โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.เกษตรฯ ถก ADB-FAO ดัน RAP-T ดึงเอกชนลงทุน ลดช่องว่างทางการเงิน

Khaosod

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"นฤมล" รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรฯ หารือ ADB และ FAO วางรากฐานเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย รับมือความท้าทายในระดับสากล

วันที่ 19 เม.ย. 2569 นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ผู้แทนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักการเกษตรต่างประเทศ เข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางการลงทุนและแก้ไขปัญหาด้านแหล่งเงินทุน

โดยในการหารือ ADB ได้กล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่ภาคเกษตรกรรมไทยกำลังเผชิญหน้า โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่เกิดจากภาคการเกษตร รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ทำให้จำเป็นต้องนำนวัตกรรมและเครื่องจักรกลมาใช้ทดแทน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องช่องว่างทางการเงินที่ภาคเอกชนและธนาคารพาณิชย์ยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจการเกษตร

ทั้งนี้ ADB จึงได้นำเสนอโครงการเพื่อธุรกิจการเกษตรที่ยืดหยุ่นของประเทศไทย (Resilient Agribusiness Program Thailand: RAP-T) ที่มุ่งยกระดับภาคธุรกิจเกษตรของไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยใช้ทั้งเครื่องมือด้านนโยบาย องค์ความรู้ และกลไกทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งมีกระบวนการดำเนินงาน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่

1) การหารือและคัดเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยเป้าหมาย

2) การศึกษาห่วงโซ่คุณค่า วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ และประเมินภูมิทัศน์ทางการเงิน

3) การจัด Workshop ตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ

4) การจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ (Project Concept Note: PCN)

รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญว่า โครงการ RAP-T จะต้องมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือ "เกษตรกรรายย่อย" เป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่

พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวทางสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ "การตลาดนำการผลิต" (Demand-driven approach) เพื่อมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงและตรงกับความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง

ด้านผู้แทนจาก ADB และ FAO ได้ตอบรับนโยบายดังกล่าว และจะนำข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดำเนินการศึกษาเชิงลึก ทั้งการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า การประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ และการประเมินภูมิทัศน์ทางการเงิน

พร้อมระบุว่า องค์กรมีจุดแข็งในการออกแบบเครื่องมือทางการเงินเชิงนวัตกรรม เช่น กลไกการเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) ที่จะช่วยลดความเสี่ยงและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้าสู่ภาคการเกษตรได้มากขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานของโครงการ RAP-T จะใช้ระยะเวลาศึกษาและหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประมาณ 12 เดือน (พ.ค. 2569 - เม.ย. 2570) เพื่อให้ครอบคลุมช่วงเวลาและฤดูกาลผลิตทางการเกษตรอย่างครบถ้วน

โดยคณะทำงานจะร่วมกันจัดทำเอกสารวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า แนวทางด้านการเงินที่เหมาะสม และจัดเตรียมข้อเสนอแผนการลงทุน (Project Concept Note) เพื่อนำเสนอความคืบหน้าในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่ของไทยต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.เกษตรฯ ถก ADB-FAO ดัน RAP-T ดึงเอกชนลงทุน ลดช่องว่างทางการเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...