือคนรัก (ถ้าไปด้วย) $1,085 (~37,000 บาท) ค่าธรรมเนียมสำหรับเด็ก (ถ้าไปด้วย) $155 (~5,300 บาท) ค่าธรรมเนียมตรวจพิสูจน์บุคคล (Biometrics)**หากจำเป็น $85 (~2,900 บาท) ค่าธรรมเนียมตรวจพิสูจน์บุคคล (Biometrics) สำหรับ 2 คนขึ้นไป **หากจำเป็น $170 (~5,800 บาท) ค่าธรรมเนียมขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) $155 (~5,300 บาท)

Note:

  • ควรชำระค่าธรรมเนียมสมัครการพำนักอาศัยถาวร (Permanent residence)ทันทีหลังจากสมัคร
  • อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าตรวจสุขภาพ ค่าทำหนังสือรับรองพฤติกรรม ค่าสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หรือค่าขอใบรับรองการศึกษา เป็นต้น
  • ถ้าสมัครกับทางเอเจนซีอาจมีค่าดำเนินการเพิ่มเติม

คุณสมบัติเบื้องต้น

  • อายุ 18-45 ปีไม่จำกัดเพศ ศาสนา เชื้อชาติและสถานภาพการสมรส
  • จบการศึกษาสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และต้องได้รับการประเมินหนังสือรับรองการศึกษาหรือการเทียบวุฒิ (ECA)จากองค์กรที่ได้รับการรับรอง สามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเพิ่มเติิมได้
  • ต้องหางานและได้รับ Job offer จากนายจ้างจากแคนาดา(สำคัญมาก!)
  • ควรมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 1 ปี เช่น ครู พยาบาล ออแพร์ พี่เลี้ยงเด็ก ผู้ดูแลคนชราหรือคนป่วย เป็นต้น (ส่วนนี้จะทำให้หานายจ้างได้ง่ายขึ้น)
  • ต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ **ผลการสอบต้องมีอายุอย่างน้อย 2 ปีก่อนสมัคร
    - ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของประเทศแคนาดา หรือ Canadian Language Benchmarks (CLB) ขั้นต่ำระดับ CLB 5
    - ผลการสอบ IELTS ประเภท General Training ขั้นต่ำระดับ 5 ยกเว้นพาร์ต Reading ขั้นต่ำระดับ 4
  • อาจต้องมีใบรับรองการฝึกอบรมปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)
  • สามารถขับรถได้ และมีใบขับขี่รถยนต์ (สามารถสอบได้หลังจากเข้าร่วมโครงการ)
  • สุขภาพดี ไม่เป็นโรคติดต่อ และไม่มีประวัติอาชญากรรม

Note:

  • ประสบการณ์ในการทำงานจะต้องเกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องการสมัครเท่านั้น เช่น ถ้าสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ก็ต้องมีประสบการณ์ดูแลเด็ก ไม่สามารถใช้ประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุแทนได้
  • อาจต้องสำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยระยะพักฟื้น หรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีเลือกดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ)

สรุปข้อดี & ข้อควรระวังก่อนสมัคร Caregiver

ข้อดี

  • Caregiver เป็นโครงการที่ถูกต้องตามกฏหมายของประเทศแคนาดาผู้เข้าร่วมจะได้รับการอนุญาตและการคุ้มครองเปรียบเสมือนพลเมืองแคนาดาคนหนึ่ง
  • ได้รับการคุ้มครองสุขภาพฟรีจากรัฐบาลแคนาดา ยกเว้นเรื่องศัลยกรรมความงาม และทันตกรรม
  • ไม่เสียค่าที่พัก เนื่องจากสามารถอาศัยอยู่กับนายจ้างได้ (หรือไม่พักอาศัยอยู่กับนายจ้างก็ได้เช่นกัน แต่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง)
  • สามารถขอภาษีคืนจากรัฐบาลแคนาดาได้ทุกๆ ต้นปี
  • เมื่อทำงานครบ 2 ปี สามารถทำเรื่องขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร (Permanent resident)ของประเทศแคนาดาได้
  • สามารถพาครอบครัว (คนรักและลูก)ไปที่ประเทศแคนาดาพร้อมกันได้ หรือ ย้ายครอบครัวเข้ามาที่ประเทศแคนาดาได้เมื่อเป็นผู้อาศัยถาวรแล้ว (Permanent resident)โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับชาวแคนาดา

