โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“การพบปะกันระหว่างสีจิ้นผิงกับประธานพรรคก๊กมิ่นตั๋ง”

China Media Group

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน พบปะหารือกับคณะผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋ง นำโดยเจิ้งลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ณ กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 10 เม.ย. 2026)

“การพบปะกันระหว่างสีจิ้นผิงกับประธานพรรคก๊กมิ่นตั๋ง”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

วันที่ 7-12 เมษายนที่ผ่านมา ประธานพรรคก๊กมิ่นตั๋ง นางเจิ้งลี่เหวิน เดินทางจากกรุงไทเปไปเยือนปักกิ่ง สีจิ้นผิงประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตรอย่างอบอุ่น เจิ้งลี่เหวินไม่ได้มาในฐานะผู้นำของไต้หวัน แต่มาในนามของประธานพรรคก๊กมิ่นตั๋ง ซึ่งขณะนี้อยู่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน

ที่ผ่านมาคำว่า “ไต้หวัน” กับคำว่า ก๊กมิ่นตั๋ง (KMT) มักจะมาคู่กันเสมอ เพราะผู้นำของพรรค คือ “เจียงไคเช็ค” เป็นผู้มาปักหลักปักฐานบนเกาะนี้ตั้งแต่ปี 1949 หลังจากพ่ายแพ้ในการสู้รบให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) ในครั้งนั้นเจียงไคเช็คได้รับแรงหนุนเต็มที่จากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอเมริกา เพราะทุกประเทศในโลกขณะนั้นต่างพากันเกรงกลัว “ผีคอมมิวนิสต์” ตามการโฆษณาชวนเชื่อที่แพร่หลายกันอยู่ในขณะนั้น เจียงไคเช็คหนีไปปักหลักอยู่บนเกาะไต้หวันและเกาะเล็กๆ อีก 2 เกาะใกล้กับมณฑลฝูเจี้ยน แต่ยังได้รับการสนับสนุนให้เป็นตัวแทนที่ถูกต้องของประเทศจีน ยังคงเรียกตัวเองว่า “ประเทศสาธารณรัฐจีน” ซ้ำมีที่นั่งในสหประชาชาติในฐานะตัวแทนของประเทศจีนด้วย

ตั้งแต่นั้น “สาธารณรัฐจีน” บนเกาะไต้หวัน กับ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” บนแผ่นดินใหญ่ก็ตัดญาติขาดมิตรกันอย่างเด็ดขาด ครอบครัวทหาร และข้าราชการที่หนีตาม เจียงไคเช็ค ไปราว 1.2 ล้านคนต้องตัดญาติขาดมิตรกับคนจีนบนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีโอกาสได้พบปะเห็นหน้ากันอีกเลย บรรยากาศ 2 ฟากฝั่งเต็มไปด้วยความล่อแหลมที่จะเกิดสงคราม เพราะอเมริกาเป็นบ่างช่างยุที่คอยสร้างความตึงเครียดให้เกิดขึ้นระหว่างช่องแคบอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ในปี 1971 ไต้หวันถูกโหวตให้พ้นจากการเป็นตัวแทนของจีนในสหประชาชาติ ทำให้พรรคก๊กมิ่นตั๋ง ค่อยๆ สูญเสียความนิยม อีกทั้งยังถูกมองว่าเอนเอียงเข้าหาแผ่นดินใหญ่ ซึ่งสุดท้ายอาจทำให้ไต้หวันกลายเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิคอมมิวนิสต์ไปด้วย คนรุ่นใหม่ของไต้หวันค่อนข้างวิตกในเรื่องนี้ เพราะถูกล้างสมองให้เกลียดกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่เด็ก สภาพการณ์เหล่านี้ยังผลให้พรรคก๊กมิ่นตั๋งค่อยๆ เสื่อมความนิยมในหมู่ประชาชน เมื่อมีการเลือกตั้งก็พ่ายแพ้คู่ต่อสู้ โดยเฉพาะ “เฉินสุยเปี่ยน” คู่ต่อสู้จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งยึดมั่นจุดยืนแยก “ไต้หวันเป็นอิสระ” ไม่ขึ้นต่อจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นจุดยืนที่คนไต้หวันสนับสนุน (ปัจจุบัน นอกจากพรรค DPP แล้ว ยังมีพรรคน้องใหม่เป็นพรรคที่ 3 ชื่อพรรคประชาชนไต้หวัน TPP)

