ปรากฏการณ์ ‘ไม่ใช่แค่… แต่คือ …’ วิกฤตภาษาเอไอ สังเกตเบื้องต้นอย่างไรว่าสิ่งนี้คนไม่ได้เขียน แล้วจะทำอย่างไรให้ความเป็นมนุษย์ยังคงอยู่ในตัวอักษร
“นี่ไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่มันคือศาสตร์แห่งการประยุกต์”
“นี่ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่มันคือการปฏิวัติทางเทคโนโลยี”
“นี่ไม่ใช่แค่การอัปเดต แต่มันคือการปฏิวัติความเชื่อมั่น”
ที่กล่าวไปก่อนหน้าคือรูปประโยคที่เป็นที่กำลังแพร่หลายอยู่ในงานเขียนมากมายบนอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันก็มีรายงานจาก Barron's (บาร์รอนส์) นิตยสารในเครือเดียวกับ The Wall Street Journal ออกมาว่า ในช่วงปี 2024-2025 รูปประโยค ‘ไม่ใช่แค่ … แต่คือ …’ เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในเอกสารต่างๆ ของหลายบริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
นอกจากวลีลักษณะนี้ น้ำเสียงของเอไอก็ยังสามารถสังเกตได้อีกในหลายจุด อย่างประโยคที่ดูมีรูปแบบตายตัว ดูยิ่งใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านถ้อยแถลงของคนใหญ่คนโตสักคนอยู่ ทว่าดูกลวงเปล่า และเต็มไปด้วยความผิดปกติบางอย่างที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด แต่รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้คนกำลังพึ่งพางานเขียนจากเอไออย่างมากในยุคปัจจุบัน ซึ่งหลายครั้งมันได้สร้างความน่ารำคาญให้กับผู้คน และในระยะยาวสิ่งนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภาษาของมนุษย์เราคับแคบลงเหลือเพียงรูปประโยคเดิมๆ หรือคำซ้ำๆ ไม่กี่ตัว จนคนไม่สามารถอธิบายอะไรได้อย่างลึกซึ้งและหลากหลาย
ขณะเดียวกันบริษัทหรือองค์กรก็อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจถึงภาษาและน้ำเสียงของเอไอ เพื่อจะสามารถรับมือกับมันได้ รวมถึงจะสามารถกำหนดขอบเขตและบทบาทของการใช้เอไออย่างถูกวิธี เพื่อให้น้ำเสียงของมนุษย์ยังคงอยู่ เพื่อให้ตัวอักษรที่เราร้อยเรียงออกมายังคงมีคุณค่าและอารมณ์ของมนุษย์อยู่ในนั้น
ภาษาเอไอเป็นอย่างไร ทำไมต้องประดิษฐ์
ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ หรือ Generative AI คือโมเดลทางภาษา (LLMs) ซึ่งมีวิธีการทำงานโดยอาศัยการรวบรวมคำต่างๆ บนฐานข้อมูลออนไลน์ทั้งหมดในโลกเรา มาประมวลผล แล้วหาค่าเฉลี่ยออกมา จากนั้นจึงคำนวณความน่าจะเป็นของคำถัดไปออกมา เพื่ออธิบายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ต้องอาศัยการตัดทอนรายละเอียด ให้ได้มาซึ่งคำที่เป็นกลางมากที่สุด เพื่อความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
ด้วยเหตุนั้น ความขัดแย้งในคำคำหนึ่ง หรืออารมณ์ขันที่แทรกอยู่ในประโยคนั้นๆ ก็อาจถูกตัดทอนออก รวมถึงยังมีการทำให้ข้อมูลแบนราบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูตรสำเร็จที่กระชับที่สุด
ดังนั้นเราจึงมักเห็นคำซ้ำๆ อย่าง ‘Delve’ (เจาะลึก) อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นคำที่บทความต่างๆ ใช้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่เอไอเกิดขึ้นมา รวมถึงคำว่า ‘Unlock’ (ปลดล็อก), ‘Empower’ (เสริมพลัง), ‘Elevate’ (ยกระดับ) หรือ ‘Crucial’ (สำคัญอย่างยิ่ง) ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของลายเซ็นเอไอเช่นเดียวกัน
พูดถึงคำศัพท์ต่างๆ แล้ว ในส่วนของวลี เอไอมักใช้ประโยคเปิดแบบเล่นใหญ่ (Cliché) ซึ่งทำให้ข้อเขียนต่างๆ ดูเลี่ยนตามไปด้วย เช่น ในโลกดิจิทัลที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว หรือท่ามกลางพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากการใช้โครงสร้าง ‘ไม่ใช่แค่ XXX แต่คือ YYY’ แล้ว เอไอมักจะยกตัวอย่างหรืออธิบายสิ่งต่างๆ เป็นสามข้อเสมอ แม้ว่าบางครั้งองค์ประกอบที่สามจะดูไม่จำเป็นหรือดูกว้างเกินไปก็ตาม เช่น ‘การทำงานออฟฟิศ (1) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร (2) เอื้อต่อการเรียนรู้งานของพนักงานใหม่ (3) เป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในอนาคต’ ซึ่งความจริงคือข้อที่สามอาจไม่จำเป็นก็ได้ แต่เอไอก็เพิ่มมาให้อยู่ดี
และที่เห็นชัดที่สุด โดยเฉพาะในภาษาไทยคือการใช้เครื่องหมายขีดกลาง หรือ Em Dash (—) แทรกกลางประโยคพร่ำเพรื่อ เพื่อพยายามดึงดราม่า หรือสร้างความตึงเครียด เพื่อให้คนรู้สึกมีอารมณ์ร่วม แต่เพราะการใช้ผิดบริบท และดูไม่สมเหตุสมผล จึงทำให้สิ่งนี้กลายเป็นการสร้างความรำคาญให้คนแทน
มักพยายามทำตัวให้ดูฉลาดหรือมีไหวพริบด้วยการใช้ประโยคมีความขัดแย้งกันในตัว เพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น แต่ความจริงก็คือ… เหล่านี้คือการแสดงการโต้แย้งที่ฟังดู ‘อยากจะ’ ใส่ความเป็นขบถลงไป แต่มักจะดูจงใจและฝืนธรรมชาติไปหน่อย
อย่างไรก็ตาม แม้เอไอชอบแสดงความขัดแย้งภายในประโยค แต่แก่นแท้ลึกๆ แล้ว มันจะไม่มีข้อเขียนอะไรที่ดูรุนแรง หรือเต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างแท้จริง เพราะเอไอถูกตั้งค่าให้เป็นกลาง เพื่อการประนีประนอม ดังนั้นอีกลักษณะที่สังเกตได้คือการบอกทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งถือเป็นข้อดีหากเราใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือ
แต่ความน่ากังวลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราใช้เอไอผลิตตัวหนังสือออกมาทั้งหมด และคำเหล่านั้นว่อนอยู่ฐานข้อมูลออนไลน์ เพราะหากเป็นแบบนั้นแล้ว การเทรนเอไอในโมเดลถัดๆ ไป ก็จะอาศัยคำจากเอไอ ที่มาเทรนเอไออีกที จนทำให้ภาษาของเรามีความยืดหยุ่นน้อยลง เหลือเพียงคำศัพท์ที่เป็นค่าเฉลี่ยไม่กี่คำเท่านั้น และคนรุ่นต่อไปอาจอธิบายอะไรได้ไม่ลึกซึ้งอีกต่อไป
