โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESG Tracker ระบบวัดความยั่งยืนในธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ส.ค. 2566 เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 12.55 น.

ปัจจุบัน ESG (environment, social, governance) กำลังได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุน โดยจะให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม (environment) , สังคม (social) และธรรมาภิบาล (governance) ทำให้องค์กรธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ และนำเรื่อง ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาธุรกิจ

สำหรับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) ในฐานะเป็นสถาบันทางด้านธุรกิจก็ให้ความสำคัญกับประเด็นที่กล่าวมา ปัจจุบันมีหลักสูตรปริญญาโท สาขา Managing For Sustainability (MFS) และหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาภาวะผู้นำอย่างยั่งยืน (Ph.D. in Sustainable Leadership) เพื่อสร้างนักบริหารรุ่นใหม่ ในศาสตร์แห่งอนาคตเพื่อการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน

รวมถึงพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ ผู้บริหารให้มีความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนสู่การนำองค์ความรู้ไปพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านการผลิตและขายสินค้า การระดมทุน และการพัฒนาธุรกิจ

นอกจากนั้น ยังมีการทำวิจัย รวมถึงการบริการวิชาการ โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัวระบบ “ESG Tracker” ที่พัฒนาร่วมกับศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน (ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue : ACSDSD) และมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

โดยระบบนี้พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานด้าน ESG ของแต่ละบริษัทในประเทศไทย โดยผ่านรายงานที่มีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ หรือข้อมูลที่เป็นสาธารณะ

“รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม” คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เรื่อง ESG ขององค์กรในไทย ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยให้ความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านธรรมาภิบาล หัวใจหลักที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกใช้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการ เพื่อทำให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับองค์กรในระยะยาว รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโลก ด้านพลังงาน และด้านความหลากหลายในการทำงาน

หลักการทำงานของ ESG Tracker จะเป็นการวิเคราะห์ภายใต้เกณฑ์ 2 ข้อ คือ

หนึ่ง ESG Disclosure คือ องค์กรจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับสูง โปร่งใส ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อการประเมินการทำงาน มีกระบวนการสืบเสาะประเด็นสำคัญจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีการประเมินความสำคัญและผลกระทบ

สอง ESG Data Quality องค์กรจะต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และตรงประเด็นตามแนวทางการรายงานด้านความยั่งยืน รวมถึงมีความสามารถในการตรวจทานได้ในกรณีต่าง ๆ มีความเหมาะสมกับกลยุทธ์ และกิจกรรมทางธุรกิจขององค์กร ซึ่งเป็นการใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใช้ในการอนุมัติให้บริษัทจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

ดังนั้น จากการใช้ระบบ ESG Tracker เป็นครั้งแรก ระบบเริ่มต้นทำการคัดเลือกจาก 20 องค์กรที่มีทุนจดทะเบียนสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เหลือเพียง 7 องค์กรที่จะเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรภาคธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่ง CMMU ได้มอบรางวัล CMMU-ESG AWARD ประจำปี 2566 ให้กับทั้ง 7 องค์กรไปเมื่อไม่นานผ่านมา โดยแบ่งแยกตามประเภทของอุตสาหกรรม ดังนี้

หนึ่ง กลุ่มเกษตรกรรม ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งไทยเบฟฯเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG มานานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 2014-2015 ต่อยอดมาจากหลักการ CSR โดยการเริ่มต้นใช้หลัก ESG ในองค์กร มีเกณฑ์และรูปแบบการทำงานมากกว่า 10-15 ด้าน ส่วนกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้จัดกลุ่มออกมาประมาณ 8 กลุ่ม เพื่อนำรูปแบบการดำเนินงานไปใช้ จนขยายไปถึงธุรกิจในซัพพลายเชนและไปถึงลูกค้าผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ

สอง กลุ่มบริการทางการเงินและการธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทยระบุว่าธนาคารมีบทบาทหลัก คือ การเป็นสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบัน ต้องยึดหลักการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมร่วมด้วย คือการดำเนินงานของธุรกิจที่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารจะต้องไม่สร้างผลกระทบในเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งยังประกาศจุดยืนการเป็นผู้นำด้านธุรกิจ ESG ของธุรกิจธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมี 12 นโยบายเพื่อผลักดันหลักการ ESG อย่างเช่น ด้านสิ่งแวดล้อม มีการประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งเชื่อว่าจะสำเร็จในปี 2030 ส่วนเรื่องการให้สินเชื่อ ปัจจุบันให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อความยั่งยืน 1-2 แสนล้านบาท และหลักการ ESG ไปพิจารณาเรื่องการให้สินเชื่อโดยเฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่”