ข้อควรระวัง

  • ต้องจ่ายค่าดำเนินการและค่าทำเอกสารในการสมัครด้วยตัวเองทั้งหมด
  • การพักอาศัยอยู่กับนายจ้างที่ดูแล อาจมีบางครั้งที่ต้องทำงานเกินเวลาที่ตกลงไว้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม
  • อาจสูญเสียความเป็นส่วนตัว เนื่องจากต้องแชร์ส่วนต่างๆ ภายในบ้านกับทางนายจ้าง ดังนั้นควรพูดคุยทำข้อตกลงกับนายจ้างและขีดเส้นแบ่งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจน
  • ต้องมีใจรักในการทำงาน สามารถทนอยู่ในสถานการณ์ที่ปัญหาหรือรับแรงกดดันได้ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
  • ไม่สามารถทำงานอย่างอื่นนอกจาก Caregiver ได้
  • อาจมีปัญหากับนายจ้าง ต้องเผื่อใจเอาไว้และคุยข้อตกลงกับนายจ้างดี

อยากเป็น Caregiver ที่แคนาดาต้องทำยังไง?

โครงการCaregiver จะเปิดรับสมัครทุกวันที่ 1 มกราคม(รอบต่อไปวันที่ 1 มกราคม 2024)จำนวน 2,750 คน/ประเภท และจะปิดรับสมัครทันทีเมื่อเต็มจำนวน ซึ่งรายละเอียดและคุณสมบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีได้ ดังนั้นแนะนำให้ศึกษาข้อมูลและติดตามอัปเดตที่เว็บไซต์โดยตรงอีกทาง >> https://shorturl.at/kCIQV<<

Note:

  • หากผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามกำหนด จะได้รับใบอนุญาตเพื่อทำงานในแคนาดาแบบชั่วคราว
  • ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เป็นแบบจำกัดอาชีพ (ทำได้แค่งาน Caregiver เท่านั้น)แต่สามารถเปลี่ยนเจ้านายได้ **อาจมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม
  • เมื่อทำงานครบ 2 ปีแล้ว สามารถส่งหลักฐานเพื่อพิจารณาขอเป็นผู้พำนักอาศัยถาวร (Permanent residence)ได้เลย โดยไม่ต้องยื่นเอกสารทั้งหมดอีกรอบ
  • ถ้าครอบครัวต้องการไปทำงานหรือเรียนที่แคนาดา สามารถพาครอบครัวไปด้วยได้ โดยต้องส่งเอกสารพร้อมกับผู้สมัคร

เช็กคุณสมบัติและเตรียมตัวให้พร้อม

ควรเช็กคุณสมบัติให้เรียบร้อยก่อนทำการสมัคร เพราะถ้ามีข้อใดที่ไม่ตรงตามที่กำหนดก็จะไม่สามารถสมัครได้ เช่น วุฒิการศึกษา ผลสอบวัดระดับภาษา ชั่วโมงในการทำงาน เป็นต้น สามารถเช็กคุณสมบัติคร่าวๆ ได้ตามที่ลิสต์ไว้ข้างบนหรือเข้าไปเช็กที่ลิงก์นี้ก็ได้ค่ะ

หานายจ้างเพื่อขอ Job Offer

ระหว่างรอวันเปิดรับสมัครผู้สมัครสามารถหานายจ้างรอก่อนได้นะคะ เพราะว่าต้องใช้เอกสารJob Offerในการสมัครนั่นเองค่ะ โดยสามารถหาจากช่องทางออนไลน์หรือกลุ่มในเฟซบุ๊กก็ได้ เช่น AuPair World, indeed.comและ CannadianNanny.caเป็นต้น ในส่วนของ Job Offer ควรมีข้อเสนอดังนี้