ปี 2005 หูจิ่นเทา ในฐานะเลขาธิการ พคจ.ได้เชิญ นายเหลียนจั้นหัวหน้าพรรคก๊กมิ่นตั๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นพรรคฝ่ายค้านของไต้หวันให้มาเยือนจีน ในครั้งนั้นนางเจิ้งลี่เหวิน ก็ได้ร่วมคณะมาในฐานะโฆษกพรรคฯ 21 ปีให้หลังเธอกลับมาเยือนจีนอีกครั้งในฐานะหัวหน้าก๊กมิ่นตั๋ง ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

สีจิ้นผิงได้แสดงความยินดีต้อนรับการมาเยือนของ เจิ้งลี่เหวิน และคณะ เขากล่าวกับแขกผู้มาเยือนว่า ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร การฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีนจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมชาติทั้งสองฝั่งจะต้องทำงานให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น สีจิ้นผิงได้เสนอความคิดเห็น 4 ประการในการพัฒนาความสัมพันธ์สองฝากฝั่งต่อแขกผู้มาเยือนว่า

1. ต้องยืนหยัดความเห็นที่ถูกต้องร่วมกัน จิตใจที่แน่วแน่มั่นคงร่วมกัน แม้ระบอบสังคมจะต่างกัน ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เกิดการแบ่งแยก ถึงอย่างไรประชาชาติจีนก็มีอารยธรรมจีนร่วมกันอยู่

2. ยืนหยัดการพัฒนาอย่างสันติ พิทักษ์ปกป้องปิตุภูมิ คัดค้านการแยกไต้หวันเป็นอิสระ

3. ยืนหยัดการแลกเปลี่ยนไปมาหาสู่กัน เสริมสร้างความสุขให้กับประชาชน เป้าหมายก็คือให้เพื่อนร่วมชาติทั้งสองฝั่งมีชีวิตที่ดีงามยิ่งขึ้น “ประชาชนสองฝั่งสนิทสนมเหมือนเป็นบ้านเดียวกัน”

4. ยืนหยัดความสามัคคีเพื่อบรรลุการฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน เวลานี้ จีนกำลังก้าวเดินไปบนหนทางทันสมัยแบบจีน เชื่อมั่นว่านับวันจะมีเพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวันเข้าใจหนทางการพัฒนานี้และระบบสังคมของแผ่นดินใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

เจิ้งลี่เหวิน กล่าวตอบว่า สองฝั่งล้วนเป็นลูกหลานจีน ชนชาติจีน ได้รับการหล่อหลอมจากวัฒนธรรมจีน เป็นคนบ้านเดียวกัน ต้องเสริมความเชื่อใจกันทางการเมือง ประสานกัน พิทักษ์ประวัติศาสตร์ชาติจีน ส่งเสริมวัฒนธรรมจีน ผลักดันให้สองฝั่งแลกเปลี่ยนร่วมมือกันในปริมณฑลต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มพูนความสงบสุขร่วมกัน พัฒนาร่วมกันอย่างสันติ เพื่ออนาคตที่ดีงาม

ก่อนกลับ เจิ้งลี่เหวินได้รับเชิญให้ไปเซี่ยงไฮ้ ไปชมวิทยาการที่ก้าวหน้าทันสมัยต่างๆ ของจีน ได้นั่งรถไฟความเร็วสูง ได้ชมนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ ไปเยี่ยมชมสถาบันออกแบบเครื่องบินที่ท่าเรือหยางซัน ได้ใช้มือถือสั่งโดรนให้นำชาไข่มุกมาส่งให้ถึงมือ เร็วทันใจ แล้วกล่าวด้วยความชื่นชมว่า “ชายังร้อนอยู่เลย” ฯลฯ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...