โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Fast X ไม่น่าแบ่งย่อยได้ 3 ภาคอย่างที่พี่วินคุยโวไว้ หลังรายได้ในสหรัฐฯ น้อยจนน่าตกใจ

BT Beartai

อัพเดต 07 มิ.ย. 2566 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 03.55 น.
Fast X ไม่น่าแบ่งย่อยได้ 3 ภาคอย่างที่พี่วินคุยโวไว้ หลังรายได้ในสหรัฐฯ น้อยจนน่าตกใจ

ในช่วงเดินสายโปรโมต Fast X วิน ดีเซล (Vin Diesel) ในฐานะนักแสดงและผู้อำนวยการสร้างได้เปรยกับนักข่าวไว้ว่า Fast X มหากาพย์ปิดตำนาน Fast อาจจะถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 ภาค จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าเป็น 2 ภาค แต่หลังจากที่หนังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว รายได้ในประเทศกลับไม่เปรี้ยงปร้างตามคาด และแผนการอาจจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้

พลังดาราที่อัดแน่น ไม่สามารถช่วยรายได้ของหนัง
พลังดาราที่อัดแน่น ไม่สามารถช่วยรายได้ของหนัง

แต่ก็ยังดีที่รายได้ในต่างประเทศไปได้ดี ขณะนี้ทำไปได้ 530 ล้านเหรียญแล้ว ในขณะที่ตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐฯ นั้นทำไปได้แค่เพียง 129 ล้านเหรียญ นับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทุนสร้างและงบประมาณโฆษณาที่ยูนิเวอร์แซลควักกระเป๋าออกไปมากกว่า 350 ล้านเหรียญ

ไม่เพียงแค่นั้น รายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ของ Fast X ยังลดฮวบฮาบถึง 67% จากสัปดาห์แรก ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าตัวเลขรายได้ในประเทศไม่น่าจะแซง F9 ภาคก่อนหน้าที่ทำรายได้ในประเทศไป 173 ล้านเหรียญ และรายได้รวมทั่วโลกที่ 723 ล้านเหรียญ ทั้ง ๆ ที่ F9 เข้าฉายในท่ามกลางสภาวการณ์ที่แย่กว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นช่วงปลายของสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด โรงภาพยนตร์ยังไม่ได้เปิดให้บริการทั่วสหรัฐฯ

ด้วยตัวเลขรายได้ 129 ล้านเหรียญในสหรัฐฯ ของ Fast X นั้น ถือว่าเป็นรายได้ลำดับที่ 3 จากท้ายตาราง สูงกว่าแค่ 2 ภาคคือ 2 Fast 2 Furious (2003) – 127 ล้านเหรียญ และ The Fast and the Furious: Tokyo Drift (2006) – 62 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็น 2 ภาคที่ไม่มี วิน ดีเซล มารับบทนำ

รายได้ของ Fast X ในสหรัฐฯ
รายได้ของ Fast X ในสหรัฐฯ

จากนี้ไปสิ่งที่ยูนิเวอร์แซลพอจะคาดหวังได้ก็คือรายได้ก๊อกสองจากการวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีและช่องทางสตรีมมิง แต่ Fast X ได้ฝากไว้เรื่องเตือนใจไว้ให้กับยูนิเวอร์แซล เมื่อจะควักทุนสร้างครั้งต่อไปให้กับ Fast 11 หรือ Fast 12 (ถ้ามี) ว่าวันนี้แฟรนไชส์ Fast ไม่ได้เป็นหนังแม่เหล็กที่แข็งแกร่งที่สามารถเรียกผู้ชมได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว

สิ่งที่แฟรนไชส์ Fast กำลังประสบอยู่ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ที่มักจะทำรายได้ดีในสุดสัปดาห์แรกเท่านั้น และจะตกลงอย่างฮวบฮาบในสัปดาห์ที่ 2 กรณีของ fast X เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า แม้หนังจะอัดแน่นไปด้วยนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดมากหน้าหลายตา แถมด้วยฉากแอ็กชันที่เวอร์วัง แล้วยังมีตอนจบที่สุดระทึกใจ ทิ้งค้างชะตากรรมของบรรดาตัวละครชวนให้ติดตามความเป็นไปในภาคต่อไป แต่ปัญหาใหญ่ของแฟรนไชส์ Fast ก็คือ นี่คือหนังภาคที่ 10 ของแฟรนไชส์แล้ว หนังได้มอบทุกอย่างให้กับผู้ชมจนไม่เหลืออะไรแปลกใหม่หวือหวาให้คนดูคาดหวังอีกต่อไป แต่สิ่งที่ผู้ชมพูดถึงมากที่สุดในภาคนี้ก็คือการปรากฎตัวของ เจสัน โมโมอา (Jason Momoa) ที่ฝากการแสดงไว้อย่างน่าจดจำ แต่ลำพังพลังของโมโมอาก็ไม่เพียงพอที่จะลากหนังไปแตะตัวเลขระดับ 1,000 ล้านเหรียญได้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ได้ดู Fast 11 กันอย่างแน่นอน แต่ก้าวต่อไปจากนี้จะเป็นก้าวที่ยากขึ้นและเป็นก้าวที่สตูดิโอและทีมสร้างต้องระมัดระวังอย่างมาก เชื่อแน่ว่าทางผู้บริหารสตูดิโอจะต้องโดดมาคุมเข้มในกระบวนการสร้างอย่างใกล้ชิด และ Fast X ก็ส่อแววให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าหนังจะปิดตำนานด้วย Fast 11 หรือ Fast 12 แต่ก็ไม่ได้เป็นการปิดฉากที่สง่างามเสียแล้ว

ที่มา : movieweb

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...