โคราช บุกจับ อดีตปลัดอำเภอ-จนท.รัฐ รวม 3 ราย แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา พุ่ง 50 ราย
โคราช บุกจับ อดีตปลัดอำเภอ-จนท.รัฐ รวม 3 ราย แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา พุ่ง 50 ราย เร่งเพิกถอนสูติบัตร นายก ทต.โพธิ์กลาง สั่งตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง 5 ปี
วันที่ 2 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา รายงานความคืบหน้าคดีแจ้งเกิดเท็จและออกใบสูติบัตรปลอมให้กับบุคคลสัญชาติจีนและสัญชาติเมียนมา รวมมากกว่า 50 ราย ใน จ.นครราชสีมา โดยเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐตามหมายจับ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย
1.พนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง (เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง)
2.อดีตปลัดอำเภอ อ.ห้วยแถลง
3.อดีตลูกจ้างที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง
บุกจับ อดีตปลัดอำเภอ แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา
จากนั้นเวลา 03.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 2569 ตำรวจ CIB นำตัวผู้ต้องหา 3 ราย จาก จ.นครราชสีมา ไปสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบ ป.ป.ป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ร่วมสอบปากคำด้วย
คดีนี้สืบเนื่องจากกรมการปกครองโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 จับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของคนจีนได้รับสัญชาติไทย ไปจำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 6 คน
บุกจับเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา
โดยก่อนหน้านี้ ศูนย์ ACSC ได้ติดตามสืบสวนกลุ่มสแกมเมอร์ซึ่งเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการเชื่อมโยงมาที่กลุ่มนายหน้ารับจดทะเบียนวีซ่า (VISA) ให้กับคนจีนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบข้อมูลต้องสงสัยของเด็กรายหนึ่งที่มีหนังสือเดินทางประเทศจีนกับสูติบัตรคนไทย
จึงมีการประสานข้อมูลมายังกรมการปกครอง โดย DOPA N.I.C.E. ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในสูติบัตรของเด็กคนดังกล่าว ระบุมีชื่ออยู่ที่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 7 ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา
เมื่อดูในระบบทะเบียนราษฎร พบว่าบ้านหลังดังกล่าว มีเด็กที่มีมารดาเป็นคนจีนและเมียนมาอาศัยอยู่หรือเคยมาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้จำนวนหลายสิบราย และยังพบว่าบ้านเลขที่ 114/1 ม.2 ต.ห้วยแคน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ก็มีเด็กที่มีมารดาเป็นคนจีนและเมียนมา มาอาศัยอยู่ในลักษณะเดียวกันนี้อีกจำนวนหลายรายเช่นกัน
DOPA N.I.C.E. จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบ้านทั้ง 2 หลังดังกล่าว ถูกรื้อถอนไปนานแล้ว เมื่อได้สอบถามข้อมูลจากโรงพยาบาลที่ถูกระบุในหนังสือรับรองการเกิด ปรากฏว่าไม่ได้มีการเกิดจริง และจากการติดตามสอบถามบุคคลสัญชาติไทยที่มีชื่อเป็นบิดาและผู้เกี่ยวข้อง ต่างยืนยันว่า ไม่ใช่บิดาที่แท้จริง
เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนของเทศบาลฯ รับสารภาพว่า ได้แอบอ้างใช้ชื่อบิดาสัญชาติไทยและโรงพยาบาล และออกสูติบัตรให้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เด็กมีสัญชาติไทยตามบิดา นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงไปถึงการแก้ไขรายการทางทะเบียนเท็จ อาทิ ชื่อบิดา มารดา หรืออายุของเด็กโดยสำนักทะเบียนอำเภออีกด้วย
กรณีนี้จึงเป็นการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำการแจ้งเกิดเท็จให้ลูกของบุคคลต่างด้าวได้รับสูติบัตรสัญชาติไทยและสูติบัตรคนต่างด้าว รวมทั้ง แก้ไขรายการทางทะเบียนอันเป็นเท็จ เป็นที่แน่ชัด จำนวน 13 คนต่อรายการ
ต่อมาวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา กรมการปกครอง โดย DOPA N.I.C.E. ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 3 รายดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา
สำหรับการแจ้งเกิดเท็จเด็กทั้ง 13 คน ทาง DOPA N.I.C.E. ได้ดำเนินการประสานให้นายทะเบียนดำเนินการเพิกถอนการรับแจ้งการเกิดโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตรวจพบบุคคลสัญชาติจีน เดินทางออกนอกราชอาณาจักร พร้อมเด็กชายอายุ 10 เดือน สัญชาติจีน
พบว่ามีสูติบัตรออกให้โดยเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ซึ่งต้องสงสัย และเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมมารดา โดยไม่มีเอกสารยินยอมให้เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่จึงไม่อนุญาตให้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร
ล่าสุดวันที่ 2 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายกิติพงศ์ พงษ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ของเทศบาลและปลัดเทศบาล เร่งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดทิพย์ย้อนหลังไป 5 ปี
เพื่อทำการเพิกถอนสูติบัตรของเครือข่ายกลุ่มคนจีนที่นำเอกสารเท็จที่แอบอ้างมาแจ้งเกิดกับเจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมล่าสุด โดยในเบื้องต้นพบแล้ว 50 ราย คาดว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการแจ้งเกิดทิพย์และทำบัตรประชาชนปลอมที่ จ.เชียงใหม่
นายกิติพงศ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่วมกับ รพ.ค่ายสุรนารี พบว่าในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 รายที่มีข้อมูลการเกิดจริง แต่ถูก “สวมสิทธิ์” ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 ราย ไม่พบข้อมูลการเกิด ขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลางพบการแจ้งเกิดทิพย์จำนวน 50 ราย โดยแยกเป็นกรมการปกครองพบ 5 ราย เทศบาลฯ พบ 45 ราย เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว
นายกิติพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง โดยย้ำว่าผู้กระทำผิดจะไม่สามารถหลบหนีความผิดได้
นายกิติพงศ์ ย้ำว่า ปัญหานี้เกิดจากทั้งพฤติกรรมไม่สุจริตของบุคคล และช่องโหว่ของระบบทะเบียนที่ยังเชื่อมโยงข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อมูลจากบางหน่วยงานที่ถูกนำไปแอบอ้างได้ง่าย พร้อมประกาศมาตรการเข้มงวดใหม่ ตรวจสอบตัวตนบุคคลต่างชาติอย่างละเอียด ทั้งความสัมพันธ์ หลักฐานชีวภาพ และเหตุผลการยื่นคำร้อง รวมถึงต้องรายงานผู้บริหารก่อนอนุมัติทุกกรณี
- โผล่อีก 45 ราย แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา พบพิรุธหนักแจ้งเกิด 'เด็กแฝด' ถึง 6 คู่
- นายกเล็กแจ้งความเอาผิด จนท.งานทะเบียนราษฎร์ แจ้งเกิดจีนเทา 27 ราย ได้ค่าจ้างรายละ 1-3 หมื่น
- ผู้การโคราช สั่งสอบ เจ้าหน้าที่รัฐปลอมใบแจ้งเกิดให้จีนเทา หัวละ 3 หมื่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โคราช บุกจับ อดีตปลัดอำเภอ-จนท.รัฐ รวม 3 ราย แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา พุ่ง 50 ราย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th