  • เอกสารการจ้างงานจากนายจ้าง (ดาวน์โหลดเอกสาร)
  • ทำงานอย่างน้อย 30 ชั่วโมงและได้รับค่าจ้างในแต่ละสัปดาห์
  • ต้องทำงานเมืองอื่น ที่ไม่ใช่เมืองQuebec
  • งานที่ทำต้องอยู่ในขอบเขตหน้าที่ที่ได้กล่าวไปข้างบน

เตรียมเอกสารให้เรียบร้อยก่อนสมัคร

  • ใบสมัครออนไลน์ (Online Application Forms)
  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • ผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ IELTSหรือ CLB
  • หนังสือรับรองการศึกษาหรือการเทียบวุฒิ(ECA)
  • เอกสารระบุตัวตนและสถานะทางพลเมืองต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร เอกสารการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า (ถ้ามี)ใบแสดงสถานะทางการเงิน (Financial Statement)เป็นต้น
  • หลักฐานแสดงการทำงาน (ได้รับเงินเดือนหรือไม่ได้รับก็ได้) ได้แก่ จดหมายอ้างอิงจากนายจ้าง บันทึกการจ้างงาน สัญญาการจ้างงาน เช็กเงินค่าจ้าง**สามารใช้เอกสารในการฝึกงานและประกาศนียบัตรได้
  • หนังสือรับรองพฤติกรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้
  • รูปภาพของผู้สมัครและครอบครัว 50 mm x 70 mm **ต้องถ่ายภายใน 6 เดือนก่อนสมัคร ได้

Note:

  • เอกสารข้างบนเป็นเพียงการลิสต์คร่าวๆ เท่านั้นนะคะ อาจมีเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเอกสารได้เลยค่ะ >> Document Checklist<<
  • เอกสารทั้งหมดควรแปลเป็นภาษาอังกฤษและแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองทางการแปล

กรอกใบสมัครทางออนไลน์

  • สามารถสมัครเพื่อขอพำนักอาศัยถาวร(Permanent residence) และยื่นคำร้องขอใบอนุญาตทำงานหรือ Work Permitไปพร้อมกันเลยได้ค่ะ
    - สมัคร PR ได้ >> https://prson-srpel.apps.cic.gc.ca/en/login<<
    - ยื่นขำร้องขอ Work Permitได้ >> https://shorturl.at/mowZ3<<
  • ผู้สมัครต้องกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ให้เรียบร้อย
    - Generic Application Form for Canada
    - Schedule A – Background/Declaration
    - Additional Family Information
    - Supplementary Information - Your travels
  • แบบฟอร์ม PDF ที่สามารถกรอกทางออนไลน์ได้ (ไม่ต้องลงลายมือชื่อ)
    - Document Checklist: Home Child Care Provider or Home Support Worker (ใช้เพื่อเช็กเอกสารว่าครบหรือไม่)
    - Schedule 19a – Home Child Care Provider or Home Support Worker – Education and Language Assessment
  • แบบฟอร์ม PDF ที่ต้องพิมพ์และลงรายมือชื่อ พร้อมทั้งอัปโหลดลงในใบสมัคร
    - Offer of Employment
    - Application For a Work Permit Made Outside of Canada
    - Statutory Declaration of Common-law Union(ถ้ามี)
    - Separation Declaration for Minors Traveling to Canada (ถ้ามี)

Note:

  • สามารถอ่านรายละเอียด, ศึกษาขั้นตอนการสมัคร PR รวมถึงดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ >> https://shorturl.at/asMTX<<
  • ผู้สมัครควรกรอกและตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน หากส่วนใดไม่เกี่ยวข้อง สามารถเขียนว่า "Not Applicable" หรือ"NA" ได้เลยค่ะ
  • อาจมีการร้องขอเอกสารเพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่

