YLG แนะซื้อทองรอบใหม่ หากยืน $4,700-4,648 หากหลุดต้องขาย
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,687 – 4,773 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 72,150 บาทต่อบาททองคำ ราคาเพิ่มขึ้น 550 บาทจากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 71,600 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันที่ 12 พ.ค. เปิดตลาดบริเวณ 4,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดบวก 21.89 ดอลลาร์จากคืนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นดังกล่าวดูขาดปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งเพียงพอ เมื่อเทียบกับภาพรวมที่ยังถูกกดดันจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง และความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่แทบหมดไป ส่งผลให้ช่วงบ่ายราคาทองคำปรับตัวลงจนหลุดแนวรับ 4,700 ดอลลาร์ชั่วขณะ สะท้อนว่าแรงซื้อ Buy on Dip เมื่อวานเป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น มากกว่าจะเป็นการกลับตัวอย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปวานนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันช่วงต้นวันหลังทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างปฏิเสธข้อเสนอของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว โดยทรัมป์เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ เป็นข้อเรียกร้องเกินเหตุ ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดกั้น ดัน Brent ขึ้นแตะ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ แม้ทองคำจะฟื้นตัวได้ในช่วงหลังจากแรงซื้อ Buy on Dip แต่แรงซื้อดังกล่าวไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป ปัจจัยลบยังคงกดดันหนัก ทั้งราคาน้ำมันที่ยังสูงกระตุ้นเงินเฟ้อ นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนมุมมองจาก “ลดดอกเบี้ย” เป็น “อาจขึ้นดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปี ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคืนนี้คือการประกาศดัชนี CPI เดือน เม.ย. (เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย) ตลาดคาดว่า Headline CPI จะเพิ่มขึ้น 0.6% MoM และ 3.7% YoY ส่วน Core CPI คาดที่ 0.3% MoM และ 2.7% YoY ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าราคาน้ำมันจากสงครามส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานมากน้อยเพียงใด หาก CPI ออกมาร้อนกว่าคาด จะยิ่งกดดันทองคำให้หลุด 4,700 ดอลลาร์ลงไปอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ดี ในระยะรายสัปดาห์ถึงรายเดือน ทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้หากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากการยุติความขัดแย้งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเปิดทางให้เฟดกลับมาพิจารณาลดดอกเบี้ยได้อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทองคำอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ซัมมิตทรัมป์-สี ในวันที่ 13-15 พ.ค. อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยทรัมป์จะพาคณะ CEO ยักษ์ใหญ่อย่าง Elon Musk (Tesla), Tim Cook (Apple), Larry Fink (BlackRock) และ David Solomon (Goldman Sachs) ร่วมเดินทางไปหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรื่องการค้า AI และประเด็นอิหร่าน โดยสหรัฐฯ มองว่าการเยือนจีนครั้งนี้คือเส้นตายสำหรับดีลอิหร่าน ก่อนที่จะหันไปพิจารณาทางเลือกทางทหาร หากจีนช่วยกดดันอิหร่านให้ยอมประนีประนอมได้สำเร็จ ก็จะเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วขึ้น
- หลังจากราคาดีดทดสอบแนวต้านเหนือ $4,764 จนได้เข้าสู่สภาวะ Overbought ใน Timeframe ย่อย ส่งผลให้เกิดแรงขายลงมาอีกครั้ง
- สำหรับวันนี้ ประเมินว่าหากการพักตัวสามารถยืนเหนือ $4,648 ได้จะยังไม่เสียโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้น
- กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $4,700-4,648 (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด $4,648)
- ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน $4,773 ผ่านได้ชะลอไปขายกำไรที่ต้านถัดไปบริเวณ $4,831-4,890