แสนสิริรุกตลาดรับสร้างบ้าน “ต้นแบบ” ชูหมัดเด็ด Fixed Cost สกัดต้นทุนพุ่ง ตั้งเป้ายอดขาย 700 ล้าน
ปั้น New S-Curve รับดีมานด์บ้านหรูขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตร.ม. บนที่ดินส่วนตัวทั่วประเทศ ชูนวัตกรรมพรีคาสท์ควบคุมงบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง ตอบโจทย์ Pain Point ตลาดรับสร้างบ้าน ผนึกสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ขยายฐานรายได้กลุ่มธุรกิจใหม่แตะ 25% ภายใน 5 ปี
18 มีนาคม 2569 - บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพอร์ตธุรกิจใหม่“ต้นแบบ Crafted by Sansiri” บริการรับสร้างบ้านครบวงจร หลังประสบความสำเร็จสร้างยอดขายทะลุ 300 ล้านบาทในปีแรก พร้อมเดินหน้ายกระดับเป้าหมายปี 2569 สู่ระดับ 700 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 2 เท่าตัว มุ่งเน้นการเจาะกลุ่มตลาดบ้านพักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี (Private Residential) พื้นที่ใช้สอยขนาดมากกว่า 1,000 ตารางเมตร
การขยายตัวดังกล่าวเป็นไปตามแผนกลยุทธ์สร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว โดยแสนสิริตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) จากเดิม 15% เป็น 25% ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อรองรับมูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศที่มีแนวโน้มพุ่งสูงกว่า 1.9 แสนล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นตลาดสำคัญด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 77%
กลยุทธ์ Fixed Cost รับมือวิกฤตต้นทุนวัสดุผันผวน
ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เผชิญความท้าทายจากราคาวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งขาขึ้น “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” ได้ชูจุดแข็งด้านการบริหารจัดการงบประมาณแบบคงที่ (Fixed Cost) โดยอาศัยความได้เปรียบจากนวัตกรรมพรีคาสท์ (Precast) จากโรงงานของแสนสิริเอง ช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันเริ่มทำสัญญา ตัดปัญหาเรื่องงบบานปลายซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้บริโภคกว่า 40% ที่พบจากการจ้างผู้รับเหมาทั่วไป
นอกจากนี้ บริษัทยังพบข้อมูลเชิงลึก (Insights) ของผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินมรดกหรือที่ดินส่วนตัวในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ อาทิ ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นและความคุ้มค่า (Trust & Value) มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว โดยแบบบ้านซีรีส์ Modern Classic และ Modern French Renaissance สำหรับครอบครัวใหญ่ (Multi-Generation) เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด
“แสนสิริตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี โดยมี ‘ต้นแบบ Crafted by Sansiri’ เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญ… เรามองเห็นศักยภาพในตลาดรับสร้างบ้านที่ยังมีความต้องการสูง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการมากกว่าแค่บ้านที่สวยงาม แต่ต้องการ Partner ที่ไว้ใจได้ในระยะยาว”- นายธนะสาร ธนทรัพย์สมบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บมจ.แสนสิริ
รุกตลาดบ้านหรูไซส์ใหญ่และกลุ่ม Private Residential
แผนการดำเนินงานในปีนี้ แสนสิริเตรียมขยายฐานไปยังกลุ่มบ้านขนาดใหญ่พิเศษ (Private Residential) พื้นที่ใช้สอยมากกว่า 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งล่าสุดในไตรมาสแรกของปีสามารถทำยอดขายสะสมได้แล้วกว่า 250 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของเป้าหมายทั้งปี จากความไว้วางใจของลูกค้าที่สร้างบ้านขนาดพื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางเมตร
ความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจนี้คือบริการ One Stop Service Solution ที่ถอดรหัสความสำเร็จจากโครงการบ้านจัดสรรของแสนสิริมาไว้บนที่ดินส่วนตัว มีทีมสถาปนิก วิศวกร และทีมตรวจสอบคุณภาพ (In-house) ที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ พร้อมการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) อย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำมาตรฐานวิชาชีพและการรับประกันหลังการขายที่ต่อเนื่อง
“เราเป็นรายเดียวที่มีบ้านตัวอย่างจริงให้ลูกค้าดูมากกว่า 18 ซีรีส์ กว่า 100 แบบบ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจ และใช้ระบบพรีคาสท์ที่ควบคุมทั้งคุณภาพและเวลาได้แม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เรากวาดรายได้ 200 ล้านบาทหลังจากเปิดตัวเพียง 6 เดือน”- นายธนะสาร ธนทรัพย์สมบุญ กล่าวเสริมถึง Pain Point ของตลาด
โรดแมปอนาคต: เจาะกลุ่ม Pet Humanization และบ้านพักตากอากาศ
สำหรับทิศทางในระยะถัดไป แสนสิริเตรียมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อรุกตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง พร้อมพัฒนาแบบบ้านลักษณะเฉพาะ (Specialty Housing) อาทิ บ้านพักตากอากาศ และแบบบ้านที่ออกแบบรองรับพฤติกรรมคนรักสัตว์ (Pet Humanization) ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับแนวโน้มการอยู่อาศัยแบบยั่งยืน (Sustainable Living) ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การขับเคลื่อนธุรกิจรับสร้างบ้านในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายอาณาจักรของแสนสิริให้ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรับสร้างบ้านในประเทศไทยที่มุ่งเน้นความโปร่งใส คุณภาพงานก่อสร้างระดับโครงการจัดสรร และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด