โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ปิดล้อมฮอร์มุซ' เกมสหรัฐ ปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

แม้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะยังไม่มีความแน่นอน แต่ก็มีสัญญาณที่ดีขึ้น ในการเข้าสู่โต๊ะเจรจารอบสอง

สหรัฐและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวร โดยการเจรจาสองฝ่ายรอบสองอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้พร้อมผลลัพธ์ที่อาจมีการต่อเวลาหยุดยิงที่จะครบกำหนดในวันที่ 21 เม.ย. (เวลาท้องถิ่นสหรัฐ) ออกไป นี่คือข่าวดีจากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ความหวังสู่โต๊ะเจรจารอบ 2

“โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐให้สัมภาษณ์ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 16 เมษายน (ตามเวลาประเทศไทย) อ้างว่าอิหร่านตกลงตามเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการละทิ้งความทะเยอทะยานในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และการส่งมอบวัสดุนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยังไม่ได้ออกมายืนยันข้อตกลงนี้อย่างเป็นทางการ

และอีกหนึ่งพัฒนาการที่ดีของสงคราม ตามเงื่อนไขของฝ่ายอิหร่าน คือ อิสราเอลและเลบานอนตกลง “หยุดยิง” แล้วในการเจรจาที่มีสหรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เป็นระยะเวลา 10 วัน เริ่ม 04.00 น.ของวันที่ 17 เมษายน (ตามเวลาไทย) เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ขณะที่ผู้นำประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและยุโรปบางส่วน เชื่อว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะใช้เวลาเจรจาต่อรองจนกระทั่งบรรลุรวมแล้วราว 6 เดือน และต้องการให้ฝ่ายที่กำลังสู้รบต่อเวลาหยุดยิงจนกว่าการเจรจาสันติภาพจะสัมฤทธิผล

โดยชาติอาหรับต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีเพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของพลังงาน โดยเตือนว่าอาจเกิดวิกฤตอาหารโลกหากไม่เกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ผู้นำประเทศในอ่าวส่วนใหญ่คัดค้านการกลับไปสู่การสู้รบ และต้องการให้สหรัฐดำเนินการทางการทูตกับอิหร่าน โดยข้อตกลงสันติภาพอาจห้ามอิหร่านจากการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือการครอบครองขีปนาวุธพิสัยไกล

ทั้งนี้กลุ่มประเทศอ่าวเชื่อว่าอิหร่านกำลังพยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และความเชื่อนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าข้อตกลงสันติภาพควรรวมถึงการห้ามอิหร่านจากการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือการครอบครองขีปนาวุธพิสัยไกล

อย่างไรก็ตาม ผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวส่วนใหญ่ยังคงคัดค้านการกลับไปสู่สงคราม และต้องการให้สหรัฐดำเนินการทางการทูตกับอิหร่าน

เกมปิดล้อมฮอร์มุซ

ช่วงไม่กี่วันมานี้ปรากฏบทวิเคราะห์ของมูลนิธิเพื่อการป้องกันประชาธิปไตย (Foundation for Defense of Democracies : FDD) ของสำนักข่าวใหญ่อย่างกว้างขวางในสหรัฐ ระบุว่า การปิดล้อมโดยเรือสหรัฐ นอกช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเครื่องบินและกองกำลังมาเสริมนั้นอาจได้ผล เดิมพันครั้งนี้ของทรัมป์อาจตัดสินชี้ขาดสงครามได้เลย

มิอัด มาเลกี นักวิจัยอาวุโสของ FDD ให้เหตุผลว่า การปิดล้อมอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างรวดเร็ว ตัดขาดการค้าส่วนใหญ่ ทำให้ต้องหยุดการส่งออกน้ำมัน และกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและแรงกดดันต่อค่าเงินได้ภายในไม่กี่วัน สาเหตุที่อิหร่านมีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อแผนปิดล้อมฮอร์มุซ เนื่องจากกว่า 90% ของมูลค่าการค้าในแต่ละปี 109,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 ล้านล้านบาท) ของอิหร่านดำเนินการผ่านช่องแคบนี้ และอิหร่านอาจถูกบีบบังคับให้ปิดการผลิตน้ำมันภายในไม่กี่สัปดาห์ เพราะไม่มีคลังเก็บสินค้าหากไม่สามารถขนส่งออกทางทะเลได้

ดังนั้นจึงมีโอกาสที่แผนนี้ของสหรัฐจะเริ่มจำกัดทางเลือกของอิหร่านในแบบที่การโจมตีทางอากาศไม่สามารถทำได้

ปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่าน

พลเรือเอกเจมส์ สตาฟริดิส อดีตผู้บัญชาการสูงสุดขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวกับผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นว่า อิหร่านถูกโจมตีอย่างหนักในเชิงการทหาร แต่สหรัฐยังไม่ได้ปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่านอย่างแท้จริง จนกระทั่งการปิดล้อมฮอร์มุซ

การปิดล้อมทำให้อิหร่านเผชิญกับโจทย์ใหม่ ทางเลือกของอิหร่านในการยกระดับความขัดแย้งมีความเสี่ยง เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดการสู้รบขึ้นอีกครั้ง และทำให้ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐและอิสราเอลล่ม รวมถึงทางเลือกที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อาจตอบโต้การปิดล้อมท่าเรือของตนด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง

ขณะที่ผู้นำเศรษฐกิจโลกเข้าร่วมประชุม IMF–World Bank ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 14-18 เม.ย. เป็นศูนย์รวมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ผู้ว่าการธนาคารกลาง, ผู้กำหนดนโยบาย และตัวแทนจากสถาบันระหว่างประเทศ พร้อมด้วยผู้นำจากภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาสังคม

“เบสมา โมมานี” นักวิชาการอาวุโสแห่งสถาบันศูนย์นวัตกรรมการกำกับดูแลระหว่างประเทศ (Centre for International Governance Innovation) ในประเทศแคนาดา วิเคราะห์ว่า ในการประชุม IMF–World Bank ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะมีการหยิบยกประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านซึ่งจุดชนวนจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์มาหารือเป็นวาระหลัก เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่เหตุการณ์นี้จะจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงและเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง

จับตาผลกระทบ 3 วิกฤต

นอกจากนี้โมมานีวิเคราะห์ว่า ผลกระทบระยะยาว 3 ประเด็นหลัก 1. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการปิดช่องแคบจะมีต่อหลายประเทศในซีกโลกใต้ โดยเฉพาะในเอเชีย ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้ กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศที่เปราะบางที่สุดแล้ว โดยที่ราคาน้ำมันเคยเชื่อมโยงกับการประท้วงทางการเมืองและความไม่สงบในอดีต และคาดการณ์ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกในหลายส่วนของโลกในไม่ช้า

ประเด็นที่ 2 วิกฤตด้านอาหาร เนื่องจากปุ๋ย 1 ใน 3 ของโลกขนส่งผ่านทางน้ำในช่วงเวลาสำคัญของการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิที่จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตในระยะต่อไป พร้อมกับราคาอาหารที่สูงขึ้น ท่ามกลางกำลังซื้อของหลายประเทศทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว

และประเด็นสุดท้าย ราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินกำลังทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอุปทานส่วนใหญ่มาจากอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยหนึ่งเดือนหลังจากความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นพบว่าสินค้าที่ขนส่งทางช่องแคบนี้เริ่มขาดแคลน ด้วยเหตุนี้ผลกระทบทางการเมืองจึงจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังหารือเกี่ยวกับสุขภาพเศรษฐกิจโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ปิดล้อมฮอร์มุซ’ เกมสหรัฐ ปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...