โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิธรรม อยากคุย ‘วิษณุ’ ชวนนั่งกก.ศึกษาประชามติ ไม่ปิดทาง ก้าวไกล ร่วมด้วย

Khaosod

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 04.08 น.
ภูมิธรรม อยากคุย ‘วิษณุ’ ชวนนั่งกก.ศึกษาประชามติ ไม่ปิดทาง ก้าวไกล ร่วมด้วย

ภูมิธรรม ทาบ ‘เอกชัย-สิริพรรณ-พงศ์เทพ-นิกร’ ร่วมกก.ศึกษาประชามติฯ แก้ รธน. เปิดช่อง ก้าวไกล ร่วมทีม รับอยากคุย‘วิษณุ’ ฟังความเห็นทำงาน เล็งลดงบทำประชามติ เหตุทำหลายครั้งงบสูงแตะหลักหมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คาดว่าต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ที่จะพูดคุยทุกอย่างให้เรียบร้อย โดยตนติดต่อทาบทามบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ นายเอกชัย ไชยนุวัฒน์ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่มีความสนใจ

โดยต้องคุยในรายละเอียดเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่าจะมีบทบาทและเข้ามาทำให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างแท้จริง นอกจากนั้นจะทาบทามนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ได้อยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่เรายังขอคำปรึกษาในแง่กฎหมายหลายครั้งในฐานะอดีตผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ตอบรับเข้าร่วม ซึ่งน่ายินดีเพราะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรรมนูญ และยืนยันในจุดยืนประชาธิปไตยมาตลอด

ทั้งนี้ จะเร่งติดต่อบุคคลให้เร็วที่สุด เมื่อนายกฯ เดินทางกลับจะเสนอรายชื่อเพื่อพิจารณา หากไม่ทันวันที่ 26 ก.ย. ในสัปดาห์ถัดไปวันที่ 3 ต.ค. คาดว่าจะมีรายชื่อครบถ้วน และในการประชุมนัดแรกจะกำหนดไทม์ไลน์การทำงาน รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต เป้าหมาย ขั้นตอนการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

“ผมหวังว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น สมมติว่ารัฐบาลครบ 4 ปี ซึ่งผมอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งหน้ามีรัฐธรรมนูญใหม่ และมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใหม่ให้สำเร็จเพื่อใช้เลือกตั้ง” นายภูมิธรรม กล่าว

ผู้สื่อถามว่าจะเชิญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นักนิติศาสตร์ชื่อดัง เพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรายินดีต้อนรับทุกคน ให้มีส่วนร่วม ต้องคุยรายละเอียดถึงกรอบแนวทาง

เมื่อถามว่าจะทาบทามนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับนายวิษณุ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากคุยเพราะท่านเป็นผู้รู้เชี่ยวชาญในกฎหมาย และยังมีอีกหลายคนเคยมีบทบาทที่เราจะได้นำความคิดเห็น หรือหากยังไม่มีโอกาสคุย เวลามีประชุมก็ปรึกษาหารือกันได้

เมื่อถามว่าได้ทาบทามตัวแทนพรรคก้าวไกลเข้าร่วมคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเชิญพรรคการเมืองมาร่วมให้มากที่สุด แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องจำนวนคน เมื่อเกิน 30 คน ใหญ่มากเกินไปก็ทำงานลำบาก แต่ถ้าไม่ได้เป็นคณะกรรมการก็เข้ามามีส่วนร่วม พบพูดคุยแสดงความคิดเห็น

เมื่อถามถึงงบประมาณจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและทำประชามติ รวมแล้วประมาณเท่าใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า การทำประชามติ ตีความตามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยจะใช้งบประมาณครั้งละ 3-4 พันล้านบาท แต่ตนคิดว่าอยู่ในแนวทางที่พูดคุยกันให้ชัดเจน ต้องอาศัยความคิดเห็นจากคณะกรรมการชุดดังกล่าว

เราจะทำประชามติน้อยครั้งที่สุด อันไหนควบรวมได้ก็จะทำ โดยยึดแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยไว้ และหากประหยัดงบได้มากที่สุดก็เป็นเรื่องดี เพราะหากทำครบ 3-4 ครั้งตามที่ศาลวินิจฉัยจะใช้งบสูงถึงหมื่นล้าน

เมื่อถามมองเรื่องมาตรฐานจริยธรรมที่ลงโทษ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ด้วยการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตอย่างไร ขณะที่พรรคก้าวไกลระบุปัญหาอยู่ที่รัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อะไรที่เป็นประชาธิปไตยเราทำได้หมด เว้นการแก้ไขในหมวด 1 และ 2 ในแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นเราต้องดูว่าเจตจำนงที่จะควบคุมดูแลนักการเมือง และผู้เกี่ยวข้อง ต้องถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องดูว่าไปละเมิดและมีความเที่ยงตรงได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องดูในรายละเอียด

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ามาตรฐานจริยธรรมที่ออกโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ มาบังคับใช้กับ สส.อาจไม่ถูกหลัก หรือกรณีศาลตัดสินว่าไม่ผิด แต่กลับผิดหลักจริยธรรมไปก่อนหน้านี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูเป็นรายกรณี แต่การอิงศาลรัฐธรรมนูญในเบื้องต้นก็ถูกต้องแล้ว แม้จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่อะไรที่เป็นปัญหามากเกินไป คนในกลุ่มวิชาชีพที่เราเชิญมาหรือรับฟังมาก็จะเป็นคนให้ความเห็นเองว่าเรื่องไหนโอเค หรือเรื่องไหนต้องปรับปรุงแก้ไขอะไร

หากระดมความคิดเห็นได้กว้างขึ้นรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีปัญหา เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และทุกฝ่ายต้องยอมรับและผ่านให้ได้ และถ้ารัฐธรรมนูญผ่านได้ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยในลำดับใด ก็จะทำให้โอกาสและบรรยากาศของประเทศ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...