โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดราม่าสนั่น ‘สูตรค่าไฟใหม่’ แก้ปัญหาหรือสร้างภาระเพิ่ม

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
วิจารณ์สนั่น! โครงสร้างค่าไฟใหม่ที่ช่วงแรกประชาชนสับสนไปตาม ๆ กัน สรุปแล้วแพงขึ้นหรือถูกลงกันแน่?

จากช่วงแรก ๆ ฟังสัมภาษณ์ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ไฟแรง ระบุค่าไฟใหม่ขั้นบันได ถ้าใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ใช้ไฟถัดไป 201–400 หน่วย หน่วยละ 3.95 บาท ใช้ไฟ 401 หน่วยขึ้นไป มากกว่าหน่วยละ 5 บาท โดยแนะนำให้กลุ่มใช้ไฟมากกว่า 500 หน่วยให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เริ่มรอบบิล มิ.ย. 69

ทำเอาประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น! ออกอาการเอ๊ะ! ดูไปดูมา ค่าไฟใหม่เหมือนจะแพงขึ้นหรือไม่ มีแต่คนใช้ไฟน้อยที่ถูกลง กลายเป็นคนใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วย ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ต้องมาแบกกลุ่มใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 200 หน่วยอีกแล้วหรือ ทั้งที่กลุ่มคนส่วนใหญ่ก็ทั้งเสียภาษี มาตรการของภาครัฐ ก็ไม่ค่อยได้เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ แถมยังถูกบีบกลาย ๆ ให้ช่วยเหลือด้วยตัวเอง ด้วยการควักเงินติดแผงโซลาร์บนหลังคาเองจะได้ช่วยลดค่าไฟ

หลังจากประชาชนสับสนไปพักหนึ่งสุดท้าย…เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต้องรีบออกมาสยบเคลียร์ชัด ๆ ใหม่อีกรอบ หลังประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสรุปผลมติ กพช.เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าหรือที่เข้าใจกันว่า ขั้นบันได เคาะแค่บันไดขั้นแรกก่อนในการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกินหน่วยละ 3 บาท บ้านเรือนไม่นับรวมกิจการ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่

ขีดเส้นค่าไฟใหม่ มิ.ย.

ส่วนกลุ่มที่ใช้มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปหรือขั้นบันไดถัด ๆ ไปให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. หารือร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ศึกษาและสรุปตัวเลขใหม่จะเป็นกี่ขั้น ขั้นละเท่าใด ขีดเส้นต้องเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 69

เอกนัฏ ออกมาอธิบายการคิดคำนวณในอัตราก้าวหน้าของค่าไฟในโครงสร้างใหม่ยังมีความเข้าใจผิดไม่ใช่แบบเหมาจ่าย แต่จะเป็นค่าไฟเฉลี่ยแต่ละขั้น หากบ้านไหนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย หรือจ่ายค่าไฟอยู่ไม่เกิน 2,200 บาทต่อเดือน ค่าไฟจะถูกลง กลุ่มนี้มีผู้ได้รับประโยชน์ 23 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นโครงสร้างค่าไฟใหม่นี้จะใช้ตลอด 4 ปี หรือตลอดวาระ 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้

ย้ำโครงสร้างใหม่ถูกลง

ตัวอย่างโครงสร้างค่าไฟใหม่ ถ้าใช้ไฟฟ้าในเดือนนั้นไม่ถึง 200 หน่วย จะทำให้ค่าไฟถูกลงเยอะถึง20% แต่ถ้าใครใช้ไฟเกิน 200 หน่วย เช่น บ้านเดี่ยวมีตู้เย็น เปิดแอร์กลางคืน จะทำให้ค่าไฟถูกลง10% และถ้าใครจ่ายค่าไฟไม่ถึง2,200 บาทต่อเดือน จะจ่ายน้อยลงกว่าเดิม