ชำระค่าธรรมเนียมในการสมัคร

ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับตัวผู้สมัครและสมาชิกในครอบครัว สามารถอิงรายการชำระเงินจากข้างบนได้เลย และดูรายละเอียดในการชำระเงินได้ค่ะ และหลังจากดำเนินการเสร็จแล้วให้บันทึกใบเสร็จทั้งหมด พร้อมทั้งอัปโหลดลงในใบสมัครด้วย

ส่งใบสมัคร

  • ก่อนส่งใบสมัครควรตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อย สามารถเช็กใน Document Checklistได้นะคะ
  • ลงนามในแบบฟอร์มที่ต้องลงลายมือชื่อให้เรียบร้อย
  • รวมใบเสร็จค่าดำเนินการ เพื่ออัปโหลดลงในใบสมัคร
  • อัปโหลดเอกสารประกอบทั้งหมด
  • ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในใบสมัคร (พิมพ์ชื่อ-นามสกุลให้ตรงตามที่ปรากฏบนหนังสือเดินทาง)

P.S.หากใบสมัครไม่เรียบร้อย จะถูกปฏิเสธและต้องทำการแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อส่งอีกครั้ง สามารถส่งใบเสร็จเดิมได้เมื่อทำการสมัครอีกครั้ง และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าธรรมเนียมที่ชำระครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สมัคร Caregiver กับทางเอเจนซีดีไหมนะ?

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเราสามารถสมัคร Caregiverด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าใครไม่มีเวลาเตรียมตัวหรือกังวลเรื่องเอกสารและมีงบเพียงพอ การสมัครกับทางเอเจนซีก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เรามากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการหานายจ้าง การเตรียมเอกสารและการสมัครเลยค่ะ

วันนี้พี่ครีมเลยลิสต์ตัวอย่างเอเจนซีของไทยที่รับดูแลการสมัคร Caregiverในประเทศแคนาดามาฝากทุกคนด้วย ตามมาส่องรายละเอียดคร่าวๆ พร้อมจดลงลิสต์กันเลยย~

  • Thai To Canada- เพจที่รวบรวมข้อมูล ช่วยจัดหานายจ้างและตรวจสอบเอกสารต่างๆ สำหรับงาน Caregiver ที่ประเทศแคนาดาโดยเฉพาะ
    เว็บไซต์: https://thaitocanada.com/thaihome/
    FB: https://web.facebook.com/thaitocanada?locale=th_TH
    Email: thaitocanada@gmail.com
  • iHostThailand- บริษัทที่ให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือการเรียนหรือทำงานต่างประเทศ รวมถึงโครงการ Caregiver ที่ประเทศแคนาดาด้วย
    เว็บไซต์: https://ihostthailand.com/work-abroad-2/canada-caregiver/
    FB: https://web.facebook.com/IHostFanPage/
    Tel: 083 989 1810
  • Au Pair Thailand- บริษัทที่ให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือโครงการ Caregiver ที่แคนาดาและโครงการออแพร์ในประเทศอื่นๆ โดยจะให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มจนจบโครงการ
    เว็บไซต์: http://www.aupairthailand.org/
    Line:aupairthailand
    Tel: 086-338-4455

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ ‘โครงการ Caregiver’ที่นำมาฝากกันในวันนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการย้ายไปอยู่ต่างประเทศที่น่าสนใจเลยทีเดียว ถ้าใครสนใจแนะนำให้รีบเตรียมคุณสมบัติและเอกสารไว้ให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ เพราะว่าโควตาเต็มเร็วมากก! (ระวังพลาดกันนะ)ส่วนพี่เองก็ต้องขอลาไปเตรียมตัวก่อนบ้างเหมือนกัน เผื่อจะได้โยกย้ายส่ายสะโพกไปสัมผัสคุณภาพชีวิตดีๆ ที่แคนาดากับเค้าบ้างง >< // ใครเคยเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว มาเล่าสู่กันฟังได้น้าา รออ่านค่า ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...