โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก “ครัวซองต์คิวยาว” สู่ทำเลใจกลางเมือง James Boulangerie เดินเกมรุก

TODAY

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 07.30 น. • TODAY

ใครหลายคนอาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของแถวที่ยาวเหยียดหน้าร้าน James Boulangerie สาขาฝั่งธนบุรี ปรากฏการณ์ “ครัวซองต์คิวยาว” ที่ทำให้คนหลายคนตั้งใจมายืนรอขนมหอมกรุ่นที่เพิ่งออกจากเตา ซึ่งถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียลมีเดีย ภาพเหล่านั้นไม่เพียงเป็นกระแสในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ยังกลายเป็นความทรงจำร่วมของลูกค้าจำนวนมาก และเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว

จากวันนั้นถึงวันนี้ James Boulangerie กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเดินทาง เมื่อแบรนด์ขยับจาก “ปลายทางของคนตั้งใจ”มาสู่โลเคชันใจกลางเมืองอย่าง Gaysorn Amarin ที่ผู้คนหลากหลายหมุนเวียนผ่านในทุกวัน พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า การเติบโตครั้งนี้จะพาแบรนด์ไปได้ไกลแค่ไหน ในเกมธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

[ เดินเกมก้าวสู่ CBD แก้ Pain Point ลูกค้าใจกลางเมือง ]

‘พชร เถกิงเกียรติ’ (เชฟเจมส์) ผู้ก่อตั้ง James Boulangerie เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากลูกค้ากลุ่มเมืองหลายคนยอมกดสั่งขนมจากร้าน James Boulangerie ทั้งที่รู้ว่าร้านอยู่ไกลและยอมจ่ายค่าจัดส่งที่สูงกว่าราคาขนมในกล่อง เพื่อจะได้ลิ้มลองรสชาติและประสบการณ์ที่คุ้นเคยอีกครั้ง

พฤติกรรมนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความนิยมของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึง “ดีมานด์ที่ซ่อนอยู่” ของลูกค้าในโซนใจกลางเมือง ที่พร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่พวกเขาเลือกมากยิ่งขึ้น

ในการนำแบรนด์เข้าสู่ศูนย์การค้าเกษร อัมรินทร์ในครั้งนี้ว่า ถือเป็น “Strategic Move” ครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านแบรนด์จากย่านฝั่งธนฯ เข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างเต็มตัว

การปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ครั้งนี้จึงมุ่งแก้ Pain Point ด้านการเข้าถึง ลดภาระต้นทุนด้านการจัดส่ง และขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Urban Lifestyle ในเขตเมืองชั้นในอย่าง สุขุมวิท เอกมัย และอโศก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีดีมานด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากช่องทางเดลิเวอรี่และการออกบูทในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน โลเคชันในย่านราชประสงค์ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยกระดับการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล โดยการเข้ามาใกล้ลูกค้ามากขึ้น ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโปรดักต์ได้ง่ายขึ้นในราคาที่ย่อมเยาว์ลง

และในสาขานี้จะมี 2 เมนูใหม่สุด Exclusive ได้แก่ “Godzilla Egg” ด้านนอกเคลือบด้วย ‘เฟยติน’ (Feuilletine) เพิ่มความกรุบกรอบ ด้านในเป็น Choux Pastry สอดไส้ครีม Chantilly Mascarpone เกรด พรีเมียม เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รสชาติหวานกำลังดี ได้กลิ่นหอมของ Hazelnut Praline

และครีมมี่ภายในคำเดียว “Brioche French Toast” เป็นการยกระดับขนมปังบริยอชสูตรเฉพาะให้มีสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำยิ่งกว่าเดิม เมนูนี้เป็น Exclusive Menu มีเสิร์ฟเฉพาะที่ RAYNUE Gaysorn Amarin และมีจำนวนจำกัด เพียง 20 เสิร์ฟ ต่อวันเท่านั้น

นอกจากนี้ ‘เชฟเจมส์’ ยังมองว่า การเปิดสาขาใหม่นี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้า แต่คือการประกาศศักยภาพของแบรนด์เบเกอรี่ไทยบน Prime Location ระดับโลก ท่ามกลางแบรนด์ชั้นนำจำนวนมาก

เพราะเขาเชื่อว่าการขยับเข้าสู่โลเคชันแห่งนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในแง่ของรายได้และภาพลักษณ์แบรนด์ เพราะนอกจากโซน ‘เรณู’ (RAYNUE) จะเป็นเดสติเนชันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน-ดื่มอย่างครบวงจรแล้ว ยังเป็นเดลิเวอรี่ฮับที่มีศักยภาพสูงใจกลางกรุงเทพฯ อีกด้วย