พร้อมชี้ทางรอดถ้าใครที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 500 หน่วยขึ้นไป ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อ ให้ใช้หลังคาบ้านตัวเองเป็นโรงไฟฟ้า โดย “เอกนัฏ” ยืนยันจะคุ้มและผ่อนถูกกว่าค่าไฟที่ต้องจ่ายปกติ โดยเปิดให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 เมกะวัตต์ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบหน่วยละ 2.20 บาท ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี ถ้าเต็ม 500 เมกะวัตต์แรก แล้วก็พร้อมขยายไปทีละ 500 เมกะวัตต์ จะเริ่มรับซื้อได้ในเดือน มิ.ย. 69 ให้ กกพ.ไปออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาเช่นกัน

เปลี่ยนหลังคาเป็นโรงไฟฟ้า

รัฐบาลจะให้การสนับสนุนการติดตั้ง โดยนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดที่ 2 แสนบาท พร้อมกับให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่จะคืนทุนภายใน 10 ปี และลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้มากกว่าครึ่ง รวมทั้งการใช้ระบบเน็ตบิลลิ่ง รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบในอัตราหน่วยละ 2.20 บาท การเร่งรัดขั้นตอนขออนุญาตติดตั้งให้รวดเร็วขึ้นผ่านระบบวันสต๊อปเซอร์วิส รวมไปถึงการให้การไฟฟ้าไปติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านประชาชนและรับซื้อไฟคืน เห็นชัด ๆ อย่างใครที่ใช้ไฟฟ้า 480-500 หน่วยขึ้นไป จะคุ้มค่าการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์ โดยระบบขนาด 2-3 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณ 60,000 บาท หากผ่อน 10 ปี ดอกเบี้ย 3% เท่ากับมีภาระเดือนละ 600 บาท แต่ลดค่าไฟได้ 300-400 หน่วยต่อเดือน หรือคิดเป็นค่าไฟ 1,500 บาทต่อเดือน ขณะที่ระบบ เน็ต บิลลิ่ง หรือ ระบบการคำนวณค่าไฟแบบแยกคิด ระหว่างค่าซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้าสู่บ้าน กับค่าขายไฟฟ้าจากโซลาร์ให้การไฟฟ้า แล้วนำเงินค่าขายไฟฟ้ามาหักลบกัน เช่น เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาใช้ไฟไป 700 หน่วย แต่สามารถผลิตไฟได้เอง 400 หน่วย นำมาใช้ภายในบ้านเพียง 300 หน่วย ส่วนที่เหลืออีก 100 หน่วย ขายเข้าสู่ระบบให้การไฟฟ้าในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย และในเวลาที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ก็ซื้อไฟจากการไฟฟ้ารวม 400 หน่วย โดยรวม ๆ แล้ว ค่าไฟก็จะลดลง

ชวนเคลิ้มแต่หาที่ไหน

เห็นภาพชัดไปแล้ว…ก็ชวนเคลิ้ม แต่ในความเป็นจริง การลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์ งบประมาณ60,000 บาท ถ้าเลือกแบบคุณภาพใช้ได้20-25 ปี ก็ไม่รู้จะหาได้ที่ไหน เพราะลองไปส่องราคาติดตั้งแผงโซลาร์ที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 3 กิโลวัตต์ที่สามารถรองรับหลอดไฟ 18 วัตต์ 15 ดวง ทีวี 55 นิ้ว 1 เครื่อง ตู้เย็น 15 คิว 1 เครื่อง แอร์ 12,000 บีทียู 1 เครื่อง ลดค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 1,500 บาท ที่ก็มีราคาเริ่มต้นมากกว่า 1 แสนบาททั้งนั้น แม้กระทั่งแพ็กเกจของ กฟภ. ยังรับติดตั้ง 3 กิโลวัตต์ เริ่มต้นที่ 118,500 บาท …จึงไม่แน่ใจว่าตัวเลขค่าติดตั้ง 60,000 บาท หามาติดตั้งได้ที่ไหน?

ขณะที่บ้านเรือนส่วนใหญ่ ถ้าจะให้คุ้มก็ต้องติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ขึ้นไปรองรับ หลอดไฟ 20 ดวง ทีวี 55 นิ้ว 4 เครื่อง ตู้เย็น 15 คิว 1 เครื่อง แอร์ 12,000 บีทียู 2 เครื่อง ลดค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท ราคาเริ่มต้น 139,000 บาท ถ้ายกระดับมาหน่อย ก็เริ่มต้นที่ 160,500 บาท ไหน ๆ อยากช่วยก็ควรคุมราคาติดตั้งให้ถูกกว่านี้ได้หรือไม่!

เย้ยแค่สลับภาระไปมา

ประเด็นค่าไฟใกล้ตัวประชาชนโดนลากไปถึงการเมือง โดยหนึ่งใน สส.จากพรรคประชาชนได้ออกมาตั้งคำถามชวนคิดว่าถ้าวันนี้รัฐบอกว่าทางออกเดียวสำหรับคนที่ ใช้ไฟเยอะ คือ ให้ไป ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านตัวเอง คำถามถัดมา แล้วถ้าหากกลุ่มดังกล่าวกลับมาใช้ไฟน้อยแล้วใครจะเป็นคนแบกรับต้นทุนแทนคนกลุ่มนี้? และถ้าไม่มีแหล่งที่มาของเงินสำหรับการสนับสนุนสุดท้ายการออกนโยบายแบบนี้จะกลับกลายเป็นการ สลับภาระไปมา จนระบบพังแล้วต้องกู้เงินมาพยุงระบบ สุดท้ายแล้วภาระจะไปตกที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ ปตท. อีกหรือไม่? แล้วผลก็จะวนกลับไปสู่ การขยายหนี้ ยืดหนี้แบกหนี้ เหมือนเดิมวกไปวนมา

สำหรับค่าไฟงวดใหม่ที่จะเริ่ม 1 พ.ค. ยังเป็นอัตราที่ กกพ.ประกาศที่ “เฉลี่ยหน่วยละ 3.95 บาท” ยังไม่ใช่ราคาที่พูดกัน เพราะทั้ง กฟภ. และ กฟน. ต้องไปศึกษาและออกแบบขั้นบันไดค่าไฟใหม่ให้ชัดเจนและเหมาะสมก่อนเสนอ รมว.พลังงาน และ กพช. ภายใน มิ.ย.นี้ ส่วนจะมีผลต่อรอบบิลและแนวทางการคำนวณค่าไฟในช่วงก่อนหน้าหรือไม่ ต้องรอสรุปหลักเกณฑ์อีกครั้ง

อธิบายขั้นบันไดง่าย ๆ

ถ้าให้ทำความเข้าใจโครงสร้างค่าไฟขั้นบันไดหรืออัตราก้าวหน้าในบิลที่ต้องจ่ายกัน อธิบายง่าย ๆ ถ้าดูจากขั้นบันไดปัจจุบันที่ยังไม่ปรับใหม่ กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน การใช้ไฟ 150 หน่วยแรก จะถูกคิดค่าไฟในอัตราหน่วยละ 3.24 บาท หากใช้ไฟ 250 หน่วยต่อไป จะถูกคิดในอัตรา 4.22 บาท และถ้าใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป ก็จะถูกคิดในอัตรา 4.42 บาท

สมมุติเดือนไหนใช้ไฟ 450 หน่วยก็จะคิดตามขั้นบันได คือ 150 หน่วยแรกคิด 3.24 บาท หน่วยที่ 151-400 คิดหน่วยละ 4.22 บาท หน่วยที่ 401-450 จะคิด 4.42 บาท ไม่ใช่ว่าจะเหมารวม 450 หน่วยแล้วคำนวณด้วย 4.42 บาทเลยแต่จะคิดเป็นขั้น ๆ ตามที่เราใช้ไปเลยเรียกว่า อัตราก้าวหน้า

ส่วนกรอบ ขั้นบันไดใหม่ ที่ กพช.เห็นชอบ บ้านเรือนไหนใช้ไฟ 200 หน่วยแรกจะคำนวณในอัตราหน่วยละ 3 บาทเท่ากันทั้งหมดไม่ว่าบ้านไหนจะใช้เท่าไร 200 หน่วยแรกจะคำนวณที่ไม่เกิน 3 บาท เทียบกับอัตราปัจจุบัน 200 หน่วยแรกจะเกินหน่วยละ 3 บาทขึ้นไป เช่น 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 0-150) คิดค่าไฟอัตราหน่วยละ 3.24 บาท และ 250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151-400) คิด 4.22 บาท ทั้งหมดนี้จะต้องรอให้ กกพ.ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งรวมถึงใช้ไฟเกินกว่า 200 หน่วยด้วย

โครงสร้างใหม่ดูการใช้

โครงสร้างการคิดค่าไฟใหม่ยังเป็นแบบขั้นบันไดเช่นเดิม แต่จะมีการปรับตัวเลขในแต่ละช่วงให้แตกต่างจากเดิม โดยผู้ใช้ไฟน้อย เช่น กลุ่มที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยจะได้รับอัตราที่ต่ำกว่า ขณะที่ผู้ใช้ไฟในปริมาณสูง เช่น ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไปมาก ๆ จะถูกคิดในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟปรับพฤติกรรมหันมาใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น โดยอัตราค่าไฟใหม่ไม่ได้อ้างอิงจากรายได้ของประชาชนโดยตรงแต่พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก

โดยผู้ที่ใช้ไฟน้อยจะได้รับประโยชน์ ขณะที่ผู้ใช้ไฟมากควรปรับตัวลดการใช้ลง การปรับครั้งนี้เป็นไปตามรอบการทบทวนโครงสร้างค่าไฟที่โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณทุก 4 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 พอดีที่ต้องปรับรอบ การปรับครั้งนี้มีลักษณะที่เข้มข้นมากขึ้นกว่าปกติเนื่องจากรัฐบาลพิจารณาถึงสถานการณ์โลก เช่น ภาวะสงครามและต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและต้องการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมรวมทั้งใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

ดีแต่อยากให้เจาะกลุ่ม

ด้านมุมมองนักวิชาการ อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอ มองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่ดีในการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่รัฐก็ควรจัดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนมากกว่าการหว่านแหเน้นช่วยผู้มีรายได้น้อยจริง ควรจำกัดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและเดือดร้อนจริง สำหรับกลุ่มที่ไม่เดือดร้อนมากหรือชนชั้นกลางควรให้จ่ายค่าไฟในอัตราปกติ 3.95 บาท เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐและช่วยให้กลุ่มที่ใช้ไฟมากไม่ต้องรับภาระค่าไฟที่สูงเกินไป

“การลดค่าไฟในลักษณะดังกล่าวนี้อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นแต่จะสร้างภาระหนี้ในระยะยาว ท้ายที่สุดประชาชนก็ต้องกลับมาจ่ายหนี้นี้อยู่ดี ทางออกที่ยั่งยืนคือรัฐบาลควรเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคา เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและหาทางทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศถูกลงกว่าที่เป็นอยู่”

หากถามถึงแนวทางการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านที่ใช้ไฟมากนั้น มองว่ามีทั้งข้อดีและข้อจำกัด โดยการติดโซลาร์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีกำลังทรัพย์แต่ยังมีอุปสรรคเรื่องราคาการติดตั้งที่สูง และหากไม่มีแบตเตอรี่จะผลิตไฟได้เฉพาะกลางวันซึ่งเป็นช่วง
ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้าน

ประเด็นพลังงานร้อน ๆ ที่มาถึงคิว ค่าไฟ ต้องจับตาดูกันต่อไป เอกนัฏ ที่ประกาศ นายของผมคือ ประชาชน จะกล้ารื้อ กล้าขุด กล้าทุบ กล้าปฏิรูป โครงสร้างค่าไฟฟ้าไทยได้แค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่า หลาย ๆ สัญญารับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชน ก็ถูกผูกเป็น สัญญาทาส โดยต้องดูว่า รมว.พลังงานจะลุยจนสุดซอยได้แค่ไหน! หรือ…สุดท้ายแล้วก็ไม่ต่างจากในอดีตหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา.

ทีมเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...