สาม กลุ่มก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซึ่งมีหลักการ ESG 4+ กับการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ Net Zero, Go Green, Lean เหลื่อมล้ำ, ย้ำร่วมมือ สำหรับภายใต้หลักการ Net Zero SCG ตั้งเป้าว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2050

โดยจะวางแนวทางนำพลังงานสะอาดมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างการใช้พลังงานชีวมวล (biomass) การใช้ระบบโซลาร์ขนาดใหญ่ การนำลมร้อนที่เหลือใช้จากการผลิตปูนกลับมาเป็นพลังงานอีกครั้ง ปัจจุบัน SCG ลดการใช้พลังงานฟอสซิลลงได้ถึง 40% จากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด

ส่วน Go Green บริษัทผลักดันสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะผลิตให้ได้ 67% ของสินค้าทั้งหมด

ส่วน Lean เหลื่อมล้ำ คือการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เน้น 3 ด้านใหญ่ที่เป็นพื้นฐานอย่าง การศึกษา การสร้างอาชีพ และสาธารณสุข และย้ำร่วมมือ หมายถึงการอาศัยความร่วมมือทั้งจากรัฐบาลและเอกชน

สี่ กลุ่มพลังงาน ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยมุ่งความท้าทายมากทั้งจากการลงทุน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม

เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญมากขึ้นเพื่อผลักดันหลักการเรื่องความยั่งยืน คือศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เป็นความท้าทาย เริ่มจากการควบคุมการดำเนินงานของซัพพลายเชน สร้างการแข่งขันของตัวเอง โดยร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ

ห้า กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เซ็นทรัลในทุกวันจะมีผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่ของเครือมากกว่า 1 ล้านคน ทำให้เซ็นทรัลมุ่งมั่นพัฒนาใน 3 ประเด็น อย่างแรก คือ การทำให้พื้นที่เป็นที่สาธารณะเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี เป็นพื้นที่สร้างการเรียนรู้ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สร้างคุณภาพชีวิตในพื้นที่ของเซ็นทรัล เช่น การใช้พื้นที่เป็นจุดฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ ยังผลักดันความภาคภูมิใจของท้องถิ่น ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน พร้อมกับให้โอกาสผู้ค้า และเกษตรกรเข้ามาใช้พื้นที่ในการค้าขายไปพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์เอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย ส่วนด้านสุดท้าย คือ ด้านสิ่งแวดล้อม เริ่มจากองค์กรที่ผลักดันให้การทำงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หก กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากอินทัช ดำเนินการด้านการลงทุน ไม่ใช่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจทั่วไป จึงได้ควบรวมหลักการเข้าไปในการลงทุน แบ่งเป็นขั้นตอนทั้งก่อนและหลังการลงทุน

สำหรับขั้นตอนก่อนการลงทุน ในอดีตบริษัทจะเน้นเรื่องการคืนทุนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันไม่ใช่การตัดสินใจหลัก เพราะมีการพิจารณาเรื่องความยั่งยืนตามหลัก ESG เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ส่วนขั้นตอนภายหลังการลงทุนจะมีการประเมินบริษัทที่เข้าไปลงทุนเพื่อการปรับปรุงให้ดำเนินการตามหลัก ESG มากขึ้นในอนาคต

เจ็ด รางวัล Best Disclosure บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้วยการให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย โปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้

“รศ.ดร.วิชิตา” กล่าวต่อว่า ตรงนี้ถือเป็นการเริ่มต้นในการนำ ESG Tracking มาใช้ ทั้ง 7 บริษัทถือเป็น good example ที่คัดเลือกโดยระบบเท่านั้น และดูข้อมูลผ่านการเผยแพร่บนเว็บไซต์ และต่อไปเราจะมีการพัฒนาอีกหลายโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับ ESG ทั้งยังมีการจัดงานมอบรางวัลทุกปี รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มองค์ความรู้สู่เอสเอ็มอี

“ดิฉันมองว่า ESG ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ทุกคนควรตระหนัก และเริ่มลงมือทำได้เพียงแต่หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ดังนั้นเราก็จะพยายามสร้างองค์ความรู้สู่เอสเอ็มอี รวมถึงบุคคลทั่วไปด้วย ตามแนวคิด ESG for All”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...