การเปิดสาขาใหม่ของ James Boulangerie ในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับสาขาเดิม สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของโลเคชันในย่านใจกลางเมือง

ขณะเดียวกัน ทำเลราชประสงค์ก็ยังถูกวางบทบาทให้เป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 15% โดยแบรนด์ตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 30–40% ในอนาคต ผ่านการเข้าถึงนักท่องเที่ยวและกลุ่มกำลังซื้อสูงที่หมุนเวียนในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง

[ โปรเจกต์ยักษ์ 100 ล้านบาท ปั้น “Family Destination” แห่งใหม่ย่านพรานนก ]

อย่างไรก็ตาม สำหรับสาขาที่ได้รับความนิยม ‘เชฟเจมส์’ ก็เตรียมที่จะลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมสาขาหลักที่ พรานนก-พุทธมณฑลโปรเจ็กต์นี้ตั้งเป้าให้เป็น “Best Family Restaurant Destination” ที่รวมทั้งอาหารคาว เบเกอรี่ และขนมหวานไว้ในที่เดียว

“บ้านผมอยู่แถวนั้น ผมโตมากับพื้นที่นี้ และเห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอด ทั้งการขยายตัวของถนนและหมู่บ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมันทำให้ผมเชื่อว่าโลเคชันนี้มีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก”

ภายในกลางปีนี้จะมีการเปิดตัวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานทั้งคาเฟ่และร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขยายบทบาทของแบรนด์สู่การเป็น “Family Destination” ออกแบบบรรยากาศร้านให้ตอบโจทย์การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวสอดรับกับบริบทของย่านพรานนกที่รายล้อมไปด้วยหมู่บ้านจำนวนมาก

ในด้านเมนูจะเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ของเชฟเจมส์ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ที่ผ่านมาแบรนด์จะเป็นที่รู้จักในฐานะเบเกอรี่พรีเมียมแต่จริงๆแล้วเชฟเจมส์จบอาหารคาวจาก Le Cordon Bleu ควบคู่กับขนมหวานและขนมปัง เชฟออกมาเล่าใหม่ ผ่านเมนูอาหารที่ยังคงเอกลักษณ์เรื่องความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด แต่ปรับให้เข้าถึงง่าย และเหมาะกับการรับประทานร่วมกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

[ เลือกยืนฝั่งคุณภาพ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ]

สำหรับเรื่องของความท้าทายในวันที่ต้นทุนของวัตถุดิบสูงขึ้น วันที่ตลาดคาเฟ่ต่างก็แข่งขันกันอย่างเข้มข้น และวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ยังคงเลือกเดินเกมธุรกิจบนหลักการเดิม คือ การยึดมั่นในคุณภาพของสินค้าเป็น ‘หัวใจ’ สำคัญ แม้ในจะต้องตัดสินถอดเมนูบางตัวออกจากร้าน เพื่อรักษามาตรฐานไว้

โดย ‘เชฟเจมส์’ ยอมรับว่า “ราคา” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ท้าทายโดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนพลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัตถุดิบนำเข้าซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์อย่าง เนย ช็อกโกแลต และวานิลลา ที่บางรายการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 50% ไปจนถึง 100% ขณะที่บางชนิดยังเผชิญภาวะขาดแคลนจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ

“ในวันที่ต้นทุนสูงขึ้น จะไม่เลือกลดคุณภาพ แต่จะเลือกปิดเมนูนั้นดีกว่า เพราะลูกค้ารับรู้ได้ทันทีเมื่อคุณภาพเปลี่ยนไป ส่วนการปรับขึ้นราคา แม้จะเป็นหนึ่งในทางเลือก แต่ยังถูกวางไว้เป็น “ทางเลือกสุดท้าย” เนื่องจากแบรนด์ตระหนักว่าผู้บริโภคเองก็กำลังเผชิญภาระทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน”

James Boulangerie แบรนด์ที่เคยสร้างภาพจำเรื่อง “ร้านคิวยาว” ขยับเกมครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดสาขาในย่าน CBD เป็นครั้งแรกที่ Gaysorn Amarin เพื่อลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเข้าถึงลูกค้าในเมืองได้สะดวกขึ้น รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อ

การขยายมาสู่ทำเลใจกลางเมืองครั้งนี้ สะท้อนการปรับตัวของแบรนด์จากจุดหมายปลายทาง (destination) ไปสู่ความเป็นร้านที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยยังคงใช้จุดแข็งเดิมเป็นตัวนำ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานรสชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...