โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หยุดยิง 10 วัน...จริงเหรอ? ข้อตกลงไม่ชัดเจน ชาวเลบานอนไม่กล้ากลับบ้าน

Amarin TV

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หยุดยิง 10 วัน แต่ชาวเลบานอนยังไม่กล้ากลับบ้าน ผู้อพยพเลือกอยู่ศูนย์พักพิงต่อ หวั่นข้อตกลงไม่ชัดเจน และสงครามกลับมาอีกครั้ง

แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะเริ่มมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน แต่สำหรับชาวเลบานอนจำนวนมากที่ต้องอพยพหนีสงคราม คำว่า “สันติภาพ” ยังดูห่างไกลจากความเป็นจริง และการกลับบ้านยังไม่ใช่คำตอบสำหรับพวกเขาในทันที

ศูนย์อพยพยังไม่ว่าง ผู้อพยพขอรอดูอีก 10 วัน

ผู้พลัดถิ่นจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ในศูนย์พักพิงต่อไปอย่างน้อย 10 วัน เพื่อรอดูว่าข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้จะยั่งยืนจริงหรือไม่

บรรยากาศในหลายพื้นที่ยังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ผู้คนจำนวนมากที่ต้องทิ้งบ้านเรือนในภาคใต้ของเลบานอนและชานกรุงเบรุต ยังคงเลือกพักอยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราว แทนที่จะรีบเดินทางกลับบ้าน เพราะไม่มีใครมั่นใจได้ว่าการหยุดยิงครั้งนี้จะยืนยาวเพียงใด

“ผม และครอบครัวจะอยู่ที่ศูนย์พักพิงนี้จนครบ 10 วัน เราจะกลับบ้านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าข้อตกลงนี้ยั่งยืนจริง” ดันดัชผู้อพยพรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว Aljazeera สะท้อนความคิดของชาวเลบานอนส่วนใหญ่ที่ยังคงปักหลักในศูนย์พักพิงชั่วคราว

แผลจากอดีต ทำให้ครั้งนี้ไม่มีใครรีบกลับ

สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 อย่างชัดเจน

ในครั้งนั้น ผู้คนต่างรู้สึกโล่งใจ และรีบเก็บข้าวของเดินทางกลับบ้าน เพียงไม่กี่ชั่วโมงศูนย์พักพิงก็แทบว่างเปล่า ขณะที่ท้องถนนเต็มไปด้วยการจราจรหนาแน่นจากผู้คนที่มุ่งหน้ากลับสู่บ้านของตน

แต่ครั้งนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดกลัวของผู้คนไม่ได้จบลงพร้อมกับเสียงปืนที่เงียบลง หลายคนยังจดจำคืนที่ต้องรีบเก็บของ พาลูกหลานหนีออกจากบ้าน ท่ามกลางเสียงระเบิดและความโกลาหลบนท้องถนนได้อย่างชัดเจน

สำหรับบางครอบครัวที่กลับไปสำรวจบ้าน กลับต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย เมื่อพบเพียงซากอาคารที่พังถล่ม และหมู่บ้านที่แทบไม่เหลือเค้าเดิม รวมถึงหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนถูกทำลายอย่างหนัก จนไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ในทันที ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะ “รอ” มากกว่า “กลับ” ในครั้งนี้

ข้อตกลงที่ยังไม่ชัดเจน

หนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนยังไม่กล้ากลับบ้าน คือความไม่ชัดเจนของข้อตกลงหยุดยิง

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลจะยังไม่ถอนตัวออกจากพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนในช่วงเวลานี้

ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาตอบโต้ว่า การหยุดยิงจะต้องครอบคลุมทั่วทั้งเลบานอน และกองกำลังอิสราเอลไม่ควรมีสิทธิ์เคลื่อนไหวใด ๆ ในพื้นที่

ด้านนาบีฮ์ เบอร์รี ประธานรัฐสภาเลบานอน ได้ออกมาเตือนประชาชนและผู้อพยพว่า ขอให้ยังไม่เดินทางกลับบ้านในทันที และควรรอดูสถานการณ์จนกว่าข้อตกลงจะมีความชัดเจนมากกว่านี้

ฮิซบอลเลาะห์ยังระบุเพิ่มเติมว่า “อิสราเอลมีประวัติการละเมิดคำมั่นสัญญาและข้อตกลง เราขอให้ทุกคนอดทน และอย่าเพิ่งเดินทางกลับไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ หุบเขาเบกา และชานเมืองทางใต้ของเบรุต จนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน”

ชีวิตในศูนย์พักพิงที่เริ่มหมดหวัง

ดันดัชกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาและภรรยาจะยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์ต่อไป แม้จะต้องนอนบนพื้นไม้แข็ง ๆ ก็ตาม “ผู้คนที่นี่เริ่มท้อแท้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงแรกยังมีความช่วยเหลือเพียงพอ แต่ตอนนี้แทบไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่หนักหนาไม่แพ้การสูญเสียบ้านและคนที่รัก คือบาดแผลทางจิตใจที่สงครามทิ้งไว้ เด็กจำนวนมากต้องเติบโตท่ามกลางประสบการณ์ของความรุนแรง ขณะที่ผู้ใหญ่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งเรื่องรายได้ งาน และอนาคตของครอบครัว

สำหรับผู้พลัดถิ่นเหล่านี้ “การกลับบ้าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินทางกลับไปยังสถานที่เดิม แต่หมายถึงการกลับไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมั่นคง ซึ่งในเวลานี้ ยังไม่มีใครรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้

แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะสร้างความหวังขึ้นมาเล็กน้อย แต่สำหรับผู้คนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์พักพิง ความสงบที่แท้จริงอาจยังมาไม่ถึง จนกว่าพวกเขาจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านของตัวเองได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...