ความไม่มั่นใจที่จะเขียน
เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจเกิดความกลัวขึ้นมาว่า ถ้อยคำที่เราตั้งใจเขียน จะกลายเป็นเหมือนว่ามาจากเอไอหรือไม่ หรือแม้แต่บางคนอาจพยายามหลีกเลี่ยงคำที่ตัวเองชอบใช้ เพราะกลัวว่าจะเหมือนภาษาเอไอ แต่เหตุผลอะไรกันที่เราจะต้องเปลี่ยนตัวเอง เพียงเพราะกลัวจะคล้ายคลึงกับเครื่องจักร เช่นนั้นแล้วมนุษย์เราพ่ายแพ้ต่อเอไอแล้วหรือ
จริงๆ แล้ว คำที่เอไอใช้ คำที่ดูอลังการเกินกว่าบริบท หรือดูเป็นทางการมากไป ที่เรามองว่าคลิเช่เหล่านั้น ล้วนเป็นกลุ่มคำหรือประโยคที่มนุษย์มักใช้มากที่สุด เอไอจึงนำมาประมวลผลแล้วสร้างเป็นค่าเฉลี่ย เพื่อตอบคำถามให้เรา เพียงแต่การไม่มีความรู้สึกนึกคิดของมัน ทำให้อาจใช้คำผิดบริบทไปบ้างในบางครั้ง
ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์เราควรทำในตอนนี้ ไม่ใช่การเลิกใช้เอไอไปเลย เพราะ ‘ความจริงแท้ของมนุษย์’ ยังมีอยู่ได้แม้ในยุคที่เอไอกำลังมีแนวโน้มว่าจะแทนที่หลายสิ่งอย่าง แต่สิ่งที่เราทำได้คือการใช้เครื่องมือให้ถูกวิธี ใช้สิ่งนี้เป็นเพียงเครื่องมือย่นระยะเวลาการทำงาน ไม่ใช่ใช้มันแทนตัวเราทั้งหมด เพราะการทำแบบนั้นจะยิ่งเร่งให้เอไอเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งเราที่กำลังเขียนอยู่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการใช้สิ่งนี้ เราใช้ให้เป็นเครื่องมือ พร้อมกับพยายามทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ เพราะในวันนี้ที่มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยย่นระยะเวลา ภาระงานก็มักจะเพิ่มพูนขึ้นตามไปเป็นเท่าตัว แม้จะมีความอิหลักอิเหลื่อเกิดขึ้นในหลายครั้ง แต่มนุษย์เราไม่อาจถอยหลังกลับไปในวันที่ไม่มีเอไอ เหมือนกับที่ไม่อาจถอยกลับไปได้ในวันที่ไม่มีคอมพิวเตอร์อีกแล้ว ดังนั้นในตอนนี้ผู้คนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ใช้มันในฐานะ Co-Creation และตั้งคำถามว่า เราจะใช้อย่างไรให้ความเป็นมนุษย์ยังคงหลงเหลืออยู่
อ้างอิง:
บทความต้นฉบับได้ที่ : ปรากฏการณ์ ‘ไม่ใช่แค่… แต่คือ …’ วิกฤตภาษาเอไอ สังเกตเบื้องต้นอย่างไรว่าสิ่งนี้คนไม่ได้เขียน แล้วจะทำอย่างไรให้ความเป็นมนุษย์ยังคงอยู่ในตัวอักษร
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ประเพณีผูกแขนป้อนไข่ เมื่อเจ้าบ่าว ‘แต่งเข้า’ บ้านเจ้าสาว สำรวจบทบาทผู้หญิงอีสานผ่านงาน ‘กินดอง’ ที่มาพร้อมกับหน้าที่และโอกาสที่อาจสูญเสียไป
- คู่มือจัดการกับความฝันล้านอย่าง เมื่อความหลงใหลกลายเป็นคำสาปที่เราอยากลองทุกอย่างแต่ไม่มีเวลาทำมันได้ทั้งหมด
- ทำไม LinkedIn ถึงถูกมองว่าเป็นโซเชียลยอดแย่ตลอดกาล เมื่อแพลตฟอร์มเครือข่ายการงานถูกตั้งคำถามเรื่อง Toxic Positivity หรือทุกคนกำลังอวดอ้างความเก่งจนลืมความเป็นจริง